iOS

Jedi vs Droids

โพสต์ไว้ใน social network เมื่อเช้านี้ คนชอบกันเยอะก็ขอเอามาลงบล็อกอีกรอบนะครับ

สถานการณ์ของ iPhone ตอนนี้เปรียบเสมือเจไดสุดแกร่งจำนวนหยิบมือ ภายใต้วงล้อมของกองทัพดรอยด์จำนวนมหาศาล (ส่วนแบ่งตลาด 80%) คำถามคือจะแก้เกมอย่างไร

Smartphone Market Share in Thailand 2012

ข้อมูลส่วนแบ่งตลาดสมาร์ทโฟนส่วนใหญ่จะเป็นข้อมูลรวมของทั้งโลก หรือไม่ก็ประเทศใหญ่ๆ บางประเทศอย่างอเมริกา อังกฤษ จีน แต่ถ้าอยากได้ข้อมูลของประเทศเล็กๆ อย่างบ้านเรา เท่าที่ผมทราบคือบริษัทพวก IDC มีข้อมูลพวกนี้ (แต่ต้องซื้อ) จากข่าว [ผลสำรวจวัยรุ่นอเมริกัน 48% เลือกใช้ iPhone](http://www.blognone.com/node/43166) ที่หลายคอมเมนต์มาแชร์กันว่ารอบตัวมีคนใช้ iPhone มากน้อยแค่ไหน ทำให้ผมสงสัยขึ้นมาอีกครั้งว่าส่วนแบ่งตลาดสมาร์ทโฟนในไทย นับกันเป็นยอดขายเครื่องจริงๆ ในเชิงสถิติ (ไม่ใช่จากส่วนแบ่งคนเข้าเว็บหรือโฆษณา) เป็นเท่าไรกันแน่ ลองค้นกูเกิลดูก็พบว่ามีบริษัท GfK Retail and Technology (Thailand) เก็บ

Android's Triumph

จากบทความ [2012: The year Android truly challenged iOS](http://www.infoworld.com/d/mobile-technology/2012-the-year-android-truly-challenged-ios-209130) ผมคิดว่าช่วงหลังๆ Android รบชนะค่าย iOS ในหลายเรื่อง (การรบชนะไม่น่าแปลกใจเพราะยุทธศาสตร์กองทัพมดมันก็ต้องชนะอยู่แล้ว แต่ประเด็นคือชนะในเรื่องไหนบ้าง) ที่เห็นผลชัดเจนคือ - __แท็บเล็ต 7 นิ้ว__ ที่อัดกันมาเป็นชุดตั้งแต่ Galaxy Tab, Kindle Fire, Nexus 7 อันนี้เป็นเพราะแอปเปิลออก iPad mini ช้าเองด้วย เลยกลายเป็นแค่ me-too product - __มือถือจอใหญ่__ อันนี้ต้องยกความดีให้ Galaxy Note จนทำให้เราเห็นกองทัพ phablet ตามมาอีกเป็นชุดใหญ่ และมีผลให้ iPhon

Google Everywhere

ว่าจะเขียนถึงมานานแล้วแต่ก็ยังไม่ได้เขียนสักที วันนี้ว่างก็เอาซะหน่อย ผมไม่ค่อยซีเรียสนักกับประเด็นเรื่อง [แอปเปิลจะทำแอพแผนที่เองใน iOS 6](http://www.blognone.com/node/32439) รวมไปถึง[การถอดแอพ YouTube ออกจาก iOS](http://www.blognone.com/node/34839) ด้วย คือในแง่ของการแข่งขันมันก็มีประเด็นเรื่องแอปเปิล vs กูเกิลอยู่แหละ แต่มันไม่ได้เป็นปัญหายิ่งใหญ่อะไรนัก การวิเคราะห์ยุทธศาสตร์ของกูเกิลนั้นต้องเปลี่ยน paradigm จากวิธีคิดแบบ retail (ทำสินค้ามาขายให้กับลูกค้าโดยตรง) ไปเป็นวิธีคิดแบบ service เสียก่อน ซึ่งมันไม่ได้ตรงไปตรงมาเท่ากับวิธีคิดแบบ retail ทำให้เข้าใจยากพอสมควร (กว่าผมจะเข้าใจเรื่องนี

WWDC 2012

จริงๆ ว่าจะไม่เขียนถึงแล้วแต่เห็นสาวกแอปเปิลบางท่านมหัศจรรย์กับมันมาก เลยขอสักหน่อย - WWDC ครั้งนี้ตอกย้ำให้เห็นชัดว่า จุดแข็งที่สุดของแอปเปิลยังเป็นฮาร์ดแวร์ (ตามรากเหง้าของบริษัท) และ MacBook Retina เป็นความสามารถทางวิศวกรรมที่หาคนอื่นสู้ยาก (ในเวลานี้) - แต่มันก็แสดงให้เห็นว่าแอปเปิลกำลังเร่งสยายปีกของตัวเองไปยังซอฟต์แวร์ (ที่ไมโครซอฟท์ครองอยู่) และบริการออนไลน์ (ที่กูเกิลครองอยู่) อย่างเต็มที่ ถ้าอธิบายด้วยทฤษฎี "สามก๊กไอที" ของผมเอง ก็คือทุกคนกำลังแผ่ขยายอำนาจออกมาจากที่ตั้งเดิมของตัวเอง - OS X Mountain Lion เป็นเครื่องตอกย้ำว่าเดสก์ท็อปตันแล้ว ทางออกก็คือเปลี่ยนที่ระดับ paradigm ซึ่งแต่