China

ทำไมปักกิ่งถึงเป็นเมืองหลวงของประเทศจีน

Forbidden City

ทำไม "สาธารณรัฐประชาชนจีน" ถึงเลือกปักกิ่งเป็นเมืองหลวงของประเทศ ที่มาเกิดจากเหตุผลทางประวัติศาสตร์ในการสู้รบกันระหว่างฝ่ายเหนือ (ปักกิ่ง) และฝ่ายใต้ (นานกิง)

Making China Great Again

Trump Forbidden City

ภาพจาก People Daily

อ่านบทความ Making China Great Again ใน The New Yorker พบว่ามีประเด็นน่าสนใจหลายอย่าง ใจความสำคัญคือ นโยบายของ Trump ทำให้อเมริกาเลิกยุ่งกับโลกภายนอก หันมาเก็บกวาดบ้านตัวเอง และเป็นโอกาสอันดีเยี่ยมสำหรับประเทศจีนยุคของ Xi Jinping ในการช่วงชิงการเป็นผู้นำโลก รวมถึงหาวิธีรับมือกับ Trump เพื่อให้ไปในทิศทางที่จีนต้องการ

มองตะเกียบ เห็นป่าไผ่

มองตะเกียบ เห็นป่าไผ่

เมื่อเดือนมิถุนายน 2560 มีโอกาสได้ไปพูดงาน "สามก๊ก Live Talk" กับทางมติชนและ BEC เลยได้เพื่อนใหม่มากมาย หนึ่งในนั้นคือคุณอ๋อง นิธิพันธ์ วิประวิทย์ สุดยอดแฟนพันธุ์แท้ราชวงศ์จีน

คุณอ๋องโด่งดังมาจากเพจ Ong China และเป็นผู้แปลคลิป "อี้จงเทียนพิเคราะห์สามก๊ก" ซึ่งเป็นรายการทีวีของจีน ที่วิเคราะห์วิจารณ์สามก๊กแบบเจาะลึก เนื่องจากคุณอ๋องเคยอยู่ที่เมืองจีนมาก่อน เลยเห็นโอกาสในการนำเนื้อหาส่วนนี้มาฝากแฟนๆ สามก๊กในไทย จนทำให้ผู้แปลคือตัวคุณอ๋องเอง โด่งดังขึ้นมา

สี่ยอดแม่ทัพแห่งยุคสงครามเจ็ดรัฐ

Kingdom - Four Great Generals of Warring States

กำลังอ่านการ์ตูนเรื่อง Kingdom ว่าด้วยประวัติศาสตร์สงครามจีนยุค 7 รัฐก่อนราชวงศ์ฉินสมัยจิ๋นซีฮ่องเต้รวมประเทศ มีพูดถึงนายพลดังๆ ในยุคสงครามเจ็ดรัฐ (Warring States)

ยุคนี้มีสุดยอดนายพล 4 คน โดยแบ่งออกเป็นฝ่ายรัฐเจ้า (Zhao) 2 คน และรัฐฉิน (Qin) 2 คน เรียงตามลำดับอายุน่าจะประมาณนี้

  • ไป่ฉี (Bai Qi) แม่ทัพคู่ใจ "เจ้าเซียงอ๋อง" (Zhaoxiang) ปู่ทวดของจิ๋นซีฮ่องเต้ ทำสงครามชนะรัฐเจ้าที่ฉางผิง (Battle of Changping) น่าจะเป็นแม่ทัพที่เก่งที่สุดในยุคนี้คือไม่เคยแพ้เลย สุดท้ายตายเพราะขัดแย้งกับพระราชา เลยถูกสั่งให้ฆ่าตัวตาย
  • เหลียนผ่อ (Lian Po) เป็นแม่ทัพร่วมยุคกับไป่ฉี เดิมทีเป็นแม่ทัพรัฐเจ้า คุมกำลังในสงครามฉางผิงและใช้ยุทธการตั้งรับ แต่พระราชารัฐเจ้าไม่พอใจเลยเปลี่ยนตัวแม่ทัพกลางศึก ผลคือรัฐเจ้าแพ้เละเทะ ทหาร 4 แสนกว่าตายเหี้ยน ภายหลังเหลียนผ่อทะเลาะกับเจ้ารัฐเจ้า เลยลี้ภัยมาอยู่รัฐเว่ย และลี้ภัยไปรัฐฉู่ในภายหลัง น่าจะเป็นแม่ทัพคนเดียวที่ได้ตายสงบสุข
  • หลี่มู่ (Li Mu) เป็นแม่ทัพรุ่นหลังของรัฐเจ้า คุมอำนาจในยุคหลังจากเหลียนผ่อย้ายรัฐ และเป็นคนที่สามารถต้านทานกองทัพของจิ๋นซีได้ เมื่อกองทัพฉินเจาะไม่เข้าเลยใช้แผนจารชน ยุยงให้พระราชารัฐเจ้าไม่ไว้วางใจหลี่มู่ และสั่งประหารในที่สุด หลังจากนั้นรัฐเจ้าก็ไม่มีแม่ทัพเก่งๆ อีก และถูกรัฐฉินตีแตกในท้ายที่สุด
  • หวังเจี่ยน (Wang Jian) แม่ทัพรุ่นหลังของรัฐฉิน มีบทบาทสำคัญในการปราบ 7 รัฐและรวมประเทศจีนให้เป็นหนึ่ง ถือได้ว่าเป็นแม่ทัพที่เก่งที่สุดอีกคนหนึ่ง ไม่มีข้อมูลแน่ชัดว่าตายอย่างไร (บทความใน Manager บอกเกษียณตัวเอง)

เชิงอรรถยุทธภพ

ช่วงหลังๆ มาเรียนรู้ประวัติศาสตร์จีนจากการอ่านนิยายกำลังภายในหรือนิยายอิงประวัติศาสตร์ จุดเด่นของวิธีการเรียนแบบนี้คือเราใช้นิยายเป็น "จุดตั้งต้น" เพื่อเรียกความสนใจของตัวเราเองต่อเหตุการณ์จุดนั้นในประวัติศาสตร์จริง พอความสนใจเริ่มมาแล้ว การไปอ่านข้อมูลเพิ่มเติม (ส่วนใหญ่ก็จาก Wikipedia) ไม่ใช่เรื่องยากเย็นอะไรนัก

เพียงแต่นิยายจีนที่ตีพิมพ์ในประเทศไทย ส่วนใหญ่ก็นิยมนำประวัติศาสตร์เฉพาะบางช่วงบางตอนของจีนมาดัดแปลง (มันป๊อปเป็นช่วงๆ) ตัวอย่างเช่น ถ้าอ่านสายของหวงอี้ (มังกรคู่-เหยี่ยวมาร) ผนวกกับไตรภาคสุยถังของจิ่วถู (ยุทธการ-ขุนโจร-เทพบุตร) ก็จะได้ความรู้ประวัติศาสตร์จีนช่วงปลายราชวงศ์สุย ไล่มาจนถึงช่วงกลางของราชวงศ์ถัง (กบฎอันลู่ซาน) เกือบครบ หรือถ้าอ่านชุดมังกรหยกคู่กับเทพมารสะท้านภพ ก็จะเข้าใจประวัติศาสตร์ช่วงปลายซ้อง-หยวน-ก่อตั้งหมิง

ประวัติศาสตร์จีนช่วงที่ผมรู้สึกว่าถูกดัดแปลงเป็นนิยายน้อยหน่อย (หรืออาจเป็นเพราะผมอ่านไม่ตรงจุดเอง) คือราชวงศ์ชิงหรือแมนจู ราชวงศ์สุดท้ายของจักรวรรดิจีน โชคดีมากที่มีคุณต่อพงษ์ เศวตามร์ ของเครือผู้จัดการ เขียนสรุปประวัติศาสตร์จีนช่วงนี้ (แบบที่ผมอยากได้เป๊ะๆ) ลงในเว็บไซต์ Manager เป็นตอนๆ และรวมเล่มขายเรียบร้อยในชื่อ เชิงอรรถยุทธภพ

White Vengeance งานเลี้ยงที่หงเหมิน

White Vengeance

จากกรณี "เชิญแกนนำ 7 ฝ่ายเข้าหารือ แล้วรวบตัว ประกาศยึดอำนาจ" เมื่อวันที่ 22 พ.ค. 57 ที่ผ่านมา ทำให้นึกถึงเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์จีนที่คล้ายๆ กันคือ งานเลี้ยงหงเหมิน หรือภาษาอังกฤษเรียกว่า Feast at Hong Gate

ภาพยนตร์จีนรุ่นหลังๆ ที่นำเอาเรื่องราวของการต่อสู้กันระหว่าง "รัฐฉู่" ของเซี่ยงหวี่ กับ "รัฐฮั่น" ของหลิวปัง ที่มีฉาก "งานเลี้ยงหงเหมิน" อยู่ด้วยคือเรื่อง White Vengeance หรือชื่อภาษาไทยยาวเฟื้อยว่า "ฌ้อปาอ๋อง ศึกแผ่นดินไม่สิ้นแค้น" นั่นเองครับ (หนังปี 2011)

เทพบุตรกู้บัลลังก์: กบฎอันลู่ซาน

นิยายที่กำลังอ่านอยู่ช่วงนี้คือ "เทพบุตรกู้บัลลังก์" (บล็อกตอนก่อน) ตอนนี้ออกมาถึงเล่ม 7 แล้ว

เทพบุตรกู้บัลลังก์

เทพบุตรกู้บัลลังก์เป็นนิยายเชิงการทหาร-ประวัติศาสตร์จีนในซีรีส์ "สุยถัง" ของจิ่วถู (ถือเป็นภาคสามในซีรีส์) โดยเนื้อเรื่องภาคนี้จับประวัติศาสตร์ช่วงปลายรัชกาลถังเสวียนจงฮ่องเต้ ซึ่งเกิดเหตุการณ์กบฏ (ที่ไม่สำเร็จ) ครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์จีนคือ กบฏอันลู่ซาน

From Sui Dynasty to Tang Dynasty

อ่าน "ยุทธการล่าบัลลังก์-ขุนโจรคู่บัลลังก์" เลยทำให้สนใจประวัติศาสตร์จีนช่วงเปลี่ยนผ่านจากราชวงศ์สุยมาเป็นราชวงศ์ถัง (ซึ่งเป็นเหตุการณ์ช่วงเดียวกับในเรื่อง "มังกรคู่สู้สิบทิศ" ด้วย)

ทีนี้การเล่าเรื่องในนิยาย (ทั้งสามเรื่อง) เล่าตามเหตุการณ์ไปเรื่อยๆ ไม่ได้ระบุปี เลยนึกไม่ค่อยออกว่าเหตุการณ์แต่ละช่วงนั้นห่างกันแค่ไหนอย่างไร เลยถือโอกาสเปิด Wiki เทียบประวัติศาสตร์เป็นเลขปีคริสตศักราชดู ซึ่งก็ช่วยให้เห็นภาพของการเปลี่ยนผ่านจากสุยเป็นถังมากขึ้น เช่น ราชวงศ์ถังใช้เวลาเพียง 4-5 ปีหลังจากสุยหยางตี้ฮ่องเต้ตาย รวมประเทศเป็นปึกแผ่น, เหตุการณ์ประตูเสียนอู่เกิดขึ้นหลังสุยหยางตี้ตาย 8 ปี (ในมังกรคู่รู้สึกว่ามันเร็วกว่านั้นมาก), ช่วงก่อกบฎของหลี่มี่สั้นมากประมาณ 2 ปีเท่านั้น

Chinese Dream

จับพลัดจับผลูได้มางานสัมมนาที่มาเลย์ งานชื่อ Asia-Pacific Roundtable เนื้อหาเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ การทูต และความมั่นคง (ไม่เกี่ยวอะไรกับผมสักนิดแต่ก็สนุกดีครับ เปิดโลกทรรศน์)

เผอิญว่าไม่ใช่สาขาที่ถนัดก็คงคอมเมนต์ประเด็นใหญ่ๆ ได้ยาก แต่ประเด็นที่น่าสนใจในงานและน่าบล็อกถึง เป็นเรื่องเกี่ยวกับ Chinese Dream หรือ "ความฝันของจีน"

Madam Fu Ying

มาดาม Fu Ying เป็นสตรีผมสีดอกเลา มาดเนี้ยบ ภาษาอังกฤษดีเยี่ยมชนิดว่าหลับตาฟังอาจไม่รู้ว่าเป็นคนจีน ประวัติของเธอไม่ธรรมดา เคยเป็นเอกอัครราชทูตหลายประเทศ (และมีประเทศใหญ่อย่างอังกฤษ) ปัจจุบันเป็นประธานคณะกรรมาธิการต่างประเทศของสภาประชาชนจีน

ดูหน้าและแนวแล้ว ผมว่าเธอคงผ่านงานมาเยอะตั้งแต่สมัยคิสซิงเจอร์กับโจวเอินไหลแล้วกระมัง

ขุนโจรคู่บัลลังก์ - ไตรภาคสุยถังชุดสอง

นิยายจีนอิงประวัติศาสตร์ (ไม่มีกำลังภายใน) เรื่องเยี่ยมเมื่อปีก่อนคือ "ยุทธการล่าบัลลังก์" โดยนักเขียนใหม่นาม "จิ่วถู" สยามอินเตอร์เอามาแปลแล้ว 7 เล่มจบ

จากนั้นก็เป็นคิวของ "ขุนโจรคู่บัลลังก์" นิยายเรื่องที่สองของจิ่วถูที่เขียนต่อจาก "ยุทธการล่าบัลลังก์" และอยู่ในชุด "ไตรภาคสุยถัง" เหมือนกัน ตอนนี้ออกมาได้ 5 เล่มแล้ว (เข้าใจว่าทั้งหมด 7 เล่มเหมือนกัน) ผ่านมาเกินครึ่งเรื่องก็ได้เวลามาวิจารณ์สักหน่อย