Blognone

How to Create Google+ Snippet

นั่งงมอยู่ครึ่งบ่าย ตอนนี้หายงงแล้วมาเขียนไว้หน่อย กันลืม ในโลกยุค social network ทุกวันนี้ การแชร์ลิงก์ผ่าน social network กลายเป็นเรื่องปกติธรรมดา ในกรณีของ Twitter คงไม่มีอะไรพิสดารเพราะถือเป็นข้อความธรรมดา (ที่ดันเป็น URL) แต่กรณีของ Facebook/Google+ เวลาเราแปะลิงก์ (หรือกด Like/+1) มันจะขึ้นพรีวิวขึ้นมาให้เห็น พรีวิวอันนี้ (หรือที่กูเกิลเรียกว่า snippet) จะช่วยให้ลิงก์ของเราน่าอ่านมากขึ้น เพราะมันจะแสดงข้อมูล (metadata) สามอย่างให้คนอ่านเห็น ได้แก่ - ชื่อลิงก์ (title) - ภาพประกอบ (thumbnail) - คำโปรย (description) คำถามต่อมาในเชิงเทคนิคคือ Facebook/Google+ นำข้อมูล 3 ประการนี้มาแสดง

Multiple Ways of Commenting

ในฐานะที่ทำงานด้าน online content มาสักพัก ก็เห็นการเปลี่ยนแปลงขึ้นหลายอย่าง อันที่น่าพูดถึงคือเรื่องการคอมเมนต์ สมัยก่อนนี้ เว็บจะมีฟอร์มให้ผู้อ่านคอมเมนต์ตัวเนื้อหา ซึ่งก็ไม่มีอะไรพิสดาร คือเก็บคอมเมนต์ไว้บนเว็บ เวลาตอบก็ตอบบนเว็บ ที่เดียวรวมศูนย์ทุกอย่าง (ถึงแม้จะมีระบบคอมเมนต์พวก Disqus/Intense Debate ก็ไม่ทำให้รูปแบบการใช้งานเปลี่ยนไป) ต่อมา RSS ได้รับความนิยม แม้ตัว RSS reader จะออกแบบมาสำหรับ "อ่านอย่างเดียว" แต่ก็มีพวก Google Reader ที่มีฟีเจอร์ด้าน social สามารถคอมเมนต์-ให้ดาว บทความต่างๆ ได้ ถือเป็นจุดที่สองที่เขียนคอมเมนต์ได้ ถัดมาอีกเราก็มี Facebook/Twitter ซึ่งเราสามารถโพสต์ "ล

Android Fragments

มีคนถามมาเยอะเหมือนกันว่าทำไมไม่มี Blognone Native App บน Android คำตอบของผมก็คือ ไม่รู้จะมีไปทำไม เพราะเว็บก็ทำหน้าที่ของมันได้โอเคอยู่แล้ว (ส่วน mobile web ก็คงทำให้อ่านง่ายขึ้น แต่วัดกันในแง่ฟังก์ชันก็คงไม่มีอะไรเพิ่ม) จนกระทั่งมาเจอ [Android Fragments](http://android-developers.blogspot.com/2011/02/android-30-fragments-api.html) ใน Honeycomb น่าสนใจมากว่าเราจะเอามันมาใช้ "เพิ่มพลัง" ให้กับการใช้งานได้อย่างไรบ้าง อันนี้ยังคิดไม่ค่อยออกต้องรอมี Honeycomb ก่อน [Why Android Smartphone Apps Are About to Improve](http://gigaom.com/mobile/why-android-smartphone-apps-are-about-to-improve/)

1,000+ Shares

อิทธิพลของ [iPad 2](http://www.blognone.com/news/22197) ช่วยทำ new high ให้กับจำนวนการแชร์เนื้อหาใน Blognone อีกรอบ และในฐานะคนทำ CSS ก็เป็นความผิดของผมเองที่ตัวเลขมันตกไปบรรทัดที่สอง เพราะตอนทดสอบก็ไม่ได้คิดว่าเลขมันจะทะลุไปถึง 4 หลัก! (คือทดสอบกับเลขสามหลักแล้ว โอเค สวย จบ หยุด)

Blognone for Kindle

นโยบายของ Blognone สำหรับเรื่องอุปกรณ์ชนิดใหม่ๆ ที่ผุดขึ้นมามากมายก็ตรงไปตรงมา คือ "รองรับอุปกรณ์ให้มากชนิดที่สุดเท่าที่เป็นไปได้ ตราบเท่าที่มีปัญญาทำไหว" (อนาคตสมมติว่าถ้า Google TV มันติดตลาดและเริ่มมีคนใช้ มีอุปกรณ์และมีเวลาเพียงพอ ก็น่าทำให้รองรับการอ่านบนจอทีวีเช่นกัน) สำหรับอุปกรณ์จำพวก touch screen เรามี mobile theme ที่ยังไม่สมบูรณ์นัก (ตอนนี้ปรับเรื่อง infrastructure ใหม่ พร้อมสำหรับการนำมาทำต่อแล้ว หลังจากดองไว้นาน) ส่วนอุปกรณ์พวก e-reader ซึ่งมีวิธีการสื่อสาร-ปฏิสัมพันธ์ที่แตกต่างออกไป ก็ต้องการ presentation view ที่ต่างออกไปเช่นกัน จากที่เคยลองทำ e-book เป็น PDF ไว้อ่านบน Kindle

Android Glossary

จากประสบการณ์การเล่น Android โดยเฉพาะการแฮกและติดตั้ง ROM มาหลายรอบ ผมพบว่า learning curve มันสูงพอสมควร คือต้องเข้าใจระบบและกระบวนการทำงานไม่น้อย ถึงจะสามารถแกะได้อย่างมีประสิทธิภาพ พอมาเจอเว็บฝรั่งแห่งหนึ่งรวม glossary ที่พบบ่อย เลยได้ไอเดียทำบ้าง หยุดยาวปีใหม่พอมีเวลา (จริงๆ มีงานอื่นรอคิวอยู่มากแต่กำลังมีไฟทำอันนี้) เลยลงมือทำทันที ยังไม่เสร็จดีนัก แต่คิดว่าตอนนี้อยู่ในระดับที่เผยแพร่ได้แล้ว [Android Glossary](http://lib.blognone.com/Android_Glossary) เพื่อความง่าย ผมใช้ Blognone Library เป็นเครื่องมือ เป็นระบบ Wiki ใครอยากเพิ่มคำก็เพิ่มเลย (ขอบคุณ @rtsp ที่เข้ามาช่วยเพิ่มคำให้ครับ) แต่

Writing a News on Galaxy Tab

ชีวิตนี้คือการทดลอง เมื่อวานทดลองเขียนข่าว [ECS, MSI, ASUS พร้อมใจเปิดตัวแท็บเล็ตในงาน CES 2011](http://www.blognone.com/news/20698) ด้วย [Galaxy Tab](http://www.isriya.com/node/3424/one-day-with-galaxy-tab) ล้วนๆ โดยไม่ต้องใช้พีซีช่วย พบว่า "ท่า" ในการวางมือเป็นเรื่องยากใช่เล่น คำถามแรกคือเราจะพิมพ์ด้วยนิ้วโป้ง 2 ข้าง (แบบมือถือ) หรือเอามือนึงจับจอ แล้วเอานิ้วมืออีกข้างจิ้มปุ่มกันแน่ - ถ้าอยากพิมพ์แนวนอนโหมด landscape ปุ่มจะอยู่ไกลกันมาก พิมพ์ด้วยท่านิ้วโป้งอาจจะไม่เวิร์ค ยิ่งถ้าใช้ Swype ก็ลากกันไกลโคตรๆ อาจต้องใช้ท่าพิมพ์มือเดียวแทน - ส่วนพิมพ์แนวตั้งโหมด portrait ก็ใช้ท่าพิมพ์ด้วยนิ้วโป้

One Content, Multiple Screens

ในฐานะคนทำเว็บ สิ่งที่เราจะเจอแน่ๆ ในอนาคตคืออุปกรณ์ชนิดใหม่ๆ ที่มี 1) ขนาดของหน้าจอ และ 2) input method ที่ต่างออกไปจากพีซี ผมกำลังทำ mobile theme อันใหม่ของ Blognone อยู่ หลังจากเรียนรู้ว่าอันเก่ามันยังไม่ค่อยดีนัก เท่าที่ลองทำมาพบว่า mobile edition (สำหรับจอ capasitive เราคงไม่ต้องพูดถึงมือถือแบบจอไม่สัมผัสหรือ resistive กันแล้ว) จำเป็นต้อง - ปุ่มใหญ่ๆ ใช้นิ้วกดได้ไม่ผิดพลาด ไม่ต้องเล็ง - ขนาดความกว้างพอดีกับหน้าจอ แปลว่าไม่ควรมี sidebar - __ห้าม__มีพวกเมนูแบบ scroll list ที่ต้อง mouse over ก่อน - หน้าจอต้องไม่ยาวเกินไป เพราะการ scroll หน้าจอด้วยนิ้วทำได้ยาก (ตรงนี้พวก collapsible ช่วยได้