The Hobbit: The Battle of the Five Armies

The Hobbit: The Battle of the Five Armies

ภาคที่สามและภาคจบของไตรภาค The Hobbit ที่ไม่นึกว่าจะลากยาวมาได้ขนาดนี้ (ภาคแรก, ภาคสอง)

หลังจากชาวคณะคนแคระสามารถเดินทางไปถึง Lonely Mountain และชิงสมบัติจากมังกร Smaug ได้ในภาคก่อนแล้ว เนื้อหาภาคนี้มีเพียงแค่ 2 ส่วนคือปราบมังกร Smaug (ในช่วงแรกของหนัง) และสงครามชิงสมบัติใน Lonely Mountain จากเผ่าพันธุ์ต่างๆ ทั้งหมด 5 เผ่าตามชื่อของหนังคือ มนุษย์ คนแคระ เอลฟ์ ยักษ์ และอินทรี

เนื้อหาส่วนของสงคราม Battle of the Five Armies ในหนังสือจริงๆ มีแค่นิดเดียว (คือบอกว่ารบๆ กัน จบแล้วใครชนะ) แต่หนังก็เอามายืดได้ซะยาว (แถมทำได้ออกมาค่อนข้างดีด้วย) ถือเป็นความมหัศจรรย์จริงๆ

ตัวโครงเรื่องของสงคราม Battle of the Five Armies ในต้นฉบับถูกออกแบบมาให้ดราม่าน่าติดตามอยู่แล้ว คือตอนแรกหลายฝ่ายทะเลาะกันชิงสมบัติ แต่ต้องรวมตัวกันสู้เมื่อยักษ์บุก และมีดราม่าแบบเกือบแพ้แต่พลิกมาชนะได้สำเร็จ สิ่งที่หนังเพิ่มเข้ามาคือบทของเอลฟ์สาว Tauriel เข้ามาโรแมนซ์กับ Kiri และดึงเอลฟ์สุดหล่อ Legolas เข้ามาเพื่อเชื่อมเรื่องไปยัง Lord of the Rings ต่อด้วย (ซึ่งตอนท้ายๆ กษัตริย์ Tauriel ก็แนะนำให้ Legolas ไปตามหาคนชื่อ Strider ซึ่งก็คือ Aragorn นั่นเอง)

สรุปว่าหนังภาคนี้ค่อนข้างสนุกเพราะมีฉากแอคชั่นต่อเนื่องกันตลอด โดยรวมแล้วถือว่าไตรภาค The Hobbit ทำออกมาได้โอเค แต่ความซาบซึ้งตรึงใจก็ยังเป็นรองไตรภาค Lord of the Rings อยู่พอสมควร