วิจารณ์: ปัจจัยที่ทำให้ The Hunger Games โด่งดังทะลุฟ้า

The Hunger Games
The Hunger Games เป็นซีรีส์หนังสือ-หนังดังในรอบ 4-5 ปีที่ผ่านมา ที่ผมไม่ได้ติดตามเลย (คือเลิกเข้าโรงหนังไปนานแล้ว ส่วนหนังสือก็ดันไม่ได้อ่าน) ปัญหาคือความดังของมันอยู่ในระดับที่ "ไม่สนใจแล้วคุยกับชาวบ้านไม่รู้เรื่อง" ตัวอย่างเช่น ตอนที่ในไทยประท้วงรัฐประหารด้วยสัญลักษณ์ชู 3 นิ้ว เราก็ไม่ค่อยเก็ตเพราะไม่เคยอ่าน-ไม่เคยดู หรือ ตอนมีภาพหลุด Jennifer Lawrence ก็ไม่ค่อยรู้จักมากนักว่าเธอคือใคร พอช่วงนี้ชีวิตเริ่มมีเวลาว่างกลับคืนมา ก็ได้ฤกษ์เข้าสู่วงการ The Hunger Games บ้าง ผมเลือกอ่านนิยายก่อนดูหนัง และพบว่าหนังสือเล่มแรกสนุกดี และไม่แปลกใจเลยว่าทำไมหนังสือ-หนังซีรีส์นี้ถึงโด่งดังแบบถล่มทลาย เรื่องพล็อตเรื่องคงข้ามไป เพราะคนเขารู้กันทั้งบ้านทั้งเมืองแล้ว โดยสรุปคือหนังสือมี "ปัจจัยสู่ความสำเร็จ" หลายอย่างที่พอแยกแยะได้ดังนี้ - ซีรีส์ The Hunger Games ใช้เซ็ตติ้งแนว dystopia โลกหลังหายนะสงคราม ซึ่งช่วงหลังวรรณกรรมเยาวชนรุ่นใหม่ หันไปเน้นแฟนตาซี พ่อมด จอมเวทย์ เอลฟ์ เทพเจ้ากรีก อะไรพวกนี้กันหมด ทำให้ The Hunger Games ดูแปลกใหม่พอสมควร - พล็อตเรื่องค่อนข้างโหดและจริงจัง คือฆ่าเป็นฆ่า ตายเป็นตาย ระดับของความโหดขยับจากวรรณกรรมเด็กที่ตัวละครหลักไม่ค่อยตาย มาเป็นความดาร์คที่มากขึ้น (Harry Potter ก็มีความดาร์คลักษณะนี้อยู่ประมาณหนึ่ง แต่ The Hunger Games ไปไกลกว่านั้นอีกระดับ) ส่งผลให้วัยรุ่นที่เริ่มเติบโตและอยากเสพอะไรที่มัน "เรียล" ขึ้น ถูกใจกับ The Hunger Games ได้ไม่ยาก - พล็อตหลักคือการต่อสู้เอาชีวิตกันแบบ Battle Royal ถือเป็นของใหม่ในโลกตะวันตกด้วย คือฝั่งเอเชียที่ริเริ่มโดยญี่ปุ่น พอคุ้นเคยกับพล็อตแบบ Battle Royal มาสักระยะแล้ว แต่โลกตะวันตกเพิ่งมีคนเอามาทำให้ popularize - แต่ Hunger Games เอาแนวคิดการต่อสู้แบบ Battle Royal มาผนวกกับความบันเทิงแบบ Reality Show ทำให้มันแปลกใหม่ขึ้นอีก นั่นคือการเป็นการต่อสู้เอาชีวิตกันแบบเอาใจคนดูทางบ้านด้วย แทคติกทั้งหลายจึงไม่ใช่แค่เอาตัวรอด แต่ยังมีเรื่องการเรียกความสนใจจากคนดูด้วย - ตัวเอกเป็นผู้หญิง อันนี้สำคัญเรื่องการสร้างฐานแฟนๆ เพศหญิง เพราะคนอ่านมีอารมณ์ร่วมไปกับตัวเอกเพศเดียวกันได้ง่ายขึ้น คาแรกเตอร์ของนางเอก "แคตนิส" ถูกสร้างขึ้นมาอย่างน่าสนใจในหลายประเด็น - อายุของเธอเป็นวัยรุ่นที่กำลังโต (tween/teen) และกำลังสับสนชีวิต (ซึ่งวัยรุ่นทุกคนต้องเผชิญ) มีชีวิตที่ไม่ดีนัก และเกลียดเกือบทุกสิ่งอย่างรอบตัว ผู้เขียนจับประเด็นนี้ได้ตรงจุด และนำความสับสนเหล่านี้มาใช้ในการเล่าเรื่องเป็นอย่างมาก เราจะเห็นแคตนิสสับสนกับทุกสิ่งอย่าง แต่ในขณะเดียวกันก็ไม่เวิ้นเว้อไร้เหตุผล เพราะมีแบคกราวนด์อธิบายว่าเพราะเหตุใดเธอถึงคิดหรือรู้สึกแบบนี้ - แต่ในอีกทาง แคตนิสก็มีความสามารถในระดับที่เป็นไอดอลได้ ซึ่งในที่นี้คือการยิงธนูและการเอาตัวรอดในป่า ซึ่งคนอ่านทั่วไปไม่มีทักษะแบบนี้ มันเลยเป็นแฟนตาซีแบบหนึ่งของคนอ่านในวัยที่ต้องการไอดอล (อันนี้คล้ายๆ กับ Lara Croft แห่ง Tomb Raider อยู่บ้าง) - รักสามเส้า อันนี้สำคัญมาก! ในระดับไม่มีไม่ได้ เมื่อกลุ่มคนอ่านหลักเป็นผู้หญิง การสับสนระหว่างชายหนุ่มสองคนที่เข้ามาในชีวิตช่วงไล่เลี่ยกัน เป็นเรื่องที่ชวนให้อินได้ง่าย (ถ้าไม่เชื่อ จงไปดูยอดขาย Twilight) - แฟชั่น! ปัจจัยอีกตัวที่ผมคิดว่าแปลกใหม่น่าสนใจมาก และยังไม่เคยเจอที่ไหน คือในนิยายเซอร์ไววัล เอาตัวรอดจากป่าดงดิบ กลับมีเรื่องแฟชั่นเข้ามาด้วย (แถมทำได้ดีซะอีก) ชีวิตของสาววัยรุ่นธรรมดาๆ ที่ไม่มีใครสนใจ กลายเป็นสาวเก่งทั้งแง่ฝีมือและความงาม ถือเป็นพล็อตที่น่า romanticize มาก - แต่ถึงจะมีปัจจัยเอาใจผู้อ่านวัยรุ่นอยู่เยอะ เอาจริงแล้ว The Hunger Games ก็ยังมีพล็อตเรื่องซีเรียสแบบผู้ใหญ่ๆ มาให้ดูสมจริงและน่าตั้งคำถามอีกหลายจุด เช่น การเฟคบทบาทเพื่อเอาใจคนดู, และการเฟคของตัวแคตนิสเอง (ที่ก็คงไม่รู้ตัวว่าตกลงฉันคิดอย่างนั้นจริงๆ หรือเฟค) จนมีผลต่อความรัก, ไปจนถึงเรื่องระบอบการปกครองแบบกดขี่ ที่จะเล่าต่อในภาคต่อๆ ไป - นอกจากปัจจัยพื้นฐานที่ช่วยให้เรื่องน่าสนใจแล้ว การดำเนินเรื่องเองก็ทำได้ดี คือมันชวนลุ้นว่าจะรอดตายหรือไม่ (ทั้งที่รู้แน่ๆ ว่านางเอกต้องรอด แต่ก็อยากรู้ว่ารอดอย่างไร) มีการใช้สมองประลองปัญญาเยอะ และเล่าเรื่องอย่างมีจังหวะจะโคน ไม่ยืดเยื้อเวิ่นเว้อ (ช่วงเข้าป่า ผมอ่านแล้วนึกถึงเพชรพระอุมาเหมือนกันนะ) ในภาพรวมคิดว่ามีความคล้ายกับ [Ender's Game](http://www.isriya.com/node/2307/enders-game-2nd-time) อยู่หลายจุด คือเป็นนิยายเชิง coming of age ในโลกจินตนาการแห่งอนาคต ตัวเอกมีฝีมือแต่สับสนในตัวเอง ตกอยู่ในสถานการณ์บีบคั้นที่ต้องเอาตัวรอดให้ได้ และการต่อสู้ในนิยายเล่มแรก จะนำไปสู่ปมปัญหาที่ใหญ่กว่านั้นมากในนิยายเล่มต่อๆ ไปในชุด อ่านเล่มแรกจบแล้วก็เตรียมหาเล่มสองมาอ่านต่อไป ป.ล. ผมสงสัยมานานมากว่า Mockingjay คืออะไร ได้คำตอบแล้วว่าเป็นนกพันธุ์ใหม่ที่มีเฉพาะในเรื่องนี้