Media

Responsive Design for Content Site - Next Guardian

Guardin Responsive Design
เรื่องมีอยู่ว่าหนังสือพิมพ์ The Guardian ของอังกฤษเขากำลังออกแบบหน้าเว็บใหม่ (ลองเล่นได้ที่ [Guardian Next](http://next.theguardian.com/)) ซึ่งโจทย์ของการออกแบบคือเป็น responsive รองรับอุปกรณ์ทุกขนาดหน้าจอ แต่การเป็นเว็บหนังสือพิมพ์ที่มี content เยอะและหลากหลายนั้นมันไม่ง่าย มันไม่ใช่แค่ออกแบบให้เพจยืดหดตามขนาดจอแล้วก็จบ แต่มันต้องมีหลักการเรื่อง navigation และการจัดหมวดของ content ด้วย สุดท้าย Guardian ได้พัฒนาแนวคิดที่น่าสนใจมาก เรียกมันว่า Container Model กับ Blended Content (รายละเอียดอ่านได้จาก [Guardian Beta Blog](http://next.theguardian.com/blog/container-model-blended-content/) และ [

เขียนถึง แบไต๋ไฮเทค

ทราบข่าวรายการแบไต๋ไฮเทคจะปิดตัวเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ตอนนั้นอยู่ต่างประเทศพอดีเลยไม่มีเวลาอ่านข้อมูลละเอียดมากนัก ในโอกาสที่รายการฉายตอนสุดท้ายไปแล้วเมื่อวานนี้ (30 ก.ค.) ก็ขอเขียนถึงเป็นที่ระลึกหน่อยครับ ความสัมพันธ์ของผมกับทีมงานแบไต๋คงต้องใช้คำว่า "เพื่อน" จะตรงที่สุด ผมค่อนข้างสนิทกับ อ.ศุภเดช (@ripmilla) มากที่สุด แต่ช่วงหลังก็มีโอกาสได้คุยกับ พี่หลาม จิ๊กโก๋ไอที (@sharkshow) รวมถึงได้ไปทริปไต้หวันด้วยกัน เลยสนิทกันมากขึ้น ส่วนเจ้าของรายการ คุณหนุ่ย พงษ์สุข (@nuishow) ไม่สนิทมากเท่าสองคนแรก แต่เจอกันตามงานทีไร คุณหนุ่ยก็เป็นฝ่ายเข้ามาทักทายผมอยู่เสมอ จริงๆ แล้วผมรู้จักคุณหนุ่ยอยู่ข้า

The New York Times Innovation Report

เว้นวรรคเรื่องเที่ยว กลับมาเรื่องมีสาระชั่วคราวนะครับ วงการสื่อสหรัฐเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาสั่นสะเทือนอย่างหนัก เพราะมีเอกสารลับชิ้นหนึ่งหลุดออกมาสร้างความสั่นไหวอย่างรุนแรงต่อทิศทาง "สื่อดิจิทัล" ในอนาคต เอกสารที่ว่านี้ไม่ใช่ผังล้มเจ้าหรือโทรเลขวิกิลีกส์ แต่เป็นรายงานภายในของหนังสือพิมพ์ The New York Times ชื่อว่า Innovation ที่หลุดออกมาผ่าน[เว็บไซต์ BuzzFeed](http://www.buzzfeed.com/mylestanzer/exclusive-times-internal-report-painted-dire-digital-picture) (ภาพข้างบนถ่ายเอง[ตอนไปนิวยอร์ก](http://isriya.com/node/3880/big-businesses-new-york)) ทำไมรายงานชิ้นนี้จึงสำคัญมาก ตอบได้ดังนี้ 1.

Bezos-style

เรื่องมีอยู่ว่า เมื่อเดือนที่แล้ว [Jeff Bezos ซีอีโออเมซอนไปซื้อหนังสือพิมพ์ Washington Post](http://www.blognone.com/node/47207) คนก็เลยตื่นเต้นตกใจกันใหญ่ เหตุผลก็มี 3 อย่างรวมกัน เพราะ 1) หนังสือพิมพ์กำลังจะตาย 2) Washington Post เป็นหนังสือพิมพ์ที่ได้รับการยอมรับสูงในสายการเมืองอเมริกา และ 3) Bezos เป็นเจ้าพ่อเทคโนโลยีผู้ปฏิวัติวงการไอทีสำเร็จมาหลายครั้ง ด้วยเหตุผลทั้ง 3 ข้อรวมกัน คนก็เลยรู้สึกว่า เฮ้ย นี่ไง เห็นไหม Washington Post รอดแล้วเพราะ Bezos คงมีอะไรเด็ดๆ มากอบกู้โลก และถ้า Washington Post รอด หนังสือพิมพ์รายอื่นๆ ก็คงรอดตามด้วย ว่าแล้วก็วิเคราะห์กันไปต่างๆ นานา จนกระทั่งเรื่

On Demand TV

ได้กล่อง IPTV ของ TOT มาสักพักหนึ่งแล้ว (คนอ่านบล็อกนี้หลายๆ คนก็น่าจะได้เหมือนกัน) ว่าจะเขียนถึงแต่ก็ไม่มีโอกาส ใช้มาสักระยะก็พบ "killer feature" ของ IPTV แล้วว่าคืออะไร

จุดเด่นของ IPTV เหนือการกระจายสัญญาณโทรทัศน์ระบบอื่นๆ มันคือการดูทีวีแบบ on demand นั่นล่ะครับ กลับบ้านมาตอนหนึ่งทุ่มครึ่ง แต่อยากดู "เจาะข่าวเด่นกับสรยุทธ" ใช่ไหม กดปุ่มสามสี่ทีก็ย้อนได้แล้ว อยากดูละครย้อนหลังสองวันหรือหยุดพักเข้าห้องน้ำ ทุกอย่างสามารถทำได้บนระบบของ IPTV

คำว่า on demand TV เป็นอย่างไร ก็รู้ซึ้งตอนมาใช้เองเนี่ยล่ะ

Lessons from The Daily

ข่าวใหญ่ในวงการสื่อตะวันตกประจำสัปดาห์ที่ผ่านมาคือ [อวสาน The Daily](http://www.blognone.com/node/38661) โครงการหนังสือพิมพ์ดิจิทัลบนแท็บเล็ตของ News Corporation (ถ้าไม่รู้จัก อ่าน[รายละเอียดของ The Daily](http://www.blognone.com/topics/daily)) สิ่งที่ทำให้ The Daily เป็นจุดสนใจมาโดยตลอดคือ - ความพยายามทำ original newspaper on tablet เป็นครั้งแรกของสื่อใหญ่ - เกาะกระแส iPad - News Corp.

Journalism is not a Profession Anymore

อ.พิรงรอง รามสูต เขียนบทความ [ถึงเวลาปฏิรูปองค์กรวิชาชีพสื่อ หรือยัง ?](http://www.bangkokbiznews.com/home/detail/politics/opinion/pirongrong_r/20121120/478704/%C2%B6%D6%A7%C3%A0%C3%87%C3%85%D2%BB%C2%AF%C3%94%C3%83%D9%BB%CD%A7%C2%A4%C3%AC%C2%A1%C3%83%C3%87%D4%AA%D2%AA%D5%BE%C3%8A%C3%97%C3%A8%C3%8D-%C3%8B%C3%83%C3%97%C3%8D%C3%82%D1%A7--.html) ตั้งคำถามถึง "วิชาชีพสื่อ" ที่ถูกตั้งคำถามมากๆ ในช่วงหลัง ทั้งประเด็นเรื่องสื่อไปร่วมทริปดูงานของรัฐสภา หรือประเด็นเรื่อง "ไร่ส้ม" รวมถึง "องค์กรวิชาชีพสื่อ" ที่ถูกวิจารณ์ว่าเอียงข้างทางการเมืองเช่นกัน อาจารย์ให้ความเห็นว่า "ความเห็นสาธารณะ" ต่อประเด็นเรื

The Death of Personal Blogging

หัวข้อคือ The Death of __Personal__ Blogging ไม่ใช่ The Death of Blogging เนื้อหาก็ตามนั้น คือตัวผมเองเขียนบล็อกส่วนตัวอันนี้น้อยลงไปมาก และคิดว่าบล็อกเกอร์คนอื่นๆ ที่เขียนบล็อกส่วนตัว ย้ำว่า บล็อกส่วนตัว น่าจะเผชิญสภาวะเดียวกัน (มาตั้งนานแล้วด้วยซ้ำ) เหตุผลก็มีหลายอย่างประกอบกัน เช่น คนเรามันจะมีเรื่องอะไรให้เขียนได้ทุกวัน, การเขียนบล็อกยาวๆ หน่อยต้องใช้แรงพอสมควร, การเข้ามาของ Facebook/Twitter ที่โพสต์ง่ายกว่ากันมาก และมี friend interaction เยอะกว่ามาก เป็นต้น ในระยะยาวแล้ว personal blogging คงลดรูปลงไปเหลือแค่งานเฉพาะทาง สำหรับคนบางกลุ่มที่ชอบเขียนไดอารี่จริงๆ เท่านั้น แต่ฟังก์ชันทั่วๆ ไ

The Nation Way ผิดจากนี้ไม่ใช่เรา

ช่วงนี้มีโอกาสได้ไปงานสัมมนาด้านวิชาชีพสื่อมวลชนค่อนข้างบ่อย ก็เลยได้อยู่ในวงสนทนาเกี่ยวกับอดีต ปัจจุบัน และอนาคตของสื่อในประเทศไทยหลายเรื่อง ผมเองไม่เคยมีความเกี่ยวข้องกับ "วิชาชีพสื่อ" อย่างเป็นเรื่องเป็นราว เรียนด้านนี้ก็ไม่เคยสักนิด (แต่คนที่เคยเรียนก็มักบอกว่า "ไม่เรียนน่ะดีแล้ว" เป็นงั้นไป) คงมีมุมมองที่ต่างออกไปจากพวกที่จบสายสื่อสารมวลชนไม่น้อย (และจากการไปฟังงานพวกนี้พบว่า ต่างกันมากๆ) ประเด็นที่สื่อเมืองไทยให้ความสำคัญเยอะคือ "จริยธรรมสื่อ" ซึ่งผมยังไม่เข้าใจมันอย่างถ่องแท้นัก คงวิจารณ์ลำบาก แต่วันนี้ไปงานสัมมนาของเว็บไซต์ข่าวเจาะ [TCIJ](http://www.tcijthai.com/TCIJ/) มีการยกกรณี "ค

Digital First - John Paton

สำหรับคนที่สนใจเรื่อง digital media ผมแนะนำให้ตาม [บล็อกของ Mathew Ingram บน GigaOm](http://gigaom.com/author/mathewingram/) ซึ่งเขาจะเขียนเรื่องหนังสือพิมพ์ในยุคดิจิทัลไว้ค่อนข้างมาก บล็อกตอนนี้ก็มีที่มาจาก [บทความของ Mathew](http://gigaom.com/2011/09/07/is-john-paton-the-savior-newspapers-have-been-waiting-for/) เช่นกัน โดยเขาเขียนถึง John Paton ซึ่งเคยเป็นซีอีโอของบริษัทหนังสือพิมพ์ Journal Register Company (JRC) JRC เป็นบริษัทสื่อที่มีหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นของสหรัฐจำนวนมากอยู่ในมือ หนังสือพิมพ์ในเครืออาจจะไม่ดังถึงขนาดหนังสือพิมพ์ระดับชาติของอเมริกาอย่าง NYT, WSJ แต่หลายเล่มก็มีประวัติยาวน