Apple

Lessons From Apple

วันก่อนแวะร้านหนังสือเจอ Wired UK เล่มใหม่ หน้าปก Tony Fadell ก็เลยกัดฟันซื้อมา (395 บาท แพงน้ำตาไหล เขาแปลง 4 ปอนด์มาเป็นเงินบาทกันอย่างไร) เพราะอยากเข้าใจ Nest Labs และวงการ Smart Home ให้มากขึ้น ปรากฏว่าพลาดครับ Fadell ให้สัมภาษณ์ว่า "Where is the home going to be a decade from now? I have no idea" แต่ 395 บาทไม่เสียเปล่า เพราะได้ "วรรคทอง" ในเรื่อง user experience มา จากการที่ Fadell ตอบคำถามว่า What were your main lessons from Apple?

Made in America

จาก [Made in America 2.0: behind Google and Apple's sudden patriotism](http://www.theverge.com/2013/7/24/4549624/made-in-america-2-behind-new-tech-patriotism) มันคงไม่ใช่เรื่องบังเอิญที่หลายๆ บริษัทหันกลับมา "ผลิตสินค้าในอเมริกา" ทำไม? ลองนั่งเทียนนึกดู ปัจจัยสำคัญน่าจะเกิดจาก - ค่าแรงจีนแพงขึ้นเรื่อยๆ ส่วนค่าแรงในอเมริกาน่าจะคงที่หรือเพิ่มไม่มากนัก หักลบกลบหนี้แล้วเริ่มคุ้มที่จะทำในอเมริกา (ระยะสั้นอาจยังไม่คุ้ม แต่ถ้าคิดประเด็นเชิงยุทธศาสตร์ไปก็น่าจะเริ่มคุ้ม) - การเอาท์ซอร์สกระบวนการผลิตไปยังโรงงานในจีน มีปัญหาเรื่องการควบคุมคุณภาพ ดังนั้นการดึงกลับมาทำใน "โรงงานของตัวเอง" ในอเมริกา

Android's Triumph

จากบทความ [2012: The year Android truly challenged iOS](http://www.infoworld.com/d/mobile-technology/2012-the-year-android-truly-challenged-ios-209130) ผมคิดว่าช่วงหลังๆ Android รบชนะค่าย iOS ในหลายเรื่อง (การรบชนะไม่น่าแปลกใจเพราะยุทธศาสตร์กองทัพมดมันก็ต้องชนะอยู่แล้ว แต่ประเด็นคือชนะในเรื่องไหนบ้าง) ที่เห็นผลชัดเจนคือ - __แท็บเล็ต 7 นิ้ว__ ที่อัดกันมาเป็นชุดตั้งแต่ Galaxy Tab, Kindle Fire, Nexus 7 อันนี้เป็นเพราะแอปเปิลออก iPad mini ช้าเองด้วย เลยกลายเป็นแค่ me-too product - __มือถือจอใหญ่__ อันนี้ต้องยกความดีให้ Galaxy Note จนทำให้เราเห็นกองทัพ phablet ตามมาอีกเป็นชุดใหญ่ และมีผลให้ iPhon

Apple vs Samsung

Dan Gillmor has everything I want to say: > __Now, I'm not a fan of Samsung. Like so many others in the technology world, it has has behaved in ethically questionable ways.__ And it quite plainly did mimic much of the functionality of the iPhone – though it was Apple's longtime CEO, Steve Jobs, who famously quoted Picasso's adage that good artists copy and great artists steal. > __But in recent years, I have become even less a fan of Apple.

Google Everywhere

ว่าจะเขียนถึงมานานแล้วแต่ก็ยังไม่ได้เขียนสักที วันนี้ว่างก็เอาซะหน่อย ผมไม่ค่อยซีเรียสนักกับประเด็นเรื่อง [แอปเปิลจะทำแอพแผนที่เองใน iOS 6](http://www.blognone.com/node/32439) รวมไปถึง[การถอดแอพ YouTube ออกจาก iOS](http://www.blognone.com/node/34839) ด้วย คือในแง่ของการแข่งขันมันก็มีประเด็นเรื่องแอปเปิล vs กูเกิลอยู่แหละ แต่มันไม่ได้เป็นปัญหายิ่งใหญ่อะไรนัก การวิเคราะห์ยุทธศาสตร์ของกูเกิลนั้นต้องเปลี่ยน paradigm จากวิธีคิดแบบ retail (ทำสินค้ามาขายให้กับลูกค้าโดยตรง) ไปเป็นวิธีคิดแบบ service เสียก่อน ซึ่งมันไม่ได้ตรงไปตรงมาเท่ากับวิธีคิดแบบ retail ทำให้เข้าใจยากพอสมควร (กว่าผมจะเข้าใจเรื่องนี

WWDC 2012

จริงๆ ว่าจะไม่เขียนถึงแล้วแต่เห็นสาวกแอปเปิลบางท่านมหัศจรรย์กับมันมาก เลยขอสักหน่อย - WWDC ครั้งนี้ตอกย้ำให้เห็นชัดว่า จุดแข็งที่สุดของแอปเปิลยังเป็นฮาร์ดแวร์ (ตามรากเหง้าของบริษัท) และ MacBook Retina เป็นความสามารถทางวิศวกรรมที่หาคนอื่นสู้ยาก (ในเวลานี้) - แต่มันก็แสดงให้เห็นว่าแอปเปิลกำลังเร่งสยายปีกของตัวเองไปยังซอฟต์แวร์ (ที่ไมโครซอฟท์ครองอยู่) และบริการออนไลน์ (ที่กูเกิลครองอยู่) อย่างเต็มที่ ถ้าอธิบายด้วยทฤษฎี "สามก๊กไอที" ของผมเอง ก็คือทุกคนกำลังแผ่ขยายอำนาจออกมาจากที่ตั้งเดิมของตัวเอง - OS X Mountain Lion เป็นเครื่องตอกย้ำว่าเดสก์ท็อปตันแล้ว ทางออกก็คือเปลี่ยนที่ระดับ paradigm ซึ่งแต่

Biggest Companies by Market Capitalization

ไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญเรื่องหุ้นและตลาดทุน แต่ก็สงสัยมานานเวลาอ่านข่าวเรื่อง market cap ของแอปเปิลในช่วงหลังๆ นี้ ส่วนตัวแล้วผมคิดว่า market cap มันเป็นแค่ดัชนีที่แสดงให้เห็น "กระแส" ในความคิดของนักลงทุนเป็นหลัก ดังนั้นแอปเปิลที่เล่นกับกระแสเก่งอยู่แล้วจึงไม่น่าแปลกใจที่จะมี market cap สูง สิ่งที่ควรพิจารณาจริงๆ คือของที่มันจับต้องได้อย่าง revenue/profit มากกว่า (ซึ่งแอปเปิลก็ทำได้ดีอีก เพียงแต่ประเด็น market cap มันน่าตื่นเต้นกว่าเวลาเป็นข่าว) วันก่อนไปตอบคอมเมนต์เรื่องนี้ใน Blognone เลยลองหาข้อมูลดูว่า market cap ของบริษัทใหญ่ในอดีตเป็นอย่างไรกันบ้าง แล้วก็ไปพบของ WSJ ทำเอาไว้ [Apple Market Ca

One Day with iPad 3

- ไม่ว่าแอปเปิลจะเรียกมันว่าอะไร เวลาเราคุยกับคนอื่นเราจะเรียกมันว่า "ไอแพดสาม" อยู่ดี #fail - จอ retina มันชัดจริงๆ คือภาพกลายเป็นสิ่งไม่ชัดไปเลยเมื่อเทียบกับ text - ใช้แล้วพบว่ายังไม่ชอบ form factor แบบนี้ (10 นิ้ว) อยู่ดี คือมันใหญ่เกินไปสำหรับการถือมือเดียว - การออกแบบ UI ก็ไม่ค่อยเอื้อสำหรับการถือมือเดียว (ผมถือมือซ้าย) เพราะปุ่ม Back จะอยู่ซ้ายบน (ต้องเอามือขวากด หรือวางตักแล้วค่อยเลื่อนมือซ้ายไปกด) ต่างจาก Android Tablet ที่ปุ่ม Back มันอยู่ซ้ายล่าง ตำแหน่งพอดีกัน - มันนุ่มลื่น (ไม่ใช่แค่ลื่น) กว่า Android มาก ความนุ่มเป็นเอกลักษณ์ของ iOS จริงๆ คือลองใช้ WP แล้วมันก็ลื่นแต่ไม่นุ่ม (อธิบ

IT Kingdoms - Presentation at KU

[อาจารย์ที่เคารพ](https://twitter.com/#!/putchonguth) โทรมาชวนไปบรรยายวิชา Enterprise IT ให้กับนักศึกษาภาคอินเตอร์ SKE ที่เกษตร โดยเจาะจงหัวเรื่องว่า "สามก๊กไอทีของคุณน่ะ" ก็ไปตามนั้น เนื่องจากมีสไลด์เก่าอยู่แล้วเลยง่ายหน่อย เอามาแปลงเป็นภาษาอังกฤษ (เพราะสอนภาคอินเตอร์) และปรับเนื้อหาเพิ่มเล็กน้อยให้ละเอียดขึ้นกว่าเดิม แปะไว้เป็นหลักฐานสักหน่อยครับ Three IT Kingdoms View more presentations from Isriya Paireepairit