Social Class

หยุดสังคม

พูดตรงๆ ชนชั้นกลางไม่ได้ต้องการความเท่าเทียม ไม่ได้อยากให้คนชั้นล่างขึ้นมาเท่ากับตัวเอง แต่ตัวเองอยากขึ้นไปเท่ากับชนชั้นสูง อยากเขยิบฐานะทางสังคมขึ้นไป ฉะนั้น ชนชั้นกลางพอใจกับสังคมที่มีลำดับชั้น แค่ขอให้ตัวเองอยู่ข้างบน เลยอยากหยุดสังคมเอาไว้ ประเภทชนบทสวยงาม ซึ่งจริงๆ ชนบทมันก็เปลี่ยนไปแล้ว ไม่มีแบบซื่อใสไร้เดียงสา โง่ จน เจ็บ ไม่รู้สิทธิทางการเมือง อยู่นิ่งๆ ไปเรื่อยๆ แบบในละครไม่มีแล้ว แต่ชนชั้นกลางโหยหา อยากหมุนเวลาทุกอย่างกลับไปให้เหมือนเดิม ดังนั้น อุดมการณ์ที่จะดึงดูดใจพวกเขาที่สุดคือ อุดมการณ์ฝ่ายขวาสมัยก่อน ซึ่งเป็นอุดมการณ์ที่ต้องการรักษาระเบียบอำนาจแบบเดิมเอาไว้

Unseen Thailand

ว่ากันว่า งานเขียนที่วิเคราะห์สภาพสังคมไทยที่ดีๆ มักมาจากต่างประเทศ (ฝรั่งไม่ค่อยสลิ่มกระมัง) คราวนี้ก็เช่นกัน NYT มีบทความ Rural Thais Find an Unaccustomed Power เขียนโดย Thomas Fuller อธิบายสภาพสังคมไทยในชนบทที่เปลี่ยนแปลงไปจาก "มายาคติ" แบบเดิมๆ มาก จนส่งผลต่อการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา

แค่ย่อหน้าแรกก็เท่กรี๊ดแล้ว

น้ำท่วมกับชนชั้นกลาง

ประชาไทมีบทความ ระบบอุปถัมภ์ในปรากฏการณ์น้ำท่วมไทย 2553 เขียนถึงน้ำท่วมในหลายๆ แง่มุม แต่ที่ผมสนใจก็มุมเดิมคือเรื่อง "ชนชั้น" โดยเฉพาะ "พฤติกรรมของชนชั้นกลาง"

เราจะพบว่า หลังการล้อมปราบอย่างเหี้ยมโหดของรัฐบาลในเดือนพฤษภาคม 2553 ชนชั้นกลาง มีความอึดอัดและหาทางออกเพื่อ “จุดยืนทางศีลธรรม” ของตน อย่างขมีขมัน ด้วยการออกมาร่วมมือร่วมใจกันผ่านแคมเปญต่างๆ ตั้งแต่ Together We Can, Big Cleaning Day ฯลฯ นี่คือ การเยียวยาตัวเองด้วยการแสดงความเป็น “ผู้อุปถัมภ์” ต่อผู้ที่ด้อยกว่า ต่ำกว่า และเดือดร้อนกว่าตน

ย่อหน้านี้พูดถึง "ภาพกว้าง" ของพฤติกรรม ซึ่งประเด็นนี้มีคน "พูดถึงบ้าง" ในช่วงหลัง พ.ค. แต่ไม่เยอะนัก อาจเพราะโดนบดบังด้วยประเด็นอื่นๆ ไปหมด

Middle Class Analysis

ประชาชาติมีบทสัมภาษณ์ ปราปต์ บุนปาน ลูกเจ้าของมติชน และล่าสุดคือบรรณาธิการบริหารมติชนออนไลน์

ปราปต์ บุนปาน สุดท้ายแล้วคนรุ่นเราก็ต้องเลือกชนหรือเดินไปบนทางแยกสักทางในสักวันหนึ่งอยู่แล้ว

คุยหลายเรื่อง แต่เรื่องที่ผมสนใจก็คือเรื่อง "ชนชั้นกลาง" อีกนั่นแหละ พูดง่ายๆ คือผมไม่เข้าใจสลิ่มนั่นเอง (และกำลังพยายามทำความเข้าใจอยู่)

ทามาดะ โยชิฟูมิ

จากประชาไท รายงาน: “ทามาดะ โยชิฟูมิ” อภิปรายการเมืองไทยร่วมสมัยที่ ม.เชียงใหม่

เมื่อวันที่ 24 ส.ค. ที่ผ่านมา ภาควิชาประวัติศาสตร์ คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้เชิญ ศาสตราจารย์ทามาดะ โยชิฟูมิ (TAMADA Yoshifumi) อาจารย์มหาวิทยาลัยเกียวโต ประเทศญี่ปุ่น มาบรรยายพิเศษเกี่ยวกับการเมืองร่วมสมัยของไทย

คัดมาเฉพาะข้อความที่ผมเห็นว่าสำคัญ ถือเป็นการเรียนรู้ด้านรัฐศาสตร์ของตัวผมเองด้วย

สมบัติ บุญงามอนงค์

คงไม่มีใครดังเท่าสมบัติ บุญงามอนงค์ ในตอนนี้

ประชาไท สัมภาษณ์สมบัติ บุญงามอนงค์: “ถ้าจะกรุณา ก็ควรจะจับผมในวันอาทิตย์ ผมจะดีใจมาก” คัดมาเฉพาะส่วนที่ผมสนใจคือประเด็นเรื่องชนชั้น

คนไม่เห็นผี

ผมไม่เคยเรียนจิตวิทยาเลย แต่คิดว่าบทความ คนไม่เห็นผี ของเกษียร เตชะพีระ เป็นการวิเคราะห์ความคิดคนโดยดูจากพฤติกรรมที่แสดงออกได้เข้าท่าดี

ยกคำพูดมาเป็นส่วนๆ

1

การทำความสะอาดใหญ่จึงอาจสะท้อนบอกด้วยว่าเมืองอย่างกรุงเทพฯไม่อยากจำอะไร หรือในทางกลับกันอยากให้อะไรจบลง ความข้อนี้อาจช่วยให้เข้าใจนัยสำคัญของสติ๊กเกอร์เล็ก ๆ ระบุข้อความว่า “I saw dead people! 19 MAY 10” ซึ่งผู้ใช้ชื่อว่า “กลุ่มวันอาทิตย์สีแดง” นำไปติดแถวราชประสงค์เมื่อเร็ว ๆ นี้ สติ๊กเกอร์ใบเล็ก ๆ ที่ดูไร้พิษสงมีส่วนทำให้คุณสมบัติ บุญงามอนงค์ ประธานกลุ่มฯ ถูกคุมตัวไว้ภายใต้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ทั้งนี้คงไม่ใช่เพียงเพราะสติ๊กเกอร์หรือแถบผ้าแดงที่คุณสมบัติกับพวกนำไป พันรอบป้ายราชประสงค์ทำให้สถานที่สาธารณะดูสกปรกรกรุงรังหลังทำความสะอาด เสร็จมาหมาด ๆ เท่านั้น แต่น่าเป็นไปได้ว่ากิจกรรมดังกล่าวได้ไปรื้อฟื้นรบกวนระบบความทรงจำที่เพิ่ง สถาปนาขึ้นใหม่ของกรุงเทพมหา-นคร – ว่าอะไรบ้างที่ไม่ควรจำและควรลืมได้แล้ว อะไรบ้างที่ควรจบและไม่ควรเดินเรื่องต่อแล้ว – ด้วย

เสื้อเหลืองเป็นใครและออกมาทำไม

เป็นบทวิเคราะห์ของนิธิ เอียวศรีวงศ์ ที่ผมอ่านมาหลายวันแล้ว แต่เผอิญช่วงนี้ไม่มีเวลาขบคิดไตร่ตรองแบบละเอียดๆ เอามาแปะเป็นลิงก์ไว้ก่อน

นิธิ เอียวศรีวงศ์: เสื้อเหลืองเป็นใครและออกมาทำไม (ต้นฉบับจากมติชนออนไลน์)

ประเทศกรุงเทพ

เจอจาก Facebook ของ "เพื่อนของเพื่อน" คนหนึ่ง ขอเอามาลงแบบไม่แสดง identity เป็นกรณีพิเศษ (ถ้าแสดง identity แล้ว อาจทำให้ผู้อ่านมี bias ต่อเนื้อความได้)

คนกรุงเทพหลายคน มีความคิดแปลกๆที่ว่า "ถ้าเหลือแต่กรุงเทพแล้วประเทศไทยจะเป็นประเทศที่เจริญ" คนเหล่านั้นไม่ชอบเห็นภาพที่ดินแตก ระแหง หรือ เห็นภาพถนนลูกรัง พวกเขาอยากจะเห็นเพียงสิ่งที่พวกเขาอยากเห็น เช่น รถไฟฟ้า ห้าง โรงแรมหรูๆ ขณะเดียวคนเหล่านั้นก็ดูดกินทรัพยากรของภูมิภาคด้วยความมูมมามสกปรก ถ้าพวกเขาโหวตได้ ในตรรกะแคบๆของพวกเขา พวกเขาจะ "สถาปนาประเทศกรุงเทพ" แน่นอน

คอมเมนต์ของผู้เขียน