Ender

Ender's Game Movie

หนังปีที่แล้ว เพิ่งได้ดูเมื่อวานนี้ เนื้อหาเอามาจากนิยายไซไฟชื่อเดียวกัน

ในฐานะแฟนซีรีส์ Ender คิดว่าหนังทำได้ดีกว่าที่คาดไว้ครับ (คือไม่หวังสูงเรื่องหนังที่ดัดแปลงจากหนังสือนัก)

Children of the Mind

สำหรับผมแล้ว วิธีการเขียนวิจารณ์หนังหรือหนังสือที่ง่ายและเปลืองพลังน้อยที่สุด คือเขียนเป็น bullet point (ตัวอย่างของภาคที่แล้ว) แต่สำหรับเล่มสุดท้ายของ Ender มันออกจะไม่เคารพผู้เขียน (และผู้แปล) ไปสักหน่อย

ผมเคยเขียนถึง Ender's Game หรือ "เกมพลิกโลก" เอาไว้เมื่อประมาณ 2 ปีที่แล้ว มันเป็นเรื่องของเด็กคนหนึ่งที่ชื่อว่า Ender ที่บังเอิญอย่างเหลือล้นได้มาเป็นคนเปลี่ยนแปลงประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติ Ender's Game ถือว่าเป็นเล่ม 0 ของซีรีย์

ที่ต้องบอกว่าเป็นเล่ม 0 ก็เพราะเรื่องราวหลังจากนั้นถูกแยกออกเป็นสองสายขนานกัน หลังเหตุการณ์ใน "เกมพลิกโลก" Ender วีรบุรุษของมนุษยชาติได้แยกตัวออกห่างจากมวลมนุษย์ ในขณะที่เพื่อนพ้อง ครอบครัว และคู่แข่งของเขายังต้องเผชิญกับโลกที่วุ่นวายในยุคสมัยแห่งการเปลี่ยนผ่าน ชีวิตที่เหลือของ Ender ถูกเล่าต่อในนิยายอีก 3 เล่ม ซึ่งถือเป็น "ภาคสวรรค์" ของซีรีย์นี้ ส่วนเรื่องของเพื่อนๆ ดำเนินต่อไปใน Shadow saga หรือ "ภาคพื้นดิน"

Xenocide

ติดค้าง @sugree กับ @wiennat ไว้หลายวัน จริงๆ อยากเขียนถึง Speaker for the Dead ก่อนแต่ว่าไม่มีเวลาไปอ่านย้อนสักที ถ้าทิ้งไว้แบบนี้จะทำให้ Xenocide พลอยไม่ได้เขียนไปด้วย ก็เอาเสียเลยละกัน ไว้มีโอกาสค่อยว่ากันใหม่

คำเตือน: สปอยล์แน่นอน

Petition for "Children of The Mind" Translation

จากบล็อกของ sugree

ร่วมลงชื่อสนับสนุนการแปล Children of the Mind (เล่มต่อของ Xenocide "วิถีล้างพันธุ์") เป็นภาษาไทยได้ที่ http://tinyurl.com/childrenofthemind

เมื่อวานเจอ อ. ยรรยง เต็งอำนวย ผู้แปล ที่งาน Jaunty Release Party ของ Ubuntuclub (อ. ใช้ Ubuntu 8.04 บน Thinkpad ครับ) เลยได้คุยกับแกนิดหน่อย อ. บอกว่า

Ender's Game, 2nd Time

เชื่อว่าสิ่งคนที่อ่าน Speaker for the Dead (ชื่อไทย: วาทกะแด่ผู้ล่วงลับ) ทุกคนจะต้องทำ คือกลับไปอ่าน Ender's Game ซ้ำอีกรอบ

หมายเหตุ: เคยเขียนถึง Ender's Game ไว้แล้ว

ที่ต้องกลับไปอ่านซ้ำก็เพราะว่าเริ่มแรก Orson Scott Card นั้นอยากเขียนเรื่อง Speaker for the Dead แต่เขาไม่สามารถหาแรงจูงใจที่ดีของตัว "วาทกะ" หรือ speaker ในการ 'speak for the dead' ได้ ทางออกในเชิงการประพันธ์ของเขาคือเขียน prequel ประวัติชีวิตของวาทกะขึ้นมา ซึ่งมันออกมาเป็น Ender's Game นั่นเอง (รายละเอียดตรงนี้อยู่ในคำนำของ Speaker for the Dead)

ตอนผมอ่าน Ender's Game จบมีความรู้สึกว่ามันครบถ้วนสมบูรณ์ในตัวเอง (การปรับตัวและต่อสู้ของเอนเดอร์) แต่พอมาอ่าน Speaker for the Dead ผมก็ค้นพบว่าใน Ender's Game มีการทิ้งร่องรอยหลายอย่างเพื่อนำไปใช้ใน Speaker for the Dead อยู่พอสมควร (จนต้องกลับมาอ่านซ้ำ)

และเมื่ออ่านซ้ำ ผมก็พบว่าใน Ender's Game มีการวางพล็อตเรื่องเตรียมมาอย่างเป็นระบบมาก มีเทคนิคทางการเขียนหลายอย่าง ซึ่งส่งผลให้ทั้ง Ender's Game และ Speaker for the Dead สนุกและน่าสนใจ ไม่น่าแปลกใจที่ได้รางวัลควบทั้งสองเล่มสองปีติดกัน

Xenocide

เขียนเรื่อง Ender's Game ไปแล้วสองตอน: Ender's Game, Ender's Blog

ที่มาจาก paepae ครับ ตามไปอ่านรายละเอียดกันเอาเอง แบบสรุปๆ คือ สำนักพิมพ์ ASK Media จะแปล+พิมพ์เรื่อง Xenocide ซึ่งเป็นเล่มสามของไซไฟซีรีย์ Ender แต่พิเศษหน่อยตรงพิมพ์ on demand เท่านั้น ไม่มีวางขายทั่วไปเพราะว่าขายได้น้อย กำหนดออกปีหน้าประมาณมีนา-เมษายน

Ender's Blog

(สปอยล์)

ว่าจะเขียนถึงเรื่องนี้ตั้งแต่อ่าน Ender's Game จบแต่ก็ลืม เผอิญวันนี้หาข้อมูลเรื่อง Hegemony แล้วมีพูดถึง Peter Wiggin พี่ชายของ Ender เลยนึกออก

Ender's Game

นี่เป็นหนึ่งในนิยายวิทยาศาสตร์ไม่กี่เรื่องที่ชนะทั้งฮิวโกและเนบิวลา ที่ไม่ธรรมดากว่าคือภาคต่อของ Ender's Game ที่ชื่อ Speaker for the Dead ก็ชนะควบเหมือนกัน

Ender's Game เป็นเรื่องของเด็กอัจฉริยะที่ชื่อ Ender ได้รับการคัดเลือกให้เข้าเรียนโรงเรียนนายทหาร เพื่อสร้างผู้บัญชาการสำหรับสงครามกับมนุษย์ต่างดาว ในโรงเรียน Ender ต้องฝึกกับเกมจำลองนานาชนิดเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับสงครามจริง