Blogging

โลกแห่งการบล็อก

Blogs on Startup You Should Read

ผู้ประกอบการ startup ที่ผมยกย่องมากๆ คนหนึ่งในไทยคือคุณ Paul Srivorakul แห่ง Ensogo และ Ardent Capital เคยบอกกับผมไว้ว่า การทำ startup มันเป็นเรื่องกดดันและชวนให้รู้สึกสิ้นหวัง คุณจะรู้สึกโดดเดี่ยวและไร้ที่พึ่ง แต่ startup คนอื่นๆ ก็เป็นเหมือนกัน และมีเรื่องราว ประสบการณ์ บทเรียน การแก้ปัญหา ฯลฯ ให้อ่านไปหมดบนอินเทอร์เน็ต

คุณ Paul บอกว่าสมัยก่อนเวลาเขาท้อแท้ เขาจะเปิดเว็บพวก TechCrunch (ในสมัยนั้น) อ่านเรื่องราวของผู้ประกอบการคนอื่น อ่านแล้วก็จะมีแรงบันดาลใจไปนั่งทำงานต่อ

ตอนนี้ TechCrunch แบบเดิมล่มสลายไปแล้ว แต่ก็ยังมีบล็อกอีกมากที่ควรค่าแก่การแนะนำ เผอิญว่าวันนี้เจอบล็อกเด่นหลายอันก็มาจดไว้ตรงนี้ เผื่อจะเป็นประโยชน์กับ startup ชนรุ่นหลัง

The Death of Personal Blogging

หัวข้อคือ The Death of Personal Blogging ไม่ใช่ The Death of Blogging

เนื้อหาก็ตามนั้น คือตัวผมเองเขียนบล็อกส่วนตัวอันนี้น้อยลงไปมาก และคิดว่าบล็อกเกอร์คนอื่นๆ ที่เขียนบล็อกส่วนตัว ย้ำว่า บล็อกส่วนตัว น่าจะเผชิญสภาวะเดียวกัน (มาตั้งนานแล้วด้วยซ้ำ)

เหตุผลก็มีหลายอย่างประกอบกัน เช่น คนเรามันจะมีเรื่องอะไรให้เขียนได้ทุกวัน, การเขียนบล็อกยาวๆ หน่อยต้องใช้แรงพอสมควร, การเข้ามาของ Facebook/Twitter ที่โพสต์ง่ายกว่ากันมาก และมี friend interaction เยอะกว่ามาก เป็นต้น

PandoDaily

บล็อกตอนนี้ต่อจาก The Future of Tech Blogging

ข่าวใหญ่วันนี้ของวงการ tech journalism ของฝรั่งก็คือการเปิดตัว PandoDaily เว็บใหม่ของ Sarah Lacy หญิงเปรี้ยวของวงการไอที

ความน่าสนใจของ PandoDaily คือมันเป็น "ผู้สืบทอดทางจิตวิญญาณ" ของ TechCrunch หลังมีปัญหากับ AOL (อ่านข่าวหมวด TechCrunch ใน Blognone กันเอง) พูดง่ายๆ คือ PandoDaily จะรวมทีมที่แตกออกมาจาก TechCrunch ส่วนหนึ่ง โดยมี Sarah Lacy เป็นผู้นำ และทำข่าวเรื่อง startup เหมือนเดิม

ส่วนจุดที่ผมคิดว่าน่าสนใจ (ในฐานะ tech journalist) มี 2 ประการใหญ่ๆ

The Future of Tech Blogging

จริงๆ อ่านบทความต้นเรื่องตั้งแต่วันก่อนแล้ว แต่เหมือนว่ามันจะกลายเป็นประเด็นใหญ่โตในโลกของ tech blog ฝรั่ง (Techmeme thread) ในฐานะที่ทำงานเรื่อง tech blog โดยตรงก็ขอเขียนถึงหน่อยละกันครับ

ต้นเรื่อง

เรื่องมีอยู่ว่า นักวิเคราะห์-นักเขียนด้านไอทีคนหนึ่งชื่อ Jeremiah Owyang เขียนบล็อกชื่อ End of an Era: The Golden Age of Tech Blogging is Over พูดว่ายุคทองของการเขียนบล็อกด้านไอที (ที่บูมมาพักใหญ่ในครึ่งหลังของทศวรรษ 2000s) ได้จบลงแล้ว

เหตุผลของ Owyang มี 4 ข้อ ได้แก่

  1. บล็อกไอทีดังๆ หลายแห่งที่เคยเป็นอิสระ เริ่มโดนซื้อกิจการจากสื่อใหญ่ (เช่น TechCrunch/AOL หรือ ReadWriteWeb/Say Media) ทำให้ขาดความคล่องตัวและนวัตกรรม เพราะเจ้าของใหม่จะมองผลประกอบการเป็นหลัก และไม่ค่อยกล้าเปลี่ยนแปลงอะไรมากนัก (conservative mindset)
  2. ปัญหาบล็อกเกอร์สละเรือ-ลาออก โดยยกกรณีของ TechCrunch แพแตก หรือบล็อกเกอร์ดังๆ บางคนหันไปทำอย่างอื่น (เช่น เป็น VC หรือเปิดบริษัทซอฟต์แวร์) ทำให้วงการเริ่มขาดแคลนคน ถึงแม้จะเปิดโอกาสให้หน้าใหม่ๆ ได้เติบโตก็ตาม
  3. พฤติกรรมของคนอ่านเปลี่ยนไป ผลจาก social network ทำให้คนต้องการอ่านอะไรสั้นๆ เร็วๆ ง่ายๆ แทนการอ่านบล็อกยาวๆ ลงรายละเอียดเยอะๆ
  4. อุตสาหกรรมบล็อกเริ่มอิ่มตัว และคนในวงการเริ่มออกไปทำอย่างอื่น หรือมองหารูปแบบธุรกิจใหม่ๆ

Multiple Ways of Commenting

ในฐานะที่ทำงานด้าน online content มาสักพัก ก็เห็นการเปลี่ยนแปลงขึ้นหลายอย่าง อันที่น่าพูดถึงคือเรื่องการคอมเมนต์

สมัยก่อนนี้ เว็บจะมีฟอร์มให้ผู้อ่านคอมเมนต์ตัวเนื้อหา ซึ่งก็ไม่มีอะไรพิสดาร คือเก็บคอมเมนต์ไว้บนเว็บ เวลาตอบก็ตอบบนเว็บ ที่เดียวรวมศูนย์ทุกอย่าง (ถึงแม้จะมีระบบคอมเมนต์พวก Disqus/Intense Debate ก็ไม่ทำให้รูปแบบการใช้งานเปลี่ยนไป)

ต่อมา RSS ได้รับความนิยม แม้ตัว RSS reader จะออกแบบมาสำหรับ "อ่านอย่างเดียว" แต่ก็มีพวก Google Reader ที่มีฟีเจอร์ด้าน social สามารถคอมเมนต์-ให้ดาว บทความต่างๆ ได้ ถือเป็นจุดที่สองที่เขียนคอมเมนต์ได้

Blogging in Decline

จริงๆ เรื่องนี้พูดกันมาสักระยะแล้ว แต่เนื่องจากมีบทความชิ้นสำคัญพูดถึงเรื่องนี้อีกรอบพอดี เลยนำมาแปะไว้หน่อย

Blogs Wane as the Young Drift to Sites Like Twitter

บทความใน The New York Times พูดถึง "ขาลง" ของบล็อก เพราะคนหันไปใช้ social network กันแทน บทสรุปของเรื่องยังถกเถียงกันได้ บล็อกคงไม่ตายง่ายๆ แต่คนใช้ลดลงอันนี้ชัดเจน

Engadget Founder on Acquisition

ต่อจาก Why We Sold TechCrunch ก็ไปเจอบทสัมภาษณ์ของ Peter Rojas ผู้ก่อตั้ง Engadget มาย้อนอดีตถึงประสบการณ์ที่โดน AOL ซื้อกิจการ

Rojas บอกว่าข้อดีของการถูกซื้อคือ 1) มีเงินจ่ายทีมงานอย่างสมน้ำสมเนื้อสักที 2) มีเงินไปซื้อเซิร์ฟเวอร์เพิ่ม และ AOL ไม่ได้มายุ่งอะไรกับกองบรรณาธิการของ Engadget

Why We Sold TechCrunch

ในที่สุด TechCrunch ก็โดนซื้อ ตามรอยรุ่นพี่อย่าง Engadget, Joystiq (AOL) Gizmodo, Kotaku, Valleywag, Lifehacker (Gawker) Ars Technica (Conde Nast) Slashdot (SourceForge)

(เอาจริงตอนนี้บล็อกดังๆ ที่ยังเป็นอิสระก็เหลือไม่เยอะเท่าไร ที่นึกออกตอนนี้ได้แก่ BGR, Business Insider)

อย่างที่เคยเขียนไป ว่าผมมอง TechCrunch เป็นโรลโมเดลอันหนึ่ง การซื้อกิจการครั้งนี้ก็เป็นบทเรียนที่น่าศึกษามิใช่น้อย

ข้อมูลสำคัญคือโพสต์ของ Arrington หลังการขายกิจการ Why We Sold TechCrunch To AOL, And Where We Go From Here

Where is the Comment?

ช่วงนี้อาจเรียกได้ว่าเป็นยุค "Write Once, Comment Anywhere"

ผมเขียนบล็อกหนึ่งที ผมจะได้รับคอมเมนต์ (ในที่นี้หมายถึง เสียงตอบรับต่อบล็อกอันนั้น) จาก

Blogs Mentioning Gov 2.0 Expo

บล็อกที่พูดถึงงาน Government 2.0 Expo Showcase ที่จัดโดย O'Reilly

ฟีดแบ็คเหล่านี้สมควรเรียนรู้ไว้เพื่อเป็นบทเรียนสำหรับ Government 2.0 Initiative ในไทย (ถ้ามันจะเกิดขึ้นนะ) ส่วนบล็อกอันนี้จดเก็บไว้อ่าน