Trip

ไปเที่ยวกัน

Township Experience: Mzoli's Meat

ผมรู้สึกว่าควรจะเขียนเรื่องทัวร์แอฟริกาใต้ให้จบก่อนฟุตบอลโลก 2010 จะเริ่มต้น

วันที่สี่ของคอร์สอบรม หลังจากชาวคณะไปขึ้น Table Mountain และเดินห้าง Canal Walk มาด้วยกัน ก็เริ่มจะสนิทกันมากขึ้น ฝ่ายเจ้าภาพคือนักเรียน ป. เอก และนักวิจัยของ Graduate School of Business, University of Cape Town เลยอาสาจะพาพวกเราไปหาประสบการณ์แปลกใหม่

ประสบการณ์ที่ว่านั่นคือ ทาวน์ชิป (township) หรือสลัมของชาวแอฟริกาใต้นั่นเอง

Breakfast at Ritz Carlton

ต่อจากภาคแรก Ritz Carlton Millenia Singapore มาดูอาหารเช้าของโรงแรม Ritz Carlton กันครับ

Breakfast at Ritz Carlton

ตื่นเช้าก็เดินลงมาที่ล็อบบี้ กระจกมุมเดิม (ผมรู้สึกว่าพนักงานโรงแรมที่นี่จะนอบน้อมพอสมควร อารมณ์เหมือนเป็น butler ที่รักษาระยะห่างกับเจ้านาย ต่างจากโรงแรมไทยที่จะดูเป็นมนุษย์มากกว่า เข้าใจมากขึ้นว่าทำไมเมืองไทยมีชื่อด้าน service)

Ritz Carlton Millenia Singapore

โดนบ่นมาว่าไม่เขียนเรื่องท่องเที่ยวเลย ดังนั้นขอแก้ตัวโดยการเอารูปโรงแรม Ritz Carlton ที่เพิ่งไปนอนมาที่สิงคโปร์มาแปะละกันครับ

Ritz Carlton Singapore

Canal Walk

ต่อจากตอน Table Mountain

หลังจากชมภูเขา Table Mountain แล้ว ก็โทรไปเรียกคนขับรถตู้ขามาให้มารับ ซึ่งต้องใช้เวลาพอสมควรเพราะกว่าแกจะขึ้นเขามาอีกรอบ ระหว่างรอ คุณแขกปากีเจ้าเก่าก็ไปคุยกับคนขับรถตู้แถวๆ นั้นที่รอรับผู้โดยสารลงเขาอยู่ คุยไปเรื่อยต่อไปต่อมา (พวกเราก็ฮาระเบิด) ก็ได้เบอร์ติดต่อมา คนขับคนนี้เป็นฝรั่งขาว หัวโล้นล่ำบึ๊กเหมือนวิน ดีเซล ใส่หมวกแก๊ปสีแดงเด่นเป็นสง่า

รออยู่นานพอสมควร คนขับเจ้าเดิมของเราก็มาถึง พอขึ้นรถแล้วขับลงจากเขา คนขับรถตู้ถามว่า อยากไปไหนกันต่อ ทางฝ่ายเราก็ตอบว่า "ไปหามื้อเย็นกิน" พี่แกเลยพาเราไปห้าง Canal Walk ซึ่งเป็นห้างใหญ่ที่สุดของ Cape Town (แต่สู้ห้างบ้านเราไม่ได้หรอกนะครับ)

Table Mountain

ใน ซีรีส์เที่ยว Cape Town ตอนก่อนๆ ถ้าดูภาพถ่ายระยะไกลของเมือง Cape Town จะเห็นภูเขา Table Mountain เด่นเป็นสง่า

Boat Trip back to Waterfront

ภาพถ่ายจากบนเรือ ขากลับจาก Robben Island จะเห็นภูเขาสามลูก จากซ้ายคือ Devil's Peak, Table Mountain และ Lion's Head

สองลูกแรกจะอยู่ติดเป็นเทือกเขาเดียวกัน ส่วน Lion's Head จะแยกออกมาเป็นอิสระโดดๆ ส่วนวันนี้เราจะไปขึ้น Table Mountain กันครับ

V&A Waterfront - Part II

ต่อจาก V&A Waterfront ภาคแรก กับชีวิตของผมในเคปทาวน์ที่วนๆ อยู่กับ Waterfront ด้วยเหตุผลด้านของกินครับ

วันที่สามของการอบรม ผมเหนื่อย ๆ เล็กน้อย หลังอบรมเลยกลับมานอนก่อนสักพัก ก่อนจะออกไปหาข้าวเย็นกิน (คือทริปนี้เค้าไม่เลี้ยงข้าวเย็น) ตอนแรกลองเดินไปอีกทางของโรงแรม แต่ไม่มีอะไรให้กินมากนัก เลยตัดสินใจเดินกลับมาที่ Waterfront เช่นเดิม

V&A Waterfront

สมัยเด็กๆ ถ้าใครเคยเล่น Sim City มันจะมีสิ่งก่อสร้างอย่างหนึ่งที่ผมไม่ค่อยเข้าใจนักว่ามันคืออะไร ชื่อของมันคือ marina ซึ่งสมัยนั้น ผมกับเพื่อนเรียกมันว่า "ท่าเรือ"

แท้จริงแล้ว marina คือ "ท่าจอดเรือสำราญ" ซึ่งไม่ค่อยมีให้เห็นนักในทะเลไทย (โดยเฉพาะย่านที่คนไทยไป) ด้วยข้อจำกัดนี้ ทำให้ผมไม่คุ้นชินกับสภาพของ marina มากนัก

อีกสิบกว่าปีให้หลัง ผมได้ไปเหยียบ marina ของจริงเป็นเวลาเจ็ดวันกว่าๆ (เหตุเพราะโรงแรมอยู่แถวนั้น และมันไม่มีข้าวกินยกเว้นต้องไปกินที่ marina) ที่นครเคปทาวน์ ประเทศแอฟริกาใต้ ชื่อของมันคือ V&A Waterfront

Flying Emirates and A380

การเดินทางรอบล่าสุดของผม บินกับสายการบิน Emirates (ถ้าไม่รู้จัก มันอยู่บนพุงของนักเตะอาร์เซนอลทุกคน) โดยแวะพักที่สนามบินดูไบ

ตัวผมเองนั้นเคยขึ้น Emirates มาก่อนแล้วทีหนึ่งตอนไปฮ่องกง อันนั้นก็ยังเฉยๆ ไม่มีอะไรพิเศษ แต่คราวนี้บินไฟลท์ยาวแบบแวะพัก (9+6 ชม.) ประกอบกับช่วงหลัง Emirates มาแรงมากในวงการสายการบินโลก (คือมีเงิน+กึ๋น การชิงตำแหน่งแชมป์ไม่ใช่เรื่องยาก) ก็พบว่ามีอะไรเปลี่ยนไปเยอะใช่น้อย

อีกประการหนึ่งคือ สายการบิน Emirates เป็นสายการบินที่มี Airbus A380 และโชคดีว่าไฟลท์ดูไบ-กรุงเทพ เลือกใช้ A380 (เฉพาะเที่ยวนี้นะ) ผมเลยโชคดีได้เอาก้นไปสัมผัสเจ้าเรือสำราญลอยฟ้าลำนี้ด้วย เดี๋ยวจะค่อยๆ กล่าวถึงในภายหลัง

Oh! South Africa

แอฟริกาใต้

  • แอฟริกาใต้ เป็นประเทศที่เดาตำแหน่งจากชื่อได้ไม่ยาก มันอยู่ใต้สุดของทวีปแอฟริกา
  • ฟังว่าเป็น "แอฟริกา" อย่าเพิ่งอี๋ (กรุณาใส่สำเนียงสลิดประกอบ) แอฟริกาใต้อากาศหนาวเหมือนยุโรป (อยู่ใกล้ขั้วโลก แม้จะเป็นคนละขั้วก็ตาม) และเจริญขนาดจัดฟุตบอลโลกได้
  • แอฟริกาใต้ เคยเป็นอาณานิคมของดัทช์มาก่อน ก่อนที่อังกฤษจะมาเทคโอเวอร์ ระบบต่างๆ เหมือนอังกฤษเกือบหมด ไม่ว่าจะเป็นกฎหมาย บ้านเมือง อาหารการกิน รถขับชิดซ้ายพวงมาลัยขวา ฯลฯ
  • ที่ไม่เหมือนคือปลั๊กครับ ปลั๊กแอฟริกาใต้ปราบเซียนมาก ซื้อ universal converter ก็เอาไม่อยู่ ต้องไปซื้อ converter เฉพาะอยู่ดี (ผมซื้อมา 55 Rand แต่มารู้ตอนหลังว่าที่ ร.ร. มีให้ยืม)
  • หน่วยเงินของแอฟริกาใต้เรียกว่า Rand (ตัวย่อ ZAR) ตอนนี้ตก Rand ละประมาณ 4.5 บาท หน้าตาแบงค์ดูได้ในบล็อก The Big Five
  • แอฟริกาใต้ประกอบด้วยคนขาวประมาณ 10% ที่เหลือเป็นคนดำ คนผิวสีอื่นๆ เช่น มาเลย์ อินเดีย ที่ข้ามมาอยู่ในสมัยอาณานิคม (เป็น British colony เหมือนกัน เลยโดนย้ายแรงงาน)
  • ปัญหาคนขาว vs ผิวสีอื่นๆ นั้นเคยเป็นปัญหาร้ายแรงมาก ชนิดว่าบ้านเรากระจอกไปเลย (เดี๋ยวจะค่อยๆ เขียนบล็อกถึงว่าร้ายแรงขนาดไหน) ตอนนี้เค้าดีกันแล้ว หลังจากขัดแย้งกันมาราวๆ ... เอ่อ 40 ปี
  • รายละเอียดประมาณหนึ่งอ่านได้จาก The Mont Fleur Scenario Project: South Africa's Lesson
  • แต่ไม่ว่าจะผิวสีอะไร ทุกคนพูดภาษาอังกฤษได้หมด ป้ายต่างๆ ใช้ตัวอักษรภาษาอังกฤษทั้งหมด (มีภาษาถิ่นเยอะมากแต่ไม่มีตัวอักษรของตัวเอง ใช้การถอดเสียงด้วยตัวอักษรละตินแทน) เดินไปไหนไม่ต้องกลัวหลง พูดรู้เรื่องหมด
  • เวลาต่างจากเมืองไทย 5 ชม. (GMT+2)