Series

Game of Thrones: The Coming of Age in Westeros

House Stark

ปรับปรุงจากโพสต์ใน Facebook

เนื่องจากดู Game of Thrones ช้ากว่าชาวบ้านเขาไปหลายปี หลังจากดูจบซีซัน 5 ไล่ทันชาวบ้านแล้ว ก็อยากเขียนลงบล็อกในบางประเด็นที่คิดว่าน่าสนใจสักหน่อย เริ่มจากวิจารณ์ "ธีมหลัก" ของเรื่องก่อน (หมายเหตุ: ข้อมูลทั้งหมดจากการดูซีรีส์อย่างเดียว ไม่ได้อ่านหนังสือ A Song of Ice and Fire)

ผมคิดว่าธีมหลักของ Game of Thrones คือมันเป็นหนังแนว coming of age ฟังแล้วอาจดูแปลกๆ เพราะในเรื่องนี้มันฆ่ากันชิปหายวายป่วงมาก จะมาเป็นหนัง coming of age ที่ส่วนใหญ่มักเป็นแนววัยรุ่นใสๆ ได้อย่างไรกัน

คำตอบคือธีมหลักของหนัง/นิยาย เป็นเรื่อง "การเติบโตเป็นผู้ใหญ่" ของเหล่าเด็กน้อยตระกูล Stark ทั้ง 6 คน โดยมีฉากหลังเป็นสงครามกลางเมืองของ Westeros ที่เรียลลิสติกและสมจริง ฆ่าเป็นฆ่า พลาดเป็นตาย ไม่มีโอกาสแก้ตัว

House of Cards - Season 1 Recap

House of Cards

ดู House of Cards ซีซันแรกจบมาได้สักระยะหนึ่งแล้ว (ซีรีส์อะไรไม่รู้โหดชิป) ได้เวลาเขียนลงบล็อกกันนะครับ (ตอนแรก) แน่นอนว่า spoil เต็มเหยียด ใครไม่อยากรู้เรื่องก่อนกรุณาข้ามบล็อกนี้ไป

House of Cards เป็นเรื่องของ ส.ส. จากพรรคเดโมแครตชื่อ Francis Underwood (หรือชื่อเล่นคือ Frank) แสดงโดย Kevin Spacey เขาเป็น ส.ส. อาวุโสที่รับบทบาทเป็น "วิป" (whip) ผู้คุมเสียง ส.ส. ฝั่งเดโมแครตในสภาล่าง/สภาผู้แทนราษฎรของสหรัฐ (House of Representatives) ด้วย

House of Cards - First Episode

House of Cards

ช่วงปลายปีที่พอจะเริ่มว่างเพราะเคลียร์งานเสร็จไปเยอะ บิ๊กบอสก็เดินมาหาพร้อมกับยื่น DVD มาให้หนึ่งกล่องพร้อมคำสั่ง "ดูตอนแรกให้จบในคืนนี้ นี่คือการบ้าน"

กลับบ้านเลยจำใจหยิบขึ้นมาดู พบว่า โฮ! นี่มันสนุกมากเลยนะนาย

Doctor Who: The Waters of Mars

ซีรีส์อีกอันหนึ่งที่ผมได้ยินบ่อยมาก แต่ไม่เคยมีโอกาสได้ดูสักที (ทั้งที่ไปอยู่อังกฤษมาเป็นปีๆ) คือ Doctor Who ซีรีส์ไซไฟของ BBC

แต่เนื่องในโอกาสต้องขึ้นเครื่องบินระยะไกล แถมระบบความบันเทิงบนเครื่อง ICE ของสายการบิน Emirates นั้นเทพมาก (จอ 16:9 แถมมี Avatar แล้วนะ) เลยมีโอกาสได้ดูหนังหลายเรื่องที่เคยอยากดูและพลาดไป แน่นอน Doctor Who เป็นหนึ่งในนั้น

เนื่องจากเวลาจำกัดเลยได้ดูแค่ 1 ตอนคือ The Waters of Mars

Princess Hours, Complete

ถึงแม้เรื่องนี้จะใช้เวลาค่อนข้างน้อยตามมาตรฐานของตัวเอง แต่พอไปเล่าชาวบ้านก็จะเจอคำถามกึ่งอุทานเหมือนกันหมดว่า "ยังไม่จบอีกเหรอ"

ระหว่างที่ดูก็มีประเด็นให้เขียนถึงเยอะแยะ แต่พอดูจบก็นึกไม่ออกเลย เอาเป็นว่าตอนสุดท้ายมีรางวัลแห่งความพยายามที่อดทนดูมา 24 ตอนด้วยเชซังกุงในชุดสวย

Princess Hours

ช่วงนี้กำลังดู Princess Hours หรือชื่อเกาหลี Goong หรือชื่อไทย เจ้าหญิงวุ่นวายกับเจ้าชายเย็นชา อยู่อย่างเมามัน

และเหมือนอย่างเคย ปกติผมเป็นพวกฮิตดีเลย์ [1, 2] เรื่องนี้ก็ไม่พลาด ดังจนมีเพลงเป็นภาษาไทย ชาวบ้านร้องได้กันหมดเมือง เราก็เพิ่งจะได้ดู

ดูไปได้ 12 จาก 24 ตอนละ เดี๋ยวจบแล้วจะมาเขียนยาวๆ เอาแบบสั้นก็รู้สึกเหมือน Full House ผสม F4

Densha Otoko

ผมนิสัยเสียตรงดูซีรีย์ที่ต้องติดตามเป็นประจำไม่ได้ (ไม่เคยจำวันได้) ต้องใช้วิธีดูรวดเดียว ซึ่งก็มีข้อแม้ว่าต้องรวดเดียวจริงๆ ถ้าเกิดว่าพักตรงกลางมันจะพักนานจนลืมไปเลย จะได้ดูจบต่อเมื่อเจ้าของทวงคืน ตอน Full House ก็ทีนึงแล้ว

คราวนี้ถึงคิวของซีรีย์ญี่ปุ่น Densha Otoko หรือชื่อภาษาไทย "ลุ้นรักหนุ่มรถไฟ"

The Apprentice

ได้ยินชื่อรายการ The Apprentice มานานแต่ไม่เคยดู (ฟังชื่อตอนแรกนึกถึงเจได)

เคยอ่าน The Observer ก็มีสกู้ปใหญ่โตว่าใครจะชนะ (ของฝั่ง UK) เลยคิดว่ามันต้องดังในระดับหนึ่งเลยล่ะ เผอิญวันนี้ยังอยู่ในช่วงหยุดต่อเนื่อง อยู่บ้านเฉยๆ เปิดทีวีมาเจอพอดีเลยดูซะหน่อย