Business

Founders and CEOs (2)

ภาคแรก Founders and CEOs

จากบทความของ Reid Hoffman ในตอนที่แล้ว ก็เลยตามไปอ่านบทความ Why We Prefer Founding CEOs ของ Ben Horowitz ต่อ

ไอเดียของ Ben Horowitz (ในฐานะนักลงทุนบริษัทไอทีจาก Andreessen Horowitz) มองผู้ก่อตั้งและซีอีโอเป็นมนุษย์คนละสายพันธุ์ ซึ่งเหมาะสำหรับงานคนละแบบ

  • ผู้ก่อตั้งเหมาะสำหรับงานสร้างหรือค้นหา product cycle อันใหม่ให้กับองค์กร
  • ซีอีโอมืออาชีพเหมาะสำหรับการขยาย product cycle เดิมให้มีประสิทธิภาพ-กำไรสูงสุด

ประเด็นคือ Horowitz ลงทุนในบริษัทไอที ซึ่งเน้นการสร้างนวัตกรรม บทบาทในการสร้าง product cycle ใหม่จึงสำคัญกว่าในสายตาของเขา และจากประสบการณ์แล้ว การฝึกผู้ก่อตั้งให้ทำงานซีอีโอ ง่ายกว่าการฝึกซีอีโอให้ทำงานของผู้ก่อตั้ง

Founders and CEOs

ช่วง 2-3 วันที่ผ่านมา เผอิญได้อ่าน-ดูเนื้อหาเกี่ยวกับการบริหารสไตล์ "ผู้ก่อตั้ง/ซีอีโอ" (หรือถ้าเรียกภาษาไทยคือ "เถ้าแก่/มืออาชีพ") ที่น่าสนใจ 2 ชิ้นพร้อมๆ กัน เลยมาจดเก็บไว้หน่อยครับ

ชิ้นแรกเป็นของไทย โดยคุณบุญคลี ปลั่งศิริ อดีตซีอีโอชินคอร์ป ไปพูดในงานสัมมนาของธนาคารกรุงเทพ ในประเด็นเรื่อง "นักบริหารกับเจ้าของสองประสานเพื่อธุรกิจเติบโตอย่างยั่งยืน" ซึ่งคุณบุญคลีเองก็พูดในมุมมองของ "มืออาชีพ" ที่ไม่เคยเป็นเจ้าของกิจการเอง แต่ต้องทำงานกับเจ้าของธุรกิจมาแล้วนับไม่ถ้วน ประสบการณ์แข็งแกร่งมาก

  • ประเด็นหลักของคุณบุญคลีคือประโยคว่า "องค์กรที่มีเจ้าของอย่างเดียวเติบโตไปได้เพียงจุดหนึ่งเท่านั้น ขณะที่องค์กรที่มีแต่มืออาชีพอย่างเดียวไม่มีเจ้าของก็เติบโตได้ช้า แต่คน 2 พันธุ์นี้ต้องอยู่ด้วยกัน" ทำอย่างไรเจ้าของจะมีความเป็นมืออาชีพ และมืออาชีพจะรู้สึกเป็นเจ้าของบริษัท
  • ที่ผมชอบคือ lifestyle ของเจ้าของจะเป็น max limit ขององค์กร และอาจเป็นอุปสรรคต่อมืออาชีพที่จะจ้างเข้ามา เช่น เจ้าของขับเบนซ์ ถ้าจ้าง CEO เข้ามา เขาจะกล้าขับเบนท์ลีย์มาทำงานหรือเปล่า ซึ่งอาจเป็นการปิดโอกาสในการจ้างคนเก่งๆ เข้ามายังองค์กร

คุณบุญคลีเป็น "มืออาชีพ" จริงๆ สมกับที่ตัวเองแสดงความเห็นไว้ ในการพูดทั้งหมดไม่มีคำว่า "ชินคอร์ป" หรือ "ทักษิณ" หลุดมาสักนิดเลย แต่หลายคนก็คงเดาได้ไม่ยากว่าประสบการณ์หลายๆ อย่างที่ยกมา ก็เป็นการทำงานกับ "เจ้าของ" แบบ "ทักษิณ" นั่นเอง

การพูดของคุณบุญคลีเป็นเทปครับ ย้อนดูได้จาก มติชน

Hardware Plus Service

โลกยุค application/content/service ครองเมือง บรรดาผู้ผลิตฮาร์ดแวร์ที่ไม่มีระบบปฏิบัติการของตัวเอง ก็เริ่มถูกบีบให้ใช้ยุทธศาสตร์ "ฮาร์ดแวร์+บริการ" โดยโบ๋ระบบปฏิบัติการตรงกลางเอาไว้

ตัวอย่างเด่นๆ ที่นึกออก

Acquisition Test

ช่วงนี้ประเด็นร้อนของโลกไอทีฝรั่งคือ HP กับ Autonomy และมีกูรูหลายรายออกมาวิเคราะห์เรื่องการซื้อกิจการที่ (น่าจะเรียกว่า) ล้มเหลวครั้งนี้

สำหรับไอเดียรวมๆ ลองดูที่ NYT: H.P.’s Misstep Shows the Risk in Big Ideas

Google Everywhere

ว่าจะเขียนถึงมานานแล้วแต่ก็ยังไม่ได้เขียนสักที วันนี้ว่างก็เอาซะหน่อย

ผมไม่ค่อยซีเรียสนักกับประเด็นเรื่อง แอปเปิลจะทำแอพแผนที่เองใน iOS 6 รวมไปถึงการถอดแอพ YouTube ออกจาก iOS ด้วย คือในแง่ของการแข่งขันมันก็มีประเด็นเรื่องแอปเปิล vs กูเกิลอยู่แหละ แต่มันไม่ได้เป็นปัญหายิ่งใหญ่อะไรนัก

Strategic Business Development

ฮีโร่โลกไอทีของผมคนหนึ่งคือ Marc Andreesen ผู้ก่อตั้ง Netscape ในฐานะ "เดวิด" ที่หาญกล้าไปต่อสู้กับ "โกไลแอท" อย่างไมโครซอฟท์ (และทำให้ไมโครซอฟท์ต้องสะเทือนในระดับบิล เกตส์ ต้องตื่นกลางดึกเป็นครั้งแรก)

ถึงแม้ Netscape จะพ่ายแพ้ไปอย่างน่าเจ็บใจ แต่วิสัยทัศน์หลายอย่างก็ถูกสานต่อโดย Google, Mozilla และชุมชนโอเพนซอร์ส

Netscape ขายบริษัทให้ AOL ในปี 1999 ถึงแม้จะเสียเอกราชแต่มันกลับเป็นยุทธศาสตร์ที่ถูกต้องมากๆ ของผู้ถือหุ้น Netscape (และกลายเป็น AOL ซวยไปแทนในแง่ตัวเงิน คือสงครามครั้งนั้นไมโครซอฟท์ยิ่งใหญ่มากจนใครก็สู้ไม่ชนะ) จากนั้น Andreessen ลาออกไปตั้งบริษัทใหม่ชื่ออะไรสักอย่าง

ตอนนั้นผมไม่ได้สนใจมากนักว่าเขาหายไปทำอะไรกันแน่ (รู้แค่ว่าเงียบมาก) ผนวกกับบริษัทใหม่ของ Andreessen เจาะตลาดองค์กร (ที่ห่างไกลกับผมมากในตอนนั้น) มาได้ยินชื่ออีกทีก็ตอนเขาโผล่มาทำ Ning ในยุคโซเชียลรุ่งเรืองเลย

The Walt Disney Company

ไปยืนอ่าน Fortune เล่มใหม่ มีเรื่องบริษัท Walt Disney อันที่น่าสนใจคือ "สัดส่วนรายได้" ของบริษัท

ส่วนของเคเบิลทีวีได้เยอะสุดคงไม่น่าแปลกใจนัก (เคเบิล != ทีวี ในสหรัฐ เลยคิดแยกคนละส่วนกัน) แต่ที่แปลกใจคือสวนสนุกมีสัดส่วนรายได้เยอะมาก ในขณะที่ภาพยนตร์ไม่เยอะอย่างที่ภาพลักษณ์แสดงออกมา

(จริงๆ ตัวเลขพวกนี้มันมีอยู่ในงบดุลอยู่แล้ว เพียงแต่ผมไม่เคยไปสนใจเองแหละ)

Biggest Companies by Market Capitalization

ไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญเรื่องหุ้นและตลาดทุน แต่ก็สงสัยมานานเวลาอ่านข่าวเรื่อง market cap ของแอปเปิลในช่วงหลังๆ นี้

ส่วนตัวแล้วผมคิดว่า market cap มันเป็นแค่ดัชนีที่แสดงให้เห็น "กระแส" ในความคิดของนักลงทุนเป็นหลัก ดังนั้นแอปเปิลที่เล่นกับกระแสเก่งอยู่แล้วจึงไม่น่าแปลกใจที่จะมี market cap สูง สิ่งที่ควรพิจารณาจริงๆ คือของที่มันจับต้องได้อย่าง revenue/profit มากกว่า (ซึ่งแอปเปิลก็ทำได้ดีอีก เพียงแต่ประเด็น market cap มันน่าตื่นเต้นกว่าเวลาเป็นข่าว)

Planning

วันนี้ได้มีโอกาสไปร่วมประชุมแผนแม่บทกับองค์กรแห่งหนึ่ง เป็นการประชุมขนาดค่อนข้างใหญ่คือผู้เข้าร่วมประมาณ 100 คน เป็นผู้บริหารระดับสูงขององค์กร+ที่ปรึกษาภายนอกบางส่วน

มาจดบทเรียนที่ได้จากการประชุมแผนไว้เตือนตัวเองสักหน่อย

HTC Rhyme

HTC Rhyme

มือถือที่ผมสนใจมากที่สุดในช่วงนี้ไม่ใช่ iPhone 4S, HTC Sensation หรือ Nexus Prime แต่เป็นมือถือเฉพาะทางอย่าง HTC Rhyme ที่จับกลุ่มผู้หญิงโดยเฉพาะ