The Shape of Water

The Shape of Water

หนังออสการ์ปีล่าสุด (2017) ที่ชนะทั้งรางวัลใหญ่ ภาพยนตร์ยอดเยี่ยม และผู้กำกับยอดเยี่ยม เป็นผลงานของ Guillermo del Toro ผู้กำกับชาวเม็กซิกันผู้เชี่ยวชาญภาพยนตร์แนวแฟนตาซี (งานเรื่องล่าสุดที่ผมดูคือ Pacific Rim ซึ่งก็ชอบเลยทีเดียว)

เนื่องจากช่วงหลังไม่ได้ติดตามข่าววงการภาพยนตร์มากนัก เลยรู้แค่ว่าเป็นหนังแนวโรแมนติก คนรักกับสัตว์ประหลาด แต่ไม่ได้รู้ข้อมูลอะไรมากกว่านี้ ดูจากโปสเตอร์ที่เป็นรูปคนกอดกับสัตว์ประหลาด บวกกับชื่อหนังแนวๆ นี้เลยคิดว่าน่าจะแนวดราม่าจัดๆ หรือไม่ก็อารมณ์เหมือน Lady in the Water ของ M. Night Shyamalan ที่พล็อตคงคล้ายๆ กัน

เปิดหนังมา 5 นาทีแรกก็สตันต์ นี่มันหนัง steampunk นี่หว่า ดูงานภาพแล้วยังกับเกมซีรีส์ BioShock ยังไงยังงั้น (อีตา del Toro ก็บอกซะด้วยว่า ถ้า BioShock จะทำหนัง เขาก็ยินดีมากำกับให้นะ)

พล็อตหนังก็เป็นแนวการ์ตูนๆ หน่อยคือ ในแล็บวิจัยยุคสงครามเย็น มีการจับมนุษย์น้ำ (ที่ไม่รู้ชื่อและที่มา) ได้มา 1 ตัว ถูกขังไว้ในห้องวิจัยลึกลับ จุดที่พลิกให้พล็อตหนังน่าสนใจคือ คนที่บังเอิญเข้าถึงสถานที่เหล่านี้กลับเป็น Elisa เมดทำความสะอาดห้องวิจัยที่ดันเป็นใบ้ (ฟังได้ พูดไม่ได้) อีกตะหาก ที่เหลือก็เป็นเรื่องสายสัมพันธ์ระหว่าง Elisa กับเจ้ามนุษย์น้ำตัวนี้ (ในเครดิตใช้คำว่า Amphibian Man)

ความดราม่าของพล็อตเรื่องที่ Elisa เป็นใบ้ สื่อสารกับคนทั่วไปได้ลำบาก ทำให้หนังน่าติดตามว่าจะเดินหน้าไปในทางไหน เพราะมีความแปลกใหม่ต่างจากหนังแนวมิตรภาพคน-สัตว์ประหลาดทั่วไป การแสดงของ Sally Hawkins ที่รับบทเป็น Elisa เรียกได้ว่าระดับท็อปฟอร์ม เมื่อบวกกับ production ที่อลังการมาก (ชนะออสการ์ซะด้วย) ทำให้เหตุการณ์ในเรื่องดูสมจริงมากขึ้นไปอีก ใครที่ชอบหนังหรือเกมแนวๆ steam punk นี่รับรองชอบมาก ภาพอย่างสวย

จุดที่ผมไม่ค่อยอินเท่าไรคือ ความโรแมนติกระหว่าง Elisa กับสัตว์ประหลาดที่ยังรู้สึกไม่ค่อยน่าเชื่อถือมากนัก คือเข้าใจได้ว่ามิตรภาพของ Elisa กับสัตว์ประหลาดเกิดขึ้นจากความโดดเดี่ยวเหมือนๆ กัน แต่ดูมันยังไม่ไปถึงขั้นเป็น "คนรัก" แบบชายหญิงได้ พอช่วงท้ายๆ ที่ขยี้ดราม่าประเด็นนี้เลยไม่มีอารมณ์ร่วมตามไปด้วย (ถ้ามีซีนที่ขับเน้นประเด็นนี้อีกหน่อย น่าจะทำให้หนังสมบูรณ์ขึ้นมาก)

สรุปแล้วถือเป็นหนังที่ทำออกมาดีทีเดียว ให้คะแนนสัก 8.5/10 สิ่งที่ควรแก้ไขอย่างมากคือชื่อหนัง และโปสเตอร์หนัง ที่ไม่ค่อยสื่อตรงกับตัวหนังจริงๆ สักเท่าไร