Comic

aka Manga

Dear Kaiji

ผมพบว่าในแวดวงมีคนอ่านการ์ตูนของไคจิ คาวางูจิ เยอะผิดคาด

ไม่แนะนำให้หามาอ่าน เพราะการ์ตูนของคาวางูจินั้นถูกกับจริตของคนบางกลุ่มเท่านั้น มันเป็นการ์ตูนซีเรียส โคตรซีเรียส คนชอบน่าจะมีน้อยกว่าคนไม่ชอบ

แต่ผมชอบ และหลายๆ คนก็ชอบ

ถ้าเรามองข้ามผลงานในตำนาน "ยุทธการใต้สมุทร" และผลงานที่ดูเหมือนตัดจบ "Eagle" มาโฟกัสเฉพาะงานปัจจุบันของเขาทั้งสองเรื่อง ก็น่าสนใจยิ่ง

"ยุทธการจุดตะวัน" เดินเรื่องฉับไวไม่ลีลา การตัดสินใจของตัวละครเกิดขึ้นใต้เงื่อนไขบีบคั้น ปัจจุบันออกถึงเล่ม 16 และดูเหมือนจะเพิ่งจบองค์แรกของเรื่องเท่านั้นเอง

Yoshitaka Amano's Wolverine

ถาม: Yoshitaka Amano คือใคร?
ตอบ: คนออกแบบตัวละครใน Final Fantasy ภาคแรกๆ (1-6) ถ้าใครโตทันเล่นจะจำภาพตัวละครแบบหวัดๆ คล้ายเส้นพู่กันได้

ถาม: หลังจาก FF6 แล้ว Amano ไปทำอะไร?
ตอบ: ก็ยังวาดภาพประกอบให้กับ Square Enix บ้างประปราย แล้วก็ไปรับงานนอกอื่นๆ เป็นศิลปิน แสดงภาพในแกลเลอรี่ ฯลฯ

ถาม: ถ้า Amano ไปวาดการ์ตูนคอมิกอเมริกัน มันจะเป็นยังไง?
ตอบ: เป็นยังงี้

ยุคสมัย

ปราชญ์เองก็เป็นมนุษย์ อาจมีอัตตวิสัย
คำปราชญ์เองก็เพียงแค่ผลผลิตแห่งยุคสมัย
ดังนั้นด้วยกระแสของแต่ละยุคสมัย ย่อมก่อเกิดสิ่งใหม่

เล่าปี่กล่อมเตียวเลี้ยว
หงสาจอมราชันย์ เล่ม 32

คารวะให้ ม. ประภา อีก 1 จอก

Beet the Vandel Buster

เพิ่งได้อ่านการ์ตูนเรื่อง Beet the Vandel Buster (ภาษาไทยใช้ชื่อว่า "บีต นักล่าอสูร") สนุกดี

ถ้าใครเป็นเด็กยุคเดียวกับผม ดูเส้นปั๊บก็บอกได้ทันทีว่าเป็นคนเขียนเดียวกับเรื่อง Dragon Quest ภาคได (หรือตอนหลังชื่ออย่างเป็นทางการคือ "ไดตะลุยแดนเวทย์มนต์") นั่นเอง เส้นไม่เปลี่ยนเลย

(นอกเรื่องนิด สมัย SIC ได้ลิขสิทธิ์ใหม่ๆ และเปลี่ยนชื่อเป็น "ไดตะลุยแดนเวทย์มนต์" ผมคิดว่ามันเป็นชื่อที่เห่ยมาก แต่ตอนนี้รู้สึกว่ามันเป็นชื่อที่เท่มาก)

จอมราชันย์อหังการ #end

เคยเขียนถึงเรื่องนี้ไว้รอบหนึ่งแล้ว แต่เนื่องในโอกาสที่ออกมาจนจบ ก็ควรเขียนอีกที ในฐานะการ์ตูนที่ชอบอีกเรื่องหนึ่ง

"จอมราชันย์อหังการ" เป็นการ์ตูนสามก๊กที่อยู่ใต้เงาของ "หงสาจอมราชันย์" (ชื่อดันคล้ายๆ กันอีก) สาเหตุที่ต้องพูดแบบนี้ก็เพราะหงสาดังกว่ามาก (มากๆ) ทั้งที่จอมราชันย์อหังการก็เป็นการ์ตูนสามก๊กที่โดดเด่นอีกเรื่องหนึ่ง ถึงแม้ว่าจะไม่มีการหักมุม พล็อตพลิก แบบเดียวกับหงสาให้คนอ่านตื่นเต้นเล่น แต่ก็ถูกแทนที่ด้วยวิวาทะเชิงปรัชญาที่ลุ่มลึกกว่า แสดงออกมาเป็นสัญลักษณ์ได้ชัดเจนกว่า

ยุทธการจุดตะวัน

บล็อกอันนี้เป็นส่วนหนึ่งที่ตัดตอนมาจากบทความ "ญี่ปุ่นของไคจิ คาวางูจิ" ที่ผมเขียนค้างอยู่ (จริงๆ เขียนเสร็จแล้วแต่ early feedback บอกว่างานยังไม่ดีพอจะตีพิมพ์ และผมยังไม่มีเวลา+อารมณ์มาแก้ไขใหม่)

ตั้งใจจะคัดมาลงบล็อกนานแล้ว แต่ลืมตลอด จนกระทั่งวันนี้นึกขึ้นได้แบบไม่มีสาเหตุ ก็เลยรีบเอามาลงเสียหน่อย เนื่องจากว่าตัดตอนมาตรงๆ มันก็อาจจะห้วนๆ ขาดๆ ไปบ้างถ้าอ่านเฉพาะส่วนนี้เดี่ยวๆ

ในบทความนี้ผมยังเขียนถึง ยุทธการใต้สมุทร, Eagle และ Zipang โดยมีธีมว่าไคจิ คาวางูจิ ผู้เขียน ได้เสนอภาพอนาคตของญี่ปุ่น 4 แบบผ่านงานของเขาทั้ง 4 เรื่องนี้

หุ่นเชิดสังหาร Karakuri Circus

ในคอมเมนต์อันก่อนของ @pittaya ช่วยกระทุ้งถึงการ์ตูนเรื่องที่ลืมไปแล้วว่ายังอ่านไม่จบ นั่นคือ หุ่นเชิดสังหาร (ชื่ออังกฤษคือ Karakuri Circus) เลยไปตามหามาอ่านให้จบ มันเป็นการเดินทางอันยาวนานจริงๆ

เอาแบบรวบรัดสำหรับคนที่อ่านแล้ว หุ่นเชิดสังหารแบ่งเนื้อเรื่องได้เป็น 4 ยุค

  1. ยุคกลางในฝรั่งเศส สมัยของไป่จิน-ไป่อิง-ฟรองซีน ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องทั้งหมด
  2. ญี่ปุ่นในอดีต สมัยปู่ของมาซารุ ซึ่งมีกรีเป็นตัวเดินเรื่อง
  3. ยุคปัจจุบันช่วงต้น ที่มีคาโต้ นารุมิเป็นพระเอก ช่วงนี้คิดว่านับถึงตอนไปบุกทะเลทรายซาฮาร่า
  4. ยุคปัจจุบันช่วงท้าย มาซารุเป็นพระเอก นับต่อจากช่วงนารุมิไปจนจบเรื่อง

ช่วงที่มันส์ที่สุด ผมยกให้ช่วงที่สาม โดยเฉพาะตอนที่นารุมิและกลุ่มชิโรงาเนะ บุกคณะละครสัตว์ยามวิกาลที่ทะเลทรายซาฮาร่า (สุดท้ายพบว่าฟรองซีนเป็นตัวปลอม)

BECK #31

ไม่มี broadband ใช้ เข้าไปโพสต์ที่ aweekly ไม่ได้ เอาที่นี่ไปแทนละกัน

สรุปว่าใน Beck #31 คนอ่านยังไม่เห็นการเล่น Devil's Way แบบเต็มๆ มีแต่เฉียดไปเฉียดมา เล่มหน้าคงต้องออกอย่างไม่มีทางเลือกแล้วล่ะ อยากรู้เหมือนกันว่าถ้าทำเนื้อเรื่องส่วนนี้เป็นอนิเม จะทำ Devil's Way ออกมายังไง (คงต้องให้เป็นเสียงเงียบ คนดูจินตนาการกันเอง)

อีกประเด็นที่น่าสนใจคือต้นแบบของวงดนตรีในเรื่อง