Journalism

The New York Times Innovation Report

เว้นวรรคเรื่องเที่ยว กลับมาเรื่องมีสาระชั่วคราวนะครับ วงการสื่อสหรัฐเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาสั่นสะเทือนอย่างหนัก เพราะมีเอกสารลับชิ้นหนึ่งหลุดออกมาสร้างความสั่นไหวอย่างรุนแรงต่อทิศทาง "สื่อดิจิทัล" ในอนาคต เอกสารที่ว่านี้ไม่ใช่ผังล้มเจ้าหรือโทรเลขวิกิลีกส์ แต่เป็นรายงานภายในของหนังสือพิมพ์ The New York Times ชื่อว่า Innovation ที่หลุดออกมาผ่าน[เว็บไซต์ BuzzFeed](http://www.buzzfeed.com/mylestanzer/exclusive-times-internal-report-painted-dire-digital-picture) (ภาพข้างบนถ่ายเอง[ตอนไปนิวยอร์ก](http://isriya.com/node/3880/big-businesses-new-york)) ทำไมรายงานชิ้นนี้จึงสำคัญมาก ตอบได้ดังนี้ 1.

อะไรบ้างที่สมควรเป็นข่าว

[เจอคำถามนี้ใน Blognone](http://www.blognone.com/node/40209) ซึ่งเดิมทีผมคิดว่าเป็นเรื่อง common sense น่าจะพิจารณากันเองได้ไม่ยาก แต่เมื่อมีคนถามมา เรื่องนี้สามารถตอบด้วยหลักวิชาทางนิเทศศาสตร์ได้ครับ ลองค้นหาข้อมูลดูแล้ว เอกสารที่เขียนได้ดีและกระชับมากที่สุดคือ [หลักการเขียนข่าว การผลิตข่าว และการรายงานข่าว ](http://contentcenter.prd.go.th/D00001/10601006159/%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%82%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%99%E0%B8%82%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%A7%20%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%9C%E0%B8%A5%E0%B8%B4%E0%B8%95%E0%B8%82%E0%B9%88%E0%B8%B2

Lessons from The Daily

ข่าวใหญ่ในวงการสื่อตะวันตกประจำสัปดาห์ที่ผ่านมาคือ [อวสาน The Daily](http://www.blognone.com/node/38661) โครงการหนังสือพิมพ์ดิจิทัลบนแท็บเล็ตของ News Corporation (ถ้าไม่รู้จัก อ่าน[รายละเอียดของ The Daily](http://www.blognone.com/topics/daily)) สิ่งที่ทำให้ The Daily เป็นจุดสนใจมาโดยตลอดคือ - ความพยายามทำ original newspaper on tablet เป็นครั้งแรกของสื่อใหญ่ - เกาะกระแส iPad - News Corp.

Journalism is not a Profession Anymore

อ.พิรงรอง รามสูต เขียนบทความ [ถึงเวลาปฏิรูปองค์กรวิชาชีพสื่อ หรือยัง ?](http://www.bangkokbiznews.com/home/detail/politics/opinion/pirongrong_r/20121120/478704/%C2%B6%D6%A7%C3%A0%C3%87%C3%85%D2%BB%C2%AF%C3%94%C3%83%D9%BB%CD%A7%C2%A4%C3%AC%C2%A1%C3%83%C3%87%D4%AA%D2%AA%D5%BE%C3%8A%C3%97%C3%A8%C3%8D-%C3%8B%C3%83%C3%97%C3%8D%C3%82%D1%A7--.html) ตั้งคำถามถึง "วิชาชีพสื่อ" ที่ถูกตั้งคำถามมากๆ ในช่วงหลัง ทั้งประเด็นเรื่องสื่อไปร่วมทริปดูงานของรัฐสภา หรือประเด็นเรื่อง "ไร่ส้ม" รวมถึง "องค์กรวิชาชีพสื่อ" ที่ถูกวิจารณ์ว่าเอียงข้างทางการเมืองเช่นกัน อาจารย์ให้ความเห็นว่า "ความเห็นสาธารณะ" ต่อประเด็นเรื

The Death of Personal Blogging

หัวข้อคือ The Death of __Personal__ Blogging ไม่ใช่ The Death of Blogging เนื้อหาก็ตามนั้น คือตัวผมเองเขียนบล็อกส่วนตัวอันนี้น้อยลงไปมาก และคิดว่าบล็อกเกอร์คนอื่นๆ ที่เขียนบล็อกส่วนตัว ย้ำว่า บล็อกส่วนตัว น่าจะเผชิญสภาวะเดียวกัน (มาตั้งนานแล้วด้วยซ้ำ) เหตุผลก็มีหลายอย่างประกอบกัน เช่น คนเรามันจะมีเรื่องอะไรให้เขียนได้ทุกวัน, การเขียนบล็อกยาวๆ หน่อยต้องใช้แรงพอสมควร, การเข้ามาของ Facebook/Twitter ที่โพสต์ง่ายกว่ากันมาก และมี friend interaction เยอะกว่ามาก เป็นต้น ในระยะยาวแล้ว personal blogging คงลดรูปลงไปเหลือแค่งานเฉพาะทาง สำหรับคนบางกลุ่มที่ชอบเขียนไดอารี่จริงๆ เท่านั้น แต่ฟังก์ชันทั่วๆ ไ

The Nation Way ผิดจากนี้ไม่ใช่เรา

ช่วงนี้มีโอกาสได้ไปงานสัมมนาด้านวิชาชีพสื่อมวลชนค่อนข้างบ่อย ก็เลยได้อยู่ในวงสนทนาเกี่ยวกับอดีต ปัจจุบัน และอนาคตของสื่อในประเทศไทยหลายเรื่อง ผมเองไม่เคยมีความเกี่ยวข้องกับ "วิชาชีพสื่อ" อย่างเป็นเรื่องเป็นราว เรียนด้านนี้ก็ไม่เคยสักนิด (แต่คนที่เคยเรียนก็มักบอกว่า "ไม่เรียนน่ะดีแล้ว" เป็นงั้นไป) คงมีมุมมองที่ต่างออกไปจากพวกที่จบสายสื่อสารมวลชนไม่น้อย (และจากการไปฟังงานพวกนี้พบว่า ต่างกันมากๆ) ประเด็นที่สื่อเมืองไทยให้ความสำคัญเยอะคือ "จริยธรรมสื่อ" ซึ่งผมยังไม่เข้าใจมันอย่างถ่องแท้นัก คงวิจารณ์ลำบาก แต่วันนี้ไปงานสัมมนาของเว็บไซต์ข่าวเจาะ [TCIJ](http://www.tcijthai.com/TCIJ/) มีการยกกรณี "ค

BBC Sport - Match Timeline

เคยเขียนเรื่อง [News Timeline](http://www.isriya.com/node/3654/news-timeline) โดยใช้ตัวอย่างของเว็บไซต์ The Verge กับข่าวไอทีไปแล้วครั้งหนึ่ง วันนี้ระหว่างตามอ่านข่าว __แมนยูแพ้__ ก็ไปเจอของดีเข้าที่ BBC Sport มันคือการรายงานข้อมูลของแมตช์การแข่งขัน (liveblogging + คอมเมนต์อื่นๆ) ที่ใช้การนำเสนอแบบ timeline ของ Twitter ตัวอย่าง - [รายงานของนัด Man City 1-0 Man Utd](http://www.bbc.co.uk/sport/0/football/17899638) (ตามภาพประกอบ) - [รายงานของนัด QPR 1-0 Spurs](http://www.bbc.co.uk/sport/0/football/17793708) แต่ก็มีผลของนัดอื่นๆ ที่เตะพร้อมกันด้วย โครงสร้างการนำเสนอแบบนี้น่าสนใจมาก เน้นไปที่

How Search Engines React To Breaking News

งานวิจัยเล็กๆ ที่น่าสนใจสำหรับคนที่ติดตามวงการ search engine งานนี้เป็นของบริษัท Optify ทำเพื่อโปรโมทกิจการด้าน SEO/Social PR ของตัวเองแต่ก็เป็นประโยชน์ในระดับหนึ่ง โดยบริษัทนี้ตามไปดูว่า search engine สองรายใหญ่คือ Google/Bing บริหารจัดการข้อมูลอย่างไร ในยามที่โลกเกิดเหตุการณ์สำคัญๆ ที่เป็นข่าวใหญ่ เช่น แผ่นดินไหวที่ญี่ปุ่น หรือ สตีฟ จ็อบส์ ลาออก ผลก็คือเขาพบว่า - search engine จะเป็นหน้าผลการค้นหา (SERP - search engine result page) เป็นแบบพิเศษเพื่อรับมือกับกระแสหลั่งไหลของมวลชน - หน้า SERP สำหรับข่าวด่วนจะไม่มีโฆษณา และจะเรียงต่างจากหน้าผลการค้นหาปกติ โดยจะนำผลการค้นหาแบบพิเศษ (Optify เร

Digital First - John Paton

สำหรับคนที่สนใจเรื่อง digital media ผมแนะนำให้ตาม [บล็อกของ Mathew Ingram บน GigaOm](http://gigaom.com/author/mathewingram/) ซึ่งเขาจะเขียนเรื่องหนังสือพิมพ์ในยุคดิจิทัลไว้ค่อนข้างมาก บล็อกตอนนี้ก็มีที่มาจาก [บทความของ Mathew](http://gigaom.com/2011/09/07/is-john-paton-the-savior-newspapers-have-been-waiting-for/) เช่นกัน โดยเขาเขียนถึง John Paton ซึ่งเคยเป็นซีอีโอของบริษัทหนังสือพิมพ์ Journal Register Company (JRC) JRC เป็นบริษัทสื่อที่มีหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นของสหรัฐจำนวนมากอยู่ในมือ หนังสือพิมพ์ในเครืออาจจะไม่ดังถึงขนาดหนังสือพิมพ์ระดับชาติของอเมริกาอย่าง NYT, WSJ แต่หลายเล่มก็มีประวัติยาวน

Being Adaptive

ผมทำ online content มาก็มาก เห็นพฤติกรรมหรือคุณลักษณะสำคัญอย่างหนึ่งของสื่อออนไลน์ ที่ต่างไปจากสื่อแบบเดิมๆ คือความสามารถในการแก้ไขและแจกจ่ายแบบเรียลไทม์ สื่อตระกูล textual ด้วยกันอย่างหนังสือพิมพ์ นิตยสาร หนังสือเล่ม ถ้ามีข้อมูลอะไรผิด เก่า หรือไม่อัพเดต การแก้ไขจะทำได้ยากมาก เพราะมีต้นทุนในการผลิต (cost of reproduction) และต้นทุนในการแจกจ่าย (cost of distribution) สูงเทียบเท่ากับต้นฉบับการพิมพ์ครั้งแรก ปัจจัยเหล่านี้จึงต้องบีบให้สื่อกระดาษต้องตรวจสอบข้อมูลให้ถูกต้องมากที่สุด เพื่อลดต้นทุนเหล่านี้ให้มากที่สุด แน่นอนว่า content จำนวนมหาศาลมันย่อมต้องมีความผิดพลาดอยู่บ้าง วิธีแก้ปัญหาที่เหลือ