Blogging

โลกแห่งการบล็อก

New Year, New Blog

สวัสดีปี 2019

ย้ายไปเขียนบล็อกใหม่ที่ markpeak.net แทนครับ

เหตุผลเขียนไว้แล้วที่ Offloading Facebook สรุปแบบสั้นๆ คืออยากลดการใช้ Facebook ลง กลับมาเขียนบล็อกมากขึ้น แต่บล็อกอันนี้ isriya.com มันเป็น Drupal บริหารจัดการยาก เลยคิดว่าเปิดอันใหม่ที่เป็น WordPress แทนจะดีกว่า

บล็อกอันนี้จะคงสถานะเป็น archive เอาไว้เฉยๆ ไม่ทำอะไรไปกับมัน

ใครที่อ่านผ่าน Feed อยู่ก็เชิญกดสมัคร URL ใหม่กันได้เลย https://markpeak.net/feed/

Blogs on Startup You Should Read

ผู้ประกอบการ startup ที่ผมยกย่องมากๆ คนหนึ่งในไทยคือคุณ Paul Srivorakul แห่ง Ensogo และ Ardent Capital เคยบอกกับผมไว้ว่า การทำ startup มันเป็นเรื่องกดดันและชวนให้รู้สึกสิ้นหวัง คุณจะรู้สึกโดดเดี่ยวและไร้ที่พึ่ง แต่ startup คนอื่นๆ ก็เป็นเหมือนกัน และมีเรื่องราว ประสบการณ์ บทเรียน การแก้ปัญหา ฯลฯ ให้อ่านไปหมดบนอินเทอร์เน็ต คุณ Paul บอกว่าสมัยก่อนเวลาเขาท้อแท้ เขาจะเปิดเว็บพวก TechCrunch (ในสมัยนั้น) อ่านเรื่องราวของผู้ประกอบการคนอื่น อ่านแล้วก็จะมีแรงบันดาลใจไปนั่งทำงานต่อ ตอนนี้ TechCrunch แบบเดิมล่มสลายไปแล้ว แต่ก็ยังมีบล็อกอีกมากที่ควรค่าแก่การแนะนำ เผอิญว่าวันนี้เจอบล็อกเด่นหลายอันก็มาจดไ

The Death of Personal Blogging

หัวข้อคือ The Death of __Personal__ Blogging ไม่ใช่ The Death of Blogging เนื้อหาก็ตามนั้น คือตัวผมเองเขียนบล็อกส่วนตัวอันนี้น้อยลงไปมาก และคิดว่าบล็อกเกอร์คนอื่นๆ ที่เขียนบล็อกส่วนตัว ย้ำว่า บล็อกส่วนตัว น่าจะเผชิญสภาวะเดียวกัน (มาตั้งนานแล้วด้วยซ้ำ) เหตุผลก็มีหลายอย่างประกอบกัน เช่น คนเรามันจะมีเรื่องอะไรให้เขียนได้ทุกวัน, การเขียนบล็อกยาวๆ หน่อยต้องใช้แรงพอสมควร, การเข้ามาของ Facebook/Twitter ที่โพสต์ง่ายกว่ากันมาก และมี friend interaction เยอะกว่ามาก เป็นต้น ในระยะยาวแล้ว personal blogging คงลดรูปลงไปเหลือแค่งานเฉพาะทาง สำหรับคนบางกลุ่มที่ชอบเขียนไดอารี่จริงๆ เท่านั้น แต่ฟังก์ชันทั่วๆ ไ

PandoDaily

บล็อกตอนนี้ต่อจาก [The Future of Tech Blogging](http://isriya.com/node/3637/future-tech-blogging) ข่าวใหญ่วันนี้ของวงการ tech journalism ของฝรั่งก็คือการเปิดตัว [PandoDaily](http://pandodaily.com/2012/01/16/why-i-started-pandodaily/) เว็บใหม่ของ Sarah Lacy หญิงเปรี้ยวของวงการไอที ความน่าสนใจของ PandoDaily คือมันเป็น "ผู้สืบทอดทางจิตวิญญาณ" ของ TechCrunch หลังมีปัญหากับ AOL (อ่านข่าวหมวด [TechCrunch](http://www.blognone.com/topics/techcrunch) ใน Blognone กันเอง) พูดง่ายๆ คือ PandoDaily จะรวมทีมที่แตกออกมาจาก TechCrunch ส่วนหนึ่ง โดยมี Sarah Lacy เป็นผู้นำ และทำข่าวเรื่อง startup เหมือนเดิม

The Future of Tech Blogging

จริงๆ อ่านบทความต้นเรื่องตั้งแต่วันก่อนแล้ว แต่เหมือนว่ามันจะกลายเป็นประเด็นใหญ่โตในโลกของ tech blog ฝรั่ง ([Techmeme thread](http://www.techmeme.com/111228/p36#a111228p36)) ในฐานะที่ทำงานเรื่อง tech blog โดยตรงก็ขอเขียนถึงหน่อยละกันครับ __ต้นเรื่อง__ เรื่องมีอยู่ว่า นักวิเคราะห์-นักเขียนด้านไอทีคนหนึ่งชื่อ Jeremiah Owyang เขียนบล็อกชื่อ [End of an Era: The Golden Age of Tech Blogging is Over](http://www.web-strategist.com/blog/2011/12/27/end-of-an-era-the-golden-age-of-tech-blogging-is-over/) พูดว่ายุคทองของการเขียนบล็อกด้านไอที (ที่บูมมาพักใหญ่ในครึ่งหลังของทศวรรษ 2000s) ได้จบลงแล้ว เหตุผ

Multiple Ways of Commenting

ในฐานะที่ทำงานด้าน online content มาสักพัก ก็เห็นการเปลี่ยนแปลงขึ้นหลายอย่าง อันที่น่าพูดถึงคือเรื่องการคอมเมนต์ สมัยก่อนนี้ เว็บจะมีฟอร์มให้ผู้อ่านคอมเมนต์ตัวเนื้อหา ซึ่งก็ไม่มีอะไรพิสดาร คือเก็บคอมเมนต์ไว้บนเว็บ เวลาตอบก็ตอบบนเว็บ ที่เดียวรวมศูนย์ทุกอย่าง (ถึงแม้จะมีระบบคอมเมนต์พวก Disqus/Intense Debate ก็ไม่ทำให้รูปแบบการใช้งานเปลี่ยนไป) ต่อมา RSS ได้รับความนิยม แม้ตัว RSS reader จะออกแบบมาสำหรับ "อ่านอย่างเดียว" แต่ก็มีพวก Google Reader ที่มีฟีเจอร์ด้าน social สามารถคอมเมนต์-ให้ดาว บทความต่างๆ ได้ ถือเป็นจุดที่สองที่เขียนคอมเมนต์ได้ ถัดมาอีกเราก็มี Facebook/Twitter ซึ่งเราสามารถโพสต์ "ล

Blogging in Decline

จริงๆ เรื่องนี้พูดกันมาสักระยะแล้ว แต่เนื่องจากมีบทความชิ้นสำคัญพูดถึงเรื่องนี้อีกรอบพอดี เลยนำมาแปะไว้หน่อย [Blogs Wane as the Young Drift to Sites Like Twitter](https://www.nytimes.com/2011/02/21/technology/internet/21blog.html?_r=3&partner=rss&emc=rss) บทความใน The New York Times พูดถึง "ขาลง" ของบล็อก เพราะคนหันไปใช้ social network กันแทน บทสรุปของเรื่องยังถกเถียงกันได้ บล็อกคงไม่ตายง่ายๆ แต่คนใช้ลดลงอันนี้ชัดเจน [What 10 Years of Blogging Has Taught Heather Armstrong](https://www.readwriteweb.com/archives/what_ten_years_of_blogging_has_taught_heather_arms.php) บล็อกเกอร์คนแรกๆ

Engadget Founder on Acquisition

ต่อจาก [Why We Sold TechCrunch](http://www.isriya.com/node/3332/why-we-sold-techcrunch) ก็ไปเจอ[บทสัมภาษณ์ของ Peter Rojas](http://www.theatlantic.com/technology/archive/2010/09/engadgets-founder-on-techcrunch-under-aol/63730/) ผู้ก่อตั้ง Engadget มาย้อนอดีตถึงประสบการณ์ที่โดน AOL ซื้อกิจการ Rojas บอกว่าข้อดีของการถูกซื้อคือ 1) มีเงินจ่ายทีมงานอย่างสมน้ำสมเนื้อสักที 2) มีเงินไปซื้อเซิร์ฟเวอร์เพิ่ม และ AOL ไม่ได้มายุ่งอะไรกับกองบรรณาธิการของ Engadget Rojas ลาออกจาก Engadget/AOL เพราะตอนนั้น AOL อยู่ในสภาพย่ำแย่ เขาบอกว่าถ้าตอนนั้น AOL มีซีอีโอคนปัจจุบัน (หมายถึง Tim Armstrong) เขาอาจจะอยู่ต่อ

Why We Sold TechCrunch

ในที่สุด [TechCrunch ก็โดนซื้อ](http://www.blognone.com/news/18901) ตามรอยรุ่นพี่อย่าง Engadget, Joystiq (AOL) Gizmodo, Kotaku, Valleywag, Lifehacker (Gawker) Ars Technica (Conde Nast) Slashdot (SourceForge) (เอาจริงตอนนี้บล็อกดังๆ ที่ยังเป็นอิสระก็เหลือไม่เยอะเท่าไร ที่นึกออกตอนนี้ได้แก่ BGR, Business Insider) อย่างที่[เคยเขียนไป](http://www.isriya.com/node/3320/michael-arrington-of-techcrunch) ว่าผมมอง TechCrunch เป็นโรลโมเดลอันหนึ่ง การซื้อกิจการครั้งนี้ก็เป็นบทเรียนที่น่าศึกษามิใช่น้อย ข้อมูลสำคัญคือโพสต์ของ Arrington หลังการขายกิจการ [Why We Sold TechCrunch To AOL, And Where We Go Fro

Where is the Comment?

ช่วงนี้อาจเรียกได้ว่าเป็นยุค "Write Once, Comment Anywhere" ผมเขียนบล็อกหนึ่งที ผมจะได้รับคอมเมนต์ (ในที่นี้หมายถึง เสียงตอบรับต่อบล็อกอันนั้น) จาก 1. ช่องคอมเมนต์ภายในบล็อก (Drupal, WordPress, Blogger, Exteen) 2. ช่องคอมเมนต์ของ Facebook (รวม Like ของ Facebook) 3. Tweet ตอบใน Twitter (รวม RT) 4. คอมเมนต์ใน Google Reader (รวม Like/Share ของ Google Reader) 5. คอมเมนต์ใน Google Buzz (ผูกกับ Google Reader แต่จำนวนคอมเมนต์เพิ่มขึ้นมาก ตาม social graph) จริงๆ ก็มีจุดอื่นที่เป็นไปได้อีกมาก เช่น Digg/Delicious แต่หลักๆ คงเป็นแค่ 5 จุดข้างต้น คำถาม * ผมอยากให้คอมเมนต์ปรากฎอยู่ที่ไหน?