Web

Referrer-Led Traffic

นานๆ ทีจะทำเว็บที่มีโครงสร้างทราฟฟิกได้แบบนี้ (ซึ่งก็คงอยู่แบบนี้ได้ไม่นานด้วย)

ซึ่งก็ต้องขอบคุณบทความนี้ Hang out ที่ร้านเค้กเก๋ๆ: การประกอบสร้างตัวตนผ่านการบริโภคสัญญะ โดย สีตลา ชาญวิเศษ ตอนนี้ซัดไปแล้ว 533 Likes

One Content, Multiple Screens

ในฐานะคนทำเว็บ สิ่งที่เราจะเจอแน่ๆ ในอนาคตคืออุปกรณ์ชนิดใหม่ๆ ที่มี 1) ขนาดของหน้าจอ และ 2) input method ที่ต่างออกไปจากพีซี

ผมกำลังทำ mobile theme อันใหม่ของ Blognone อยู่ หลังจากเรียนรู้ว่าอันเก่ามันยังไม่ค่อยดีนัก เท่าที่ลองทำมาพบว่า mobile edition (สำหรับจอ capasitive เราคงไม่ต้องพูดถึงมือถือแบบจอไม่สัมผัสหรือ resistive กันแล้ว) จำเป็นต้อง

  • ปุ่มใหญ่ๆ ใช้นิ้วกดได้ไม่ผิดพลาด ไม่ต้องเล็ง
  • ขนาดความกว้างพอดีกับหน้าจอ แปลว่าไม่ควรมี sidebar
  • ห้ามมีพวกเมนูแบบ scroll list ที่ต้อง mouse over ก่อน
  • หน้าจอต้องไม่ยาวเกินไป เพราะการ scroll หน้าจอด้วยนิ้วทำได้ยาก (ตรงนี้พวก collapsible ช่วยได้)
  • รองรับจอสองขนาดคือแนวตั้งกับแนวนอน อันนี้ยังหาโซลูชันไม่ได้กับพวกรูปภาพและ embed video ให้ปรับขนาดอัตโนมัติตามความกว้างของจอที่เปลี่ยนไปได้

อันนี้แค่แนวทางกว้างๆ ในรายละเอียดมันต้องมีอย่างอื่นอีกมาก

Idea Bangkok

ไอเดียสำหรับกรุงเทพฯ เป็น Digg-like brainstorming แบบเดียวกับ Dell IdeaStorm และ Ubuntu Brainstorm (เคยเขียนเรื่องนี้ไว้ใน Brainstorm Requirement)

ผมรู้จักคนทำ สนับสนุนให้ทำ แต่ผมมีปัญหากับแนวคิด "ประเทศไทยมีแค่กรุงเทพ" ซึ่งสะท้อนให้เห็นในเว็บนี้และอีกหลายๆ เว็บ (อ่าน เทวดาคนกรุงเทพ?)

Drupal.in.th Introduction Page

คราวก่อนเขียนเรื่องโครงการหน้าแนะนำ Drupal บน Drupal.in.th ไปแล้ว ทำเสร็จเลยมาอัพเดตความคืบหน้า

จากเดิมที่ Drupal.in.th มีแต่ forum ไว้คุยกันอย่างเดียว เราก็จะพยายามล่อหลอกชักจูงให้คนผ่านมาเจอ หันมาใช้ Drupal ให้ได้ โดยใช้การโฆษณา ทีนี้การโฆษณาให้คนที่ไม่เคยได้ยินชื่อ Drupal มาก่อนก็ยากไม่ใช่เล่น ต้องนั่งสมาธิแบบอิ๊กคิวซังอยู่หลายวันกว่าจะคิดออก

The Art of Introduction Page

ปีนี้ผมตั้งใจว่าจะส่ง SoC (เหตุผลสำคัญก็คือเป็นปีสุดท้ายที่จะมีสถานะนักเรียนแล้ว) คุยกับ sugree ก็ได้ไอเดียว่าน่าทำโมดูล Dashboard ให้กับ Drupal (สำหรับแอดมิน แบบเดียวกับของ Wordpress -- คนละอย่างกับอันนี้)

สมัยเรียน ป. ตรี ผมเขียน monitoring tool เป็นโปรเจคต์จบ เลยรู้ว่าปัจจัยชี้ขาดของ monitoring tool คือ UI ที่ให้ภาพรวมทั้งหมดได้ครบภายในหน้าจอเดียว ถ้าอยากได้ข้อมูลแบบลงลึกกว่าเดิมก็กดตามลิงก์ที่มีให้ไปต่อได้

เมื่อคืนเลยมานั่งคิดๆๆ ว่าข้อมูลอะไรบ้างที่ควรอยู่ใน Dashboard ซึ่งในที่สุดแล้วมันก็คือข้อมูลที่เราจำเป็นต้องรู้และต้องใช้บ่อยๆ นั่นเอง สุดท้ายก็ได้มาประมาณนึง เอาไว้มีเวลา revise อีกทีแล้วจะได้ทำ mockup ออกมาลองดูว่าใช้ได้ไหม

New Project Invitation

กำลังทำเว็บใหม่อยู่กับเพื่อนหลายคน ยังไม่เปิดตัวแต่ไม่เป็นความลับอะไร ตอนแรกว่าจะเขียนเล่าในบล็อกอันนี้ แต่ว่าไหนเลย อยากลองทำแบบเว็บฝรั่งที่มันแจก Private Beta กันก่อนบ้าง อยากรู้ว่าจะประสบความสำเร็จแค่ไหน (ถ้าไม่สำเร็จคราวหน้าจะได้เลิกทำ อิอิ)

ใครสนใจก็ทิ้งเมลไว้ในคอมเมนต์ได้เลยครับ ส่วนใครที่ผมแจกหลังไมค์ไปแล้วก็ไม่ต้องขอซ้ำนะ

หมายเหตุ: เว็บอาจจะไม่เหมาะสำหรับทุกคน เตือนไว้ก่อนเดี๋ยวมีคนผิดหวังแล้วโวยวาย

As We May Think

เคยได้ยินชื่อบทความนี้จากการคุยกับ อ. รวิทัต แต่ตอนนั้นก็ไม่ค่อยได้สนใจอะไร (ล่าสุดเห็นไปเขียนไว้ในบล็อกของวิชา Programming on the World Wide Web)

พอมาวันก่อน ผมเรียนวิชา Information Retrieval คาบนั้นว่าด้วยแนวคิด hypertext อาจารย์ของผมคือ Mark Sanderson ได้ยกบทความนี้ขึ้นมาพูดอีกเหมือนกัน ก็เลยคิดว่าถึงเวลาต้องอ่านเสียแล้ว

'As We May Think' เป็นบทความที่ถูกเขียนขึ้นมาตั้งแต่ปี 1945 (สงครามโลกครั้งที่สองกำลังจะจบ) คนเขียนคือ Vannevar Bush ซึ่งเป็นผู้บริหารทางวิทยาศาสตร์ระดับสูงในช่วงสงคราม (รวมถึงเป็นหนึ่งในคีย์แมนของ Manhattan Project ด้วย) Bush เขียนบทความนี้เพื่อกระตุ้นให้นักวิทยาศาสตร์หาที่ทางของตัวเองว่าสงครามจบแล้วจะไปทำอะไรกันต่อ ซึ่งในบทความได้มีการพยากรณ์เทคโนโลยีในอนาคตหลายอย่าง ซึ่งมาอ่านในสมัยนี้แล้วมันแม่นแบบเหลือเชื่อ