Startup

Tech News Embargo

ข่าวใหญ่อันหนึ่งในรอบ 2-3 วันนี้คือการเปิดตัว Blekko ซึ่งเป็น search engine แนวใหม่ (yet another) ผมลองเล่นแล้วยังงงๆ แต่อันที่น่าสนใจกว่าคือบล็อกของ Rich Skrenta ผู้ก่อตั้ง ซึ่งเล่าเรื่องราวเบื้องหลังงานเปิดตัว Blekko ว่าไม่ง่ายเลยกว่าจะได้แบบนี้

Rich เล่าเรื่องการตระเวณให้สัมภาษณ์กับสื่อจำนวนมากในอาทิตย์ที่แล้วก่อนเปิดตัว และเล่าเรื่อง "ระบบ" ในวงการสื่อที่คนมักไม่ค่อยรู้กันคือ embargo หรือข้อตกลงว่าจะปล่อยข่าวออกพร้อมกัน

Startup Tips

My 9 Favorite Startup Lessons From Startup School

รวมจาก Startup School ของ Y Combinator โดย Liz Gannes แห่ง GigaOm

ทิปพวกนี้บางทีมันก็ขึ้นกับบริบท อาจใช้ไม่ได้ทั้งหมด แต่เอาไว้อ่านเป็นกำลังใจน่ะได้เลย

ป.ล. ช่วงหลังๆ พบว่า GigaOm มีบทความน่าสนใจเยอะขึ้นมาก

Jason Calacanis and TechCrunch

มหากาพย์ TechCrunch ภาคที่เท่าไรไม่รู้

หลังจากสัมภาษณ์ผู้ที่เกี่ยวข้องเกือบทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นเจ้าของเก่า เจ้าของใหม่ อดีตเจ้าของเว็บคล้ายๆ กัน ลูกจ้าง นักวิเคราะห์ ก็มาถึงคนที่ขาดเสียไม่ได้ นั่นคืออดีตมิตรสหายที่กลายมาเป็นศัตรู

เขาคือ Jason Calacanis

Calacanis เคยเป็นผู้ก่อตั้ง Weblog Inc. (บริษัทแม่ของ Engadget) ขายบริษัทให้ AOL จากนั้นมาทำ Mahalo ก็ไปได้พักนึงแล้วแป๊ก เขามาจับมือกับ Arrington จัดงาน TechCrunch20-40-50 แล้วตอนหลังทะเลาะกันเลยแยกทางออกไป

Engadget Founder on Acquisition

ต่อจาก Why We Sold TechCrunch ก็ไปเจอบทสัมภาษณ์ของ Peter Rojas ผู้ก่อตั้ง Engadget มาย้อนอดีตถึงประสบการณ์ที่โดน AOL ซื้อกิจการ

Rojas บอกว่าข้อดีของการถูกซื้อคือ 1) มีเงินจ่ายทีมงานอย่างสมน้ำสมเนื้อสักที 2) มีเงินไปซื้อเซิร์ฟเวอร์เพิ่ม และ AOL ไม่ได้มายุ่งอะไรกับกองบรรณาธิการของ Engadget

Why We Sold TechCrunch

ในที่สุด TechCrunch ก็โดนซื้อ ตามรอยรุ่นพี่อย่าง Engadget, Joystiq (AOL) Gizmodo, Kotaku, Valleywag, Lifehacker (Gawker) Ars Technica (Conde Nast) Slashdot (SourceForge)

(เอาจริงตอนนี้บล็อกดังๆ ที่ยังเป็นอิสระก็เหลือไม่เยอะเท่าไร ที่นึกออกตอนนี้ได้แก่ BGR, Business Insider)

อย่างที่เคยเขียนไป ว่าผมมอง TechCrunch เป็นโรลโมเดลอันหนึ่ง การซื้อกิจการครั้งนี้ก็เป็นบทเรียนที่น่าศึกษามิใช่น้อย

ข้อมูลสำคัญคือโพสต์ของ Arrington หลังการขายกิจการ Why We Sold TechCrunch To AOL, And Where We Go From Here

Start Up Your Life

ช่วงนี้เห็นลิ่วเขียนถึงประเด็นนี้เป็นชุดพอดี ถ้าคุณจะสร้าง Blognone ใหม่, แม่ง Cineplex, อยากได้ต้องทำเอง

แล้วดันมาอ่านเจอบล็อกล่าสุดของ Paul Graham ป๋าดันแห่งซิลิคอนวัลเลย์ (ผมเคยไปฟังแกพูดที่งาน FOWA 2007 ที่ลอนดอน) เขียนเรื่อง Organic Startup Ideas ใกล้เคียงกันพอดี ขอยกมาแปะหน่อย

There are two types of startup ideas: those that grow organically out of your own life, and those that you decide, from afar, are going to be necessary to some class of users other than you. Apple was the first type. Apple happened because Steve Wozniak wanted a computer. Unlike most people who wanted computers, he could design one, so he did. And since lots of other people wanted the same thing, Apple was able to sell enough of them to get the company rolling. They still rely on this principle today, incidentally. The iPhone is the phone Steve Jobs wants.

Guy Kawasaki's Reality Check

ตอนก่อน: หนังสือ Reality Check

อ่านจบแล้ว หนังสือดี อ่านเสร็จแล้วอยากแปล (ถ้าเจ้าหนี้ทวงงานผมทั้งหลายมาอ่านเจอบรรทัดนี้ คงแอบด่าในใจว่า ทำงานส่งตูก่อน :P)

ช่วงที่อ่านๆ อยู่ก็มีประเด็นมากมายอยากจะเขียนลงบล็อก แต่ก็ไม่ได้ลงสักเท่าไรนัก แถมพออ่านจบแล้วก็ลืมหมด

เอา quote ช่วงท้ายเล่มที่ยังพอจำได้แล้วกัน (p.454)

As you grow older and older, you will find that things change from absolute to relative

Friedman on Startup and America

Thomas Friedman คือคนที่เขียนหนังสือ The World is Flat ซึ่งคนฮิตกันทั่วบ้านทั่วเมือง (ผมด้วยคนนึง)

ตอนนี้ Friedman ไปเขียนคอลัมน์ลง NYT

และเมื่ออาทิตย์ก่อน งานของ Friedman ในคอลัมน์นี้ดังมากจนใครๆ ก็พูดถึง ลองไปหาในพวก Technorati หรือ Google News ดูได้

แต่เนื่องจากว่าผมยุ่ง+ป่วยเล็กน้อย (ข้ออ้าง) เลยเก็บเข้ากรุ toread คือตามมาอ่านอีกครั้งเมื่อนึกออกว่าเก็บเอาไว้