The Post

The Post

ดูมาบนเครื่องบิน มีช่วงหลับๆ ตื่นๆ บ้างแต่โดยรวมก็สนุกดี อย่างไรก็ตามการจะดูให้เก็บรายละเอียดได้ครบ ต้องรู้ประวัติศาสตร์ช่วงนี้อยู่พอสมควร

The Post เป็นหนังเกี่ยวกับประวัติของหนังสือพิมพ์ The Washington Post ซึ่งเป็นหนังสือพิมพ์การเมืองฉบับสำคัญของประเทศ (คนอเมริกาจะเรียกชื่อท้ายกัน เช่น The Times = New York Times, The Journal = Wall Street Journal)

เนื้อหาเกิดในปี 1971 ช่วงประธานาธิบดีนิกสัน ซึ่งเป็นช่วงที่มีความขัดแย้งทางการเมืองสูง และจบลงด้วยคดี Watergate ในปี 1972 ส่งผลให้นิกสันต้องลาออกในเวลาต่อมา หนังเรื่องนี้จับความเอาเหตุการณ์ประมาณ 1 ปีก่อน Watergate (ตัวละครชุดเดียวกันจะไปมีบทบาทต่อใน Watergate ด้วย)

เรื่องมีอยู่ว่า Washington Post ในช่วงนั้นยังเป็นหนังสือพิมพ์ขนาดกลางๆ มีนักข่าวแค่ 25 คน และยังโฟกัสไปที่ข่าวหัวสีอย่างการแต่งงานของคนดังอยู่ และในขณะเดียวกันก็ประสบปัญหาทางการเงิน จนต้องขายหุ้นบางส่วนออกเพื่อ IPO เข้าตลาดหลักทรัพย์

ตัวเอกของเรื่องคือ Katharine Graham (Meryl Streep) เจ้าของหนังสือพิมพ์ Washington Post ซึ่งเป็นของตระกูล (พ่อของเธอซื้อกิจการมา แล้วให้สามีของเธอบริหาร แต่สามีตาย เธอเลยรับช่วงต่อ) กับ Ben Bradlee (Tom Hanks) บรรณาธิการของ Washington Post

ทีม Washington Post ต้องสู้ใน 2 แนวรบ คือ ขายหุ้น IPO และพยายามตั้งตัวให้หนังสือพิมพ์เป็นที่ยอมรับในระดับประเทศ แข่งกับคู่แข่งคือ The New York Times ที่ใหญ่กว่ามาก

ช่วงนั้นเป็นช่วงปลายของสงครามเวียดนามพอดี และเกิดเหตุการณ์ leak เอกสารลับสุดยอดของกระทรวงกลาโหม ที่บันทึกมุมมองของรัฐบาลสหรัฐต่อสงครามเวียดนามว่า ยังไงก็แพ้แน่ (ขัดกับสิ่งที่บอกต่อสาธารณะมาโดยตลอดหลายปี) เอกสารนี้ถูกส่งมายัง New York Times และถูกเล่นเป็นข่าวหน้าหนึ่งทันที ผลคือหนังสือพิมพ์ถูกขู่สั่งปิดด้วยข้อหาเปิดเผยข้อมูลลับของชาติ

Washington Post จึงอยู่ในสภาวะตัดสินใจลำบาก เพราะได้เอกสารมาเหมือนกัน แต่ถ้าเลือกรับช่วงเล่นข่าวต่อจาก Times ก็อาจโดนข้อหาเดียวกัน แถมยังกระทบกับแผนการขายหุ้น IPO ในช่วงนั้นพอดีด้วย ประเด็นดราม่าจึงขมวดไปที่การตัดสินใจของ Katharine ในฐานะซีอีโอว่าจะเลือกทางใด

สิ่งที่น่าสนใจ (และหนังไม่ได้บอกไว้) คือ Katharine เป็นซีอีโอผู้หญิงแทบจะคนเดียวในตลาดหลักทรัพย์ช่วงนั้น (ต้องไม่ลืมว่านี่คือยุค 70s ที่ภาคธุรกิจยังขาดความเท่าเทียมทางเพศอยู่มาก) เธอจึงถูกผู้บริหารชายมองด้วยสายตาไม่น่าเชื่อถือ และไม่น่าแปลกใจที่คาแรกเตอร์ของเธอในเรื่องดูขาดความมั่นใจในการตัดสินใจต่างๆ

เท่านั้นยังไม่พอ ประวัติของ Katharine ก็น่าสนใจเพราะเธอเกิดในตระกูลไฮโซ เป็นลูกสาวคนรองที่ไม่ต้องแบกรับความคาดหวังอะไรมาก ดูแลบ้านออกงานสังคมไปวันๆ และพ่อของเธอก็มอบหนังสือพิมพ์ให้ลูกเขยเป็นคนดูแล แต่ความสัมพันธ์ของเธอกับสามีก็ไม่ดีเท่าไรนัก เพราะภายหลังเขาไปมีชู้ ขู่จะฟ้อง และฆ่าตัวตายด้วย (ในหนังก็ไม่ได้บอก)

แน่นอนว่า Katharine ตัดสินใจเดินหน้าลุย (ถึงได้กลายเป็นตำนาน) และเป็นจุดเริ่มต้นให้หนังสือพิมพ์ฉบับอื่นๆ มาร่วมเล่นข่าวถล่มรัฐบาล และผนึกกำลังกันไปขึ้นศาล (สู้ด้วย First Amendment คือเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญเรื่องการแสดงความเห็น) แถมชนะอีกด้วย เหตุการณ์นี้ทำให้ฝ่ายของประธานาธิบดีนิกสันไม่พอใจ และเป็นจุดเริ่มต้นของ Watergate ที่จะตามมาในอีกไม่นาน (หนัง Watergate ก็มีหลายเรื่อง ตามไปดูต่อกันได้)

หนังดูแล้วได้ความรู้เรื่องประวัติศาสตร์การเมืองสหรัฐดี ตัวของ Meryl Streep เล่นได้ดีมาก แต่คิดว่าบทของ บ.ก. ไม่เด่นขนาดต้องใช้ดาราระดับ Tom Hanks ก็ได้ (มันเลยดูแปลกๆ ด้วยซ้ำเพราะเอาคนดังเกินมาเล่น) อีกอันที่ดีคือ production ทำดีในระดับที่เชื่อว่ากระโดดออกมาจากยุค 70s จริงๆ