Usability

ลิงค์ Store Locator สิ่งดีๆ ที่เว็บไทยควรมีเป็นมาตรฐาน

[เว็บ Kasikorn Bank โฉมใหม่](https://www.blognone.com/node/65856) กลายเป็นประเด็นให้บรรดานักออกแบบเว็บเมืองไทยมาถกกันว่า เว็บแบบไหนดี-ไม่ดีอย่างไร ผมขอใช้โอกาสงามๆ แบบนี้โฆษณา "ฟีเจอร์" ที่เว็บห้างร้านบริษัททั้งหลายควรมีเป็นอย่างยิ่ง นั่นคือ "Store Locator" ครับ ฟีเจอร์นี้จำเป็นมากสำหรับบริษัทที่มีสาขาเยอะๆ เช่น ธนาคาร ซูเปอร์มาร์เก็ต โอเปอเรเตอร์ เพราะมีโอกาสสูงมากที่ลูกค้าจะเข้าเว็บของคุณมาเพื่อหาข้อมูลว่า "สาขาที่ใกล้เราที่สุดอยู่ตรงไหน" ถ้าลูกค้าหาข้อมูลตรงนี้ได้เร็ว โอกาสที่ลูกค้าจะมาใช้บริการสาขาของเราก็มีมากขึ้น และช่วยลดปริมาณ customer support ลงได้มาก จริงอยู่ว่าเว็บหลายแห่งมีหน้

Responsive Design for Content Site - Next Guardian

Guardin Responsive Design
เรื่องมีอยู่ว่าหนังสือพิมพ์ The Guardian ของอังกฤษเขากำลังออกแบบหน้าเว็บใหม่ (ลองเล่นได้ที่ [Guardian Next](http://next.theguardian.com/)) ซึ่งโจทย์ของการออกแบบคือเป็น responsive รองรับอุปกรณ์ทุกขนาดหน้าจอ แต่การเป็นเว็บหนังสือพิมพ์ที่มี content เยอะและหลากหลายนั้นมันไม่ง่าย มันไม่ใช่แค่ออกแบบให้เพจยืดหดตามขนาดจอแล้วก็จบ แต่มันต้องมีหลักการเรื่อง navigation และการจัดหมวดของ content ด้วย สุดท้าย Guardian ได้พัฒนาแนวคิดที่น่าสนใจมาก เรียกมันว่า Container Model กับ Blended Content (รายละเอียดอ่านได้จาก [Guardian Beta Blog](http://next.theguardian.com/blog/container-model-blended-content/) และ [

Jolla Sailfish UI

เคยประทับใจกับ Swipe UI ของ MeeGo บน N9 อยู่มาก ปัญหาหลักที่ผมเจอตอนใช้ N9 คือทุกอย่าง swipe ได้ยกเว้น Back ที่ต้องกดปุ่ม ทำให้ประสบการณ์ใช้งานมันสะดุดอยู่พอสมควร เรื่องนี้เคยเขียนไปบ้างแล้วใน [Ubuntu Phone](http://isriya.com/node/3828/ubuntu-phone) ทีนี้ไปค้นเจอข่าวเก่าช่วงปลายปีที่แล้ว (เซฟเก็บไว้เพิ่งได้อ่าน) [ทีมของ Engadget ได้สัมภาษณ์ทีม Jolla](http://www.engadget.com/2012/12/29/hands-on-with-jollas-sailfish-os-video) ผู้สืบทอดของ MeeGo และได้ถ่ายวิดีโอการใช้งาน Sailfish OS มาด้วย ช่วยให้เราได้เห็นภาพว่าถัดจาก MeeGo แล้วไงต่อ จากวิดีโอจะเห็นว่า - ปัญหาเรื่อง back/swipe ถูกแก้ไขแล

BlackBerry 10 - Peek & Flow

เพิ่งมีเวลามานั่งดูคลิปของงาน BlackBerry Jam Americas เมื่ออาทิตย์ที่แล้ว ([ข่าวใน Blognone](http://www.blognone.com/node/36429)) ซึ่งถือเป็นการโชว์ BlackBerry 10 ค่อนข้างละเอียดเป็นครั้งแรก ไอเดียของ UI BB10 ถือว่าน่าสนใจครับ ในภาพรวม RIM เรียกมันว่า "Flow" ซึ่งประกอบด้วยแนวคิด 2 แบบ - cascade หรือการซ้อนหน้าต่างเป็นชั้นๆ ต่อกันไปเรื่อยๆ อันนี้ใกล้เคียงกับ card ของ webOS - gesture หรือการวาดนิ้วเพื่อใส่คำสั่ง (เบื้องต้นก็คือลาก 4 ทิศ บนล่างซ้ายขวา) คนที่เคยเล่น PlayBook จะรู้ว่ามันใช้ gesture เยอะมาก และ BB10 ก็ต่อยอดแนวทางนี้มา หมายเหตุ: ระบบปฏิบัติการอีกตัวที่ใช้แนวทางคล้ายๆ กันนี้คือ M

Changing Windows 7 Minimize-Maximize Button Size

[เครื่อง Gateway ที่ซื้อมาใหม่](http://isriya.com/node/3617/my-new-all-one-machine-gateway-one-zx6961) มาพร้อมกับ Windows 7 ซึ่งตั้งค่ามาพิเศษให้ปุ่ม Minimize-Maximize-Close มุมขวาบนของหน้าต่างนั้นใหญ่กว่าปกติ ผมเข้าใจเอาเองว่าปรับมาให้เหมาะกับหน้าจอทัชสกรีน จะได้กดปิดหน้าต่างง่ายๆ (จอมันเป็น 1080p ซึ่งละเอียดในระดับหนึ่ง) titlebar ใหญ่เกินไปไม่ใช่ปัญหานัก แต่ Firefox ดันไม่รู้จัก titlebar ขนาดนี้ ทำให้ไม่ยอมปรับขนาดของแท็บในแนวตั้งให้ล้อกับขนาดของ titlebar ไปด้วย ผลคือ "ช่องว่าง" ระหว่างขอบบนของหน้าต่าง กับแท็บใน Firefox ช่องว่างอันนี้เห็นเล็กๆ ไม่กี่พิกเซลแต่เป็นเรื่องใหญ่มากครับ เพรา

The Design Behind Honeycomb

สิ่งหนึ่งที่ต้องยอมรับว่ากูเกิลทำได้เยี่ยมมากใน Google I/O คือการถ่ายทอดสดแบบ real-time และการนำวิดีโอขึ้น YouTube ที่รวดเร็วมาก ชนิดว่าไม่ต้องไปงานก็ตามดูได้ทุก session ถ้าขยันพอ (แต่อดได้ของแจกนะ) ช่วงนี้วันหยุดก็เลยนั่งดูบ้างเป็นบางอันเฉพาะที่สนใจ (เช่น [Google TV](http://isriya.com/node/3511/on-google-tv)) อันนี้เป็นแนวคิดเบื้องหลังการออกแบบ UI ของ Android Honeycomb จริงๆ วิดีโอนี้ควรจะออกมาตั้งแต่เปิดตัว Honeycomb แต่มาออกตอนนี้ก็แสดงว่า Honeycomb มันเร่งแบบปะผุจริงๆ กว่าไส้ในจะพร้อมต่อสาธารณะต้องรออีกหลายเดือน ดูแล้วก็เข้าใจมากขึ้นว่ากูเกิลคิดอะไรอยู่ใน Honeycomb ครับ ถ้านักพัฒนาแอพเข้

One Content, Multiple Screens

ในฐานะคนทำเว็บ สิ่งที่เราจะเจอแน่ๆ ในอนาคตคืออุปกรณ์ชนิดใหม่ๆ ที่มี 1) ขนาดของหน้าจอ และ 2) input method ที่ต่างออกไปจากพีซี ผมกำลังทำ mobile theme อันใหม่ของ Blognone อยู่ หลังจากเรียนรู้ว่าอันเก่ามันยังไม่ค่อยดีนัก เท่าที่ลองทำมาพบว่า mobile edition (สำหรับจอ capasitive เราคงไม่ต้องพูดถึงมือถือแบบจอไม่สัมผัสหรือ resistive กันแล้ว) จำเป็นต้อง - ปุ่มใหญ่ๆ ใช้นิ้วกดได้ไม่ผิดพลาด ไม่ต้องเล็ง - ขนาดความกว้างพอดีกับหน้าจอ แปลว่าไม่ควรมี sidebar - __ห้าม__มีพวกเมนูแบบ scroll list ที่ต้อง mouse over ก่อน - หน้าจอต้องไม่ยาวเกินไป เพราะการ scroll หน้าจอด้วยนิ้วทำได้ยาก (ตรงนี้พวก collapsible ช่วยได้

Problem of HTML5 Video

แม้ว่า HTML5 จะถูกผลักดันหรือส่งเสริมแค่ไหน แต่บางกรณีมันยังสู้เจ้าตลาดเดิมอย่าง Flash ไม่ได้จริงๆ (ซึ่งเป็นประเด็นที่เจ้าใหญ่อย่าง [Hulu](http://www.blognone.com/node/16282) และ [YouTube](http://blognone.com/news/17059) เห็นตรงกัน) ที่ชัดเจนคือ <video> ยังขาด common UI สำหรับฟีเจอร์ที่มีใน Flash ลองดูตัวอย่างของวิดีโอ [Firefox 4 Beta 1 UI Changes](http://blog.mozilla.com/faaborg/2010/07/06/firefox-4-beta-1-ui-changes/) จากภาพ 1. ไม่มีวิธี embed วิดีโอแบบง่ายๆ อันนี้เดี๋ยวอีกสักพักคงมีคนทำ player แบบ JW Player ตามมา แต่ไหนๆ เป็นมาตรฐานใหม่ก็น่าจะรวมมาให้เลยนะ 2.

Engadget for Android - UI Analysis

อย่างที่ประกาศไปแล้วใน [Blognone Widget for Android](http://www.blognone.com/node/15647) ว่าผมตั้งใจจะทำ mobile app เต็มรูปแบบสำหรับ Blognone บน Android ปัญหาก็คือผมไม่รู้ว่า mobile app ที่ดีควรมีอะไรบ้าง (เพราะทุกคนเพิ่งข้ามเรดไลน์เข้าสู่ "โลกใหม่" ด้วยกันทั้งนั้น) แต่ทางแก้ก็ไม่ยากนัก นั่นคือ เรียนรู้จากผู้มาก่อนทั้งหลาย ว่าอะไรเวิร์ค อะไรไม่เวิร์ค ผู้มาก่อนที่ใกล้เคียงกับเรามากที่สุด ไม่มีใครดีไปกว่า [Engadget for Android](http://www.engadget.com/downloads/android) หน้าตาของโปรแกรมเป็นดังภาพ ไล่จากบนลงล่าง * โลโก้พร้อมลูกศรชี้ลง * Top Stories - ข่าว headline พร้อมภาพขนาดใหญ่ * Latest

10/GUI - Future of Computing

อ่าน [Editorial: 10 outdated elements of desktop operating systems](http://www.engadget.com/2010/01/21/editorial-10-outdated-elements-of-desktop-operating-systems/) ที่ Engadget ดีมาก พูดถึงปัญหาของ "การใช้คอมพิวเตอร์" ในแง่มุมต่างๆ ตั้งแต่การจัดการหน้าต่าง ไปจนถึงความยากในการดูสเปกว่าเล่นเกม xyz ได้หรือไม่ ท้ายบทความยังแนะนำวิดีโอ [10/GUI](http://10gui.com/video/) คอนเซปต์ของคอมพิวเตอร์ยุคหน้า ผมดูแล้วเห็นด้วยทุกอย่าง ยกเว้นปัญหาในการจัดการ working space จำนวนมากๆ ซึ่งยังไม่ค่อยต่างจากการจัดการ browser tab ในปัจจุบันสักเท่าไร (ซึ่งยังไม่มีประสิทธิภาพมากนัก ถ้าเจอ 15-20 แท็บขึ้นไป) สรุปว่