Series

Full House

หลังจากใช้ความพยายามมากว่าครึ่งปี ตั้งแต่เค้าเพิ่งเริ่มฮิตกันจนถึงความฮิตหายไปกับสายลม ผมก็ดู Full House จบจนได้

เรื่องสนุกนะครับไม่ใช่ไม่สนุก แต่ที่ดูช้าก็เป็นเพราะขาดทั้งเวลากับความตั้งใจ ถึงแม้เรื่องในช่วงหลังๆ จะยืดไปหน่อย (16 ตอนน่าจะบีบได้เหลือ 13-14 ตอน) แต่ช่วง 3-4 ตอนแรกนี่ระดับ addictive เลยล่ะ

ลองมานั่งคิดเล่นๆ ว่าทำไม Full House ถึงดัง ถ้าตัดประเด็นกระแสซีรีย์เกาหลีฟีเวอร์, กระแสเรนฟีเวอร์ และบรรยากาศในเรื่องที่ถ่ายออกมาสวยน่าไปแล้ว จุดสำคัญคงเป็นการวางบทของตัวละครแต่ละคนให้เรารู้สึกคุ้นเคยนั่นเอง

มินจุงโฮ

ถ้าตกอยู่สถานการณ์เดียวกับมินจุงโฮ จังกึมมาขอร้องแบบนั้น ผมจะยอมทิ้งทุกสิ่งทุกอย่างพาหนีหรือเปล่า

ผมตอบไม่ได้

Rome

ไม่ค่อยได้ดูทีวีเท่าไร จ่ายค่า UBC เดือนนึงตั้งแพง มาได้ดูคุ้มตรงซีรีย์นี่ล่ะ



หลังจาก Battlestar Galactica แบบมาราธอนจบไป ตอนนี้ก็เข้าสู่ซีรีย์ใหม่ Rome (Wikipedia) ซึ่งเป็น Original Series ของ HBO (คือ HBO ลงทุนสร้างเองฉายเอง) เช่นเดียวกับ Sex & the Cities

Battlestar Galactica

ถึงผมจะอ่านหนังสือไซไฟค่อนข้างเยอะ แต่ซีรีย์นี่แทบไม่ได้ดูเลย เป็นเพราะบ้านเราหาดูยาก แถมซีรีย์มาอาทิตย์ละตอน ทำให้ต้องติดตาม (และลืม) ซึ่งค่อนข้างเป็นภาระ ที่ผมเคยดูก็มี Star Trek สองภาค คือ The Next Generation (แพททริค สจวร์ต เล่นเป็นกัปตันฌอง ลุค พิคาร์ด) กับ Voyager (กัปตันเจนเวย์) ที่เคยแวะมาฉายช่อง Hallmark ไม่กี่ตอน อาศัยว่าเปิดมาเจอก็ดูมากกว่า

วันที่ 2-6 พ.ย. นี้ Cinemax เอา Battlestar Galactica มาฉายมาราธอน วันละสองตอน หลังจากดูของวันแรกจบเมื่อกี้ อีก 4 วันที่เหลือ เราออกไปไหนตอนค่ำไม่ได้อีกต่อไป

Battlestar Galactica

Farewell to the ladies

บ๊ายบายแครี ซาแมนธา ชาล็อต มิแรนด้า

ถึงผมได้ดูพวกคุณแค่ซีรีย์ 5 กับ 6 แต่ผมก็ประทับใจพวกคุณมาก
พวกคุณกลายเป็นปรากฎการณ์ ใครจะไปคิดว่าซีรีย์ไม่ต้องมีเอ็ฟเฟ็คต์อลังการ ก็ดังได้ ไฮดี้ คลัมยังชอบพวกคุณเลยนะ

ผมอยากจะเข้าใจพวกคุณและผู้หญิงทุกคน แต่บางครั้งผมก็เป็นเหมือนกับเบอเกอร์ ที่กลัวความเก่งของคุณ เป็นเหมือนกับสตีฟ ที่ไม่เข้าใจว่าคุณยังกลัวอะไร หรือจะเป็นเหมือนกับมร. บิ๊กดี ที่สุดท้ายก็ขีดเส้นความสัมพันธ์ไว้เพียงคนรู้ใจ ไม่ใช่คนรัก