Google

Google.com

When I1 showed up, I said, "Guys, shouldn't we be calling the company Google.com?" They2 3 said: "Oh, we're not just a dot.com. We're not going to be just about the Web. We're going to be all kinds of things."

Data-driven Design

ตอนไปงาน Google Developer Day ที่ลอนดอน คนของกูเกิลขึ้นเวทีขอให้กรอกแบบแสดงความคิดเห็นเรื่องการจัดงาน อันนี้ไม่มีอะไรแปลกเพราะทุกที่ขอกัน (แต่ไม่ค่อยมีใครยอมทำ ต้องเอาของมาล่อ) อันที่น่าสนใจคือคำพูดของเธอบอกว่า

We're data-driven company. Please provide us data

พูดง่ายๆ คือการตัดสินใจทุกอย่างภายในกูเกิล ต้องมีตัวเลขมารองรับ การเปลี่ยนตำแหน่งปุ่มสักอันบนเว็บ ต้องมีการทำ focus group ทดสอบหาผลดีผลเสียก่อน แล้วค่อยนำข้อมูลมาประกอบการตัดสินใจ ไม่มีการเปลี่ยนตามชอบเด็ดขาด

Google's Innovations

เป็นอีกประเด็นที่คุยกับ คุณเม่น ไว้เมื่อวานนี้

กล่าวโดยสรุปคือ กูเกิลทำอะไรเยอะแยะมากมาย แต่ผมมองว่าอันที่ยิ่งใหญ่และมีผลกระทบจริงๆ มีแค่สามอย่าง เรียงตามลำดับการคิดค้น

  1. PageRank - ทำให้ค้นหาได้แม่นยำกว่าชาวบ้าน
  2. Google Cluster - ทำให้ค้นหาได้เร็วกว่า มีดัชนีเว็บมากกว่า รองรับผู้ใช้ได้เยอะกว่าชาวบ้าน
  3. AdWord - ทำให้สามารถหาเงินได้จาก 2 ข้อข้างบนรวมกัน

อย่างอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็น Gmail, AdSense, Gmaps, Android นั่นเป็นแค่น้ำจิ้มทำขำๆ หว่านไว้เยอะๆ เผื่อจะเจออย่างที่สี่

Why We Should Have Geolocation

ช่วงนี้ข่าวเรื่องฟีเจอร์ Geolocation/Geotagging บนเดสก์ท็อปกำลังฮิต ทั้ง

(หมายเหตุ: นอกเรื่องนิดว่าการเปลี่ยนชื่อ Google Gears เป็น Gears นี้ไร้สาระที่สุดในโลก เพราะสุดท้ายคนก็ต้องเรียก Google + Gears อยู่ดี)

Google USB Stick

ของแจกจากงาน Google Developer Day 2008 เป็น USB drive ขนาด 1GB ภายในมีไฟล์จาก code.google.com โครงการต่างๆ เช่น App Engine หรือ Android แถมมาให้

Google Lego USB Stick

The New Microsoft and Future of Internet

วันก่อนอ่านบล็อกของผู้ยิ่งใหญ่ 2 คนในโลก Web 2.0 คือ Tim O'Reilly (คนแจ้งเกิดคำว่า Web 2.0) และ Michael Arrington แห่ง TechCrunch (คนที่หากินกับคำว่า Web 2.0 ได้มากที่สุดในความคิดผม) เขียนบล็อกโต้กันเรื่อง Yahoo-Microsoft-Google และอนาคตของอินเทอร์เน็ต

อ่านแล้วอยากเขียนเรื่องนี้ลง Blognone แต่คิดไปคิดมารู้สึกว่าตัวเองยังตกผลึกทางความคิดไม่พอ ครั้นจะ dismiss เรื่องนี้ไปก็เสียดาย เขียนแบบย่อความอย่างเดียวลงบล็อกแทนละกัน เผื่อว่าอนาคตคิดออกแล้วจะได้กลับมาอ่านความคิดตัวเองอีกรอบ

BigTable and Chubby Lock Service

มาว่ากันต่อถึงงานวิจัยอีก 2 ชิ้นสำคัญของกูเกิล

BigTable

BigTable เป็นฐานข้อมูลแบบตารางเดียวขนาดยักษ์ (เกินคำว่าใหญ่ไปแล้ว) ถึงแม้มันจะขาดฟีเจอร์หลายอย่างของฐานข้อมูลแบบ relational แต่ว่าจุดสำคัญอยู่ที่การจัดการข้อมูลขนาดใหญ่มากๆ (ใหญ่ที่สุดที่กูเกิลอ้างในเปเปอร์คือ ~800TB ซึ่งมาจาก crawler)

ลูกค้าของ BigTable มีอยู่ประมาณ 60 รายได้แก่ Google Analytics, Google Earth, Orkut เป็นต้น

ตอนนี้โครงสร้างพื้นฐานในการเก็บข้อมูลของกูเกิลจึงมี 2 ระบบ คือ Google File System (สำหรับข้อมูลที่เป็น unstructured เช่น ไฟล์เป็นก้อนๆ) และ BigTable (สำหรับข้อมูลแบบ structure เหมือนที่เก็บลงฐานข้อมูลทั่วๆ ไป) โดย BigTable นั้นขี่อยู่บน GFS อีกชั้นนึง (ให้ GFS ช่วยจัดการเรื่อง redundancy ให้)