Blognone

Blognone Begins

Blognone Begins

ช่วงประมาณเดือนสิงหาคม 2547 ผมเดินลงจากตึกภาควิชาวิศวคอม เกษตร ลงมาที่ตู้ ATM ของไทยพาณิชย์ตามสถานที่ในภาพนี้ เพื่อโอนเงินค่าโดเมนและเซิร์ฟเวอร์ของ Blognone.com ชื่อที่ผ่านการถกเถียงมาก่อนหน้านั้นไม่นานนัก และนั่นก็เป็นจุดเริ่มต้นของเว็บข่าวไอทีเล็กๆ แห่งหนึ่ง

อะไรบ้างที่สมควรเป็นข่าว

เจอคำถามนี้ใน Blognone ซึ่งเดิมทีผมคิดว่าเป็นเรื่อง common sense น่าจะพิจารณากันเองได้ไม่ยาก แต่เมื่อมีคนถามมา เรื่องนี้สามารถตอบด้วยหลักวิชาทางนิเทศศาสตร์ได้ครับ

ลองค้นหาข้อมูลดูแล้ว เอกสารที่เขียนได้ดีและกระชับมากที่สุดคือ หลักการเขียนข่าว การผลิตข่าว และการรายงานข่าว ของกรมประชาสัมพันธ์ (PDF)

สรุปแบบสั้นๆ สิ่งใดจะเป็น "ข่าว" นั่นแปลว่ามันต้องมี "ความพิเศษ" เหนือเหตุการณ์ธรรมดา ซึ่งความพิเศษนั้นก็มีได้หลายแนว เช่น ของใหม่ ของดีที่สุด ของแย่ที่สุด ความขัดแย้ง ดราม่า ผลกระทบต่อคนหมู่มาก ฯลฯ (ที่เหลืออ่านกันเองตามลิงก์)

My 2012

อาจเขียนเร็วไปสักนิดเพราะยังไม่สิ้นปีดี แต่ก็ควรเขียนวันนี้เพราะถือเป็นวันสำคัญอีกวันหนึ่งในชีวิต

ปี 2012 (ผมนับปีเป็น ค.ศ.) เป็นปีที่มีเหตุการณ์สำคัญเกิดขึ้นหลายอย่าง เอาเรื่องงานก่อน ผมจดทะเบียนบริษัทที่สอง (ที่เริ่มทำเป็นงานแรก) เมื่อต้นปีนี้ อันนี้ควรทำมานานแล้วแต่ลีลาเยอะเองเลยช้ากว่าที่ควร แต่ก็เป็นสัญญาณอันดีต่อคนภายนอกและตัวทีมงานเองด้วยว่า we're getting serious about this

ส่วนบริษัทที่หนึ่งก็ขยายตัวขึ้นเรื่อยๆ แม้ว่าปีนี้จะมีความยากลำบากและอุปสรรคหลายอย่างเข้ามาเผชิญหน้า แต่ก็ไม่ได้ยากเกินไปเมื่อเทียบกับวงการธุรกิจทั่วไป และเป็นสิ่งเตือนใจว่าเราต้องปรับฐานของตัวเองให้เข้มแข็งกว่านี้ในทุกๆ เรื่อง ก่อนจะเดินหน้าไปยังระดับถัดไป นอกจากนี้ยังมีโอกาสของโครงการใหญ่ยักษ์ในระดับที่ผมก็ไม่มั่นใจว่าจะ "เอาอยู่" โผล่เข้ามาให้เห็นรำไร ตอนที่เขียนนี้ยังไม่มีความแน่นอน แต่ก็เป็นเป้าหมายที่มีไว้พุ่งชน ไม่ว่าสุดท้ายผลจะเป็นอย่างไรก็ตาม ในระยะยาว เป้าหมายทุกอย่างยัง on track ไม่ไปไหน

นอกจากนี้ยังมี "บริษัทที่สาม" ที่ผมคงไม่ได้ทำอะไรนอกจากเป็นผู้ถือหุ้นและช่วยออกไอเดีย แต่ก็เป็นกิจการของเพื่อนรักอีกคนหนึ่งที่ผ่านการระดมสมองกันมายาวนาน ก็ต้องเอาใจช่วยให้ประสบความสำเร็จ อันนี้กว่าจะได้เริ่มดำเนินการจริงๆ คงเป็นปีหน้า

Blognone Stats - May 2012

ผมขี้เกียจแคปภาพแปะภาพดีๆ ไว้เดี๋ยวครบรอบครึ่งปีค่อยทำ เผอิญอยากรู้ stats ของ Blognone ช่วงนี้เลยมาจดเก็บไว้ก่อน

Founding a Company

เมื่อคืน (22 มี.ค.) MCOT Radio ขอสัมภาษณ์เรื่องการจดบริษัท Blognone มีคำถามถึง "คำแนะนำ" ต่อคนที่อยากจดบริษัท IT startup บ้าง

ตอบไปแล้วเห็นว่ามีประโยชน์ ก็ขอมาจดลงบล็อกหน่อย

ผมว่าการจดบริษัทเนี่ยมันเท่มากเลยนะครับ (คือจดบริษัทแรกก็รู้สึกยังงั้น พอเป็นบริษัทที่สองเริ่มจะเฉยๆ ละ) แต่เราจะเอาความเท่มาเป็นปัจจัยในการตัดสินใจจดหรือไม่จด ก็อาจจะไม่ถูกนัก

เพราะการจดบริษัทมันมี cost ในเรื่องกระบวนการมากพอสมควร หลักๆ คือเรื่องเอกสารและเรื่องภาษี

Mobile SoC Day

วันนี้เป็นวันรวมข่าว Mobile SoC โดยมิได้นัดหมาย ขอจดเก็บไว้เป็นที่ระลึกสักหน่อย

Techmeme Event Calendar

การเปลี่ยนแปลงที่น่าสนใจครั้งที่สองของ Techmeme หลังปรับดีไซน์หน้าเว็บใหม่เมื่อเร็วๆ นี้ คือการเพิ่ม event calendar เข้ามา (ประกาศ)

ความเคลื่อนไหวครั้งนี้น่าสนใจสำหรับผมมาก เพราะในอดีต Blognone เคยทำ event calendar คล้ายๆ กันนี้ แต่สุดท้ายก็ล้มเลิกไปเพราะการหาข้อมูลมาป้อนในปฏิทิน เป็นงานที่กินแรงสูง และผลตอบแทนไม่ค่อยคุ้มกับแรงที่ลงไปมากนัก (แต่กรณีของ Techmeme ก็แสดงให้เห็นชัดว่ามันมีตลาดนั่นแหละ)

ประเด็นที่น่าสนใจของ Techmeme มี 3 อย่าง

Comment is Free, But Facts are Sacred

หนังสือพิมพ์ The Guardian เป็นสื่อคุณภาพที่ผมชื่นชมมากอีกแห่งหนึ่ง (อีกรายคือ The Economist) ด้วยเหตุผลหลายประการ

  • แนวคิดเชิง ideology ที่ใกล้เคียงกันหลายอย่าง (ใน Wikipedia เรียก Centre-left liberalism)
  • การบริหารจัดการเว็บไซต์ที่โดดเด่นมากในสื่อสิ่งพิมพ์ระดับเดียวกัน
  • การให้ความสำคัญกับ data/visualization

สิ่งพิมพ์ที่ "ลึก" ในระดับนี้ย่อมมี "ราก" ที่เข้มแข็งพอสมควร ช่วงหลังเลยพยายามศึกษา "ราก" ของ The Guardian เพื่อดูที่มาที่ไปของแนวคิด แนวทาง อุดมการณ์ต่างๆ

PandoDaily

บล็อกตอนนี้ต่อจาก The Future of Tech Blogging

ข่าวใหญ่วันนี้ของวงการ tech journalism ของฝรั่งก็คือการเปิดตัว PandoDaily เว็บใหม่ของ Sarah Lacy หญิงเปรี้ยวของวงการไอที

ความน่าสนใจของ PandoDaily คือมันเป็น "ผู้สืบทอดทางจิตวิญญาณ" ของ TechCrunch หลังมีปัญหากับ AOL (อ่านข่าวหมวด TechCrunch ใน Blognone กันเอง) พูดง่ายๆ คือ PandoDaily จะรวมทีมที่แตกออกมาจาก TechCrunch ส่วนหนึ่ง โดยมี Sarah Lacy เป็นผู้นำ และทำข่าวเรื่อง startup เหมือนเดิม

ส่วนจุดที่ผมคิดว่าน่าสนใจ (ในฐานะ tech journalist) มี 2 ประการใหญ่ๆ

The Future of Tech Blogging

จริงๆ อ่านบทความต้นเรื่องตั้งแต่วันก่อนแล้ว แต่เหมือนว่ามันจะกลายเป็นประเด็นใหญ่โตในโลกของ tech blog ฝรั่ง (Techmeme thread) ในฐานะที่ทำงานเรื่อง tech blog โดยตรงก็ขอเขียนถึงหน่อยละกันครับ

ต้นเรื่อง

เรื่องมีอยู่ว่า นักวิเคราะห์-นักเขียนด้านไอทีคนหนึ่งชื่อ Jeremiah Owyang เขียนบล็อกชื่อ End of an Era: The Golden Age of Tech Blogging is Over พูดว่ายุคทองของการเขียนบล็อกด้านไอที (ที่บูมมาพักใหญ่ในครึ่งหลังของทศวรรษ 2000s) ได้จบลงแล้ว

เหตุผลของ Owyang มี 4 ข้อ ได้แก่

  1. บล็อกไอทีดังๆ หลายแห่งที่เคยเป็นอิสระ เริ่มโดนซื้อกิจการจากสื่อใหญ่ (เช่น TechCrunch/AOL หรือ ReadWriteWeb/Say Media) ทำให้ขาดความคล่องตัวและนวัตกรรม เพราะเจ้าของใหม่จะมองผลประกอบการเป็นหลัก และไม่ค่อยกล้าเปลี่ยนแปลงอะไรมากนัก (conservative mindset)
  2. ปัญหาบล็อกเกอร์สละเรือ-ลาออก โดยยกกรณีของ TechCrunch แพแตก หรือบล็อกเกอร์ดังๆ บางคนหันไปทำอย่างอื่น (เช่น เป็น VC หรือเปิดบริษัทซอฟต์แวร์) ทำให้วงการเริ่มขาดแคลนคน ถึงแม้จะเปิดโอกาสให้หน้าใหม่ๆ ได้เติบโตก็ตาม
  3. พฤติกรรมของคนอ่านเปลี่ยนไป ผลจาก social network ทำให้คนต้องการอ่านอะไรสั้นๆ เร็วๆ ง่ายๆ แทนการอ่านบล็อกยาวๆ ลงรายละเอียดเยอะๆ
  4. อุตสาหกรรมบล็อกเริ่มอิ่มตัว และคนในวงการเริ่มออกไปทำอย่างอื่น หรือมองหารูปแบบธุรกิจใหม่ๆ