การเมืองในวันพีซ ตอนที่ 4: Battle of Marineford สงครามอุดมการณ์

ห่างหายกันไปนานกับซีรีส์ "การเมืองในวันพีซ" หลังจากที่เกริ่นถึง [ภูมิรัฐศาสตร์](http://www.isriya.com/node/4062/geopolitics-of-one-piece), [ประวัติศาสตร์](http://www.isriya.com/node/4063/political-history-of-one-piece) และ [การเมือง](http://www.isriya.com/node/4065/political-powers-one-piece) ไปแล้ว ก็ได้เวลานำเนื้อหาเหล่านี้มาวิเคราะห์เนื้อเรื่องกันครับ ความแตกแยกทางการเมืองของโลกวันพีซ ถูกขมวดปมเข้ามารวมกันใน "สงครามแห่งมารีนฟอร์ด" (Battle of Marineford) หรือบางคนก็เรียก Summit War ที่ขั้วการเมือง 2 ฝ่ายในโลกวันพีซต้องมาปะทะกันแบบตรงๆ โดยมีชนวนความขัดแย้งคือ "การประหารชีวิตเอซหมัดอัคคี" อย่างไรก็ตาม ถ้าพิเคราะห์จากความขัดแย้งในแง่การเมืองในวันพีซแล้ว การจะมีเอซหรือไม่มีเอซในสงครามครั้งนี้ก็ไม่ใช่ปัจจัยสำคัญนัก เพราะทั้งสองขั้วมีแนวโน้มจะปะทะกันอยู่ดี (ไม่ช้าก็เร็ว) เอซเป็นแค่ตัวจุดชนวนให้สงครามเกิดเร็วขึ้นเท่านั้น (เปรียบเทียบได้กับการสังหารมกุฎราชกุมาร Franz Ferdinand ที่เป็นชนวนความขัดแย้งของสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง แต่จริงๆ แล้วขั้วอำนาจโลกทั้งสองฝ่ายก็จ้องจะเล่นกันมานานแล้ว) ### ขั้วการเมืองในโลกวันพีซ [ความเดิมจากตอนที่ 3](http://www.isriya.com/node/4065/political-powers-one-piece) ได้กล่าวถึงขั้วอำนาจทางการเมืองในโลกของวันพีซไปอย่างละเอียดแล้ว โดยสามารถแยกแยะขั้วอำนาจได้เป็น 3 กลุ่มใหญ่ๆ คือ - รัฐบาลโลก ที่กองกำลังประกอบไปด้วยกองทัพเรือ (Marines) และเจ็ดเทพโจรสลัด (Shichibukai) - โจรสลัด ที่มีตัวแทนอำนาจเป็น 4 จักรพรรดิ (Yonko) - กองทัพปฏิวัติ เป้าหมายทางการเมืองของรัฐบาลโลกคือพยายามควบคุม "ระเบียบโลก" ให้ทุกคนต้องมาอยู่ใต้อาณัติ ในขณะที่กองทัพปฏิวัติมีเป้าหมายชัดเจนว่าต้องการล้มรัฐบาลโลก ส่วนสี่จักรพรรดิในฐานะมาเฟียของวงการโจรสลัดก็มีเป้าหมายแตกต่างกันไป แต่จุดร่วมกันที่ชัดเจนคือไม่ยอมอยู่ภายใต้อำนาจของรัฐบาลโลกแน่ๆ ว่ากันว่าพลังอำนาจของสี่จักรพรรดินั้นยิ่งใหญ่มาก (มากแค่ไหนก็ยังไม่ชัดเจนเพราะยังโผล่ออกมาในเรื่องไม่ครบเลย) ถ้าเทียบขุมพลังกันแล้ว รัฐบาลโลกต้องระดมทั้งกองทัพเรือและเจ็ดเทพโจรสลัดมาให้ครบ ถึงจะพอต่อกรกับสี่จักรพรรดิได้ ส่วนกองทัพปฏิวัตินั้นดูจะเน้นไปที่ปฏิบัติการแบบกองโจรมากกว่าการต่อสู้แบบซึ่งหน้า ถ้านำประเด็นเรื่องอุดมการณ์ทางการเมือง (ideology) มาอธิบาย (จาก[ประวัติศาสตร์การเมือง](http://www.isriya.com/node/4063/political-history-of-one-piece)) ขั้วของรัฐบาลโลก (ที่ประกอบด้วยกองทัพเรือและเจ็ดเทพโจรสลัด) สถาปนาแนวคิดทางการเมืองของฝ่ายที่ชนะมหาสงครามในศตวรรษที่สาบสูญ (void century) ในขณะที่ฝ่ายของโจรสลัด/สี่จักรพรรดิ และกองทัพปฏิวัติ เป็นขั้วที่ต่อต้านอุดมการณ์ทางการเมืองแบบนี้ ในฝั่งของโจรสลัด/กองทัพปฏิวัติอาจไม่มีอุดมการณ์ทางการเมืองที่ชัดเจนนัก (บางกลุ่มย่อยอาจไม่สนใจเลยก็ได้) แต่เราก็พอเห็นความเชื่อมโยงบางประการกับอุดมการณ์ของ Ancient Kingdom ที่ยังหลงเหลืออยู่ แม้จะแพ้สงครามกับฝ่ายรัฐบาลโลกไปนานแล้วก็ตาม ### ฝักฝ่ายต่างๆ ในสงครามมารีนฟอร์ด สำหรับสงครามมารีนฟอร์ดนั้น เป็นการปะทะกันของขั้วรัฐบาลโลก ที่ประกอบด้วยกองทัพเรือ+เจ็ดเทพโจรสลัด และหนึ่งในสี่จักรพรรดิคือ กลุ่มโจรสลัดหนวดขาวและพันธมิตร โดยฝ่ายกองทัพเรือนั้น "จงใจ" เชื้อเชิญให้ฝ่ายโจรสลัดหนวดขาวบุกเข้ามาโจมตี (เป็นสงครามที่มีการนัดหมายไว้ล่วงหน้าแล้ว) ซึ่งจุดประสงค์ก็ชัดเจนว่าต้องการทำลายขั้วอำนาจหนึ่งของสี่จักรพรรดิลงไป ตอนเริ่มต้นสงคราม เราสามารถจัดหมวดของกองกำลังได้ดังนี้ - __ฝ่ายรัฐบาล__ ประกอบด้วย - __กองทัพเรือ__ เต็มกำลังรบ ระดับนายพลชั้นสูงสุดมากันครบ - __เจ็ดเทพโจรสลัด__ สามารถระดมมาได้ 5 คนคือ คุมะ ฮานค็อค ตาเหยี่ยว โมเรีย และโดฟลามิงโก - __ฝ่ายหนวดขาว__ ประกอบด้วย - __กองกำลังหลักของหนวดขาว__ ที่อยู่ภายใต้การบังคับบัญชาโดยตรงของหนวดขาว - พันธมิตรโจรสลัดของหนวดขาว อย่างไรก็ตาม ระหว่างที่สงครามดำเนินไปก็เกิดภาวะแทรกซ้อนขึ้นหลายครั้งจากกองกำลังฝ่ายอื่นๆ ที่เข้าร่วมสมรภูมิ - __พันธมิตรโจรสลัดจากคุก Impel Down__ มาช่วยเหลือฝ่ายของหนวดขาว ประกอบด้วย - __โจรสลัดอิสระ__ เช่น ลูฟี่ บากี้ - __เจ็ดเทพโจรสลัด__ กลุ่มที่โดนปลดคือ จินเบ คร็อคโคไดล์ - __กองทัพปฏิวัติ__ อิวานคอฟ และแก๊งกระเทย - __กลุ่มโจรสลัดหนวดดำ__ ตามมาทีหลังจาก Impel Down เหมือนกัน โดยเข้าช่วยเหลือฝ่ายรัฐบาลโลกในฐานะเจ็ดเทพโจรสลัด และสุดท้าย สงครามก็ยุติลงด้วยการแทรกแซงของสี่จักรพรรดิอีกคนคือ แชงคูสผมแดง เมื่อมีขั้วอำนาจที่ทรงพลังเข้ามาขัดจังหวะ ทำให้คู่ขัดแย้งทั้งสองฝ่ายยอมยุติศึกระหว่างกันไป จะเห็นว่าการจัดกำลังของสงครามมารีนฟอร์ดนั้นค่อนข้างซับซ้อน เพราะมีตัวแทนจากหลายขั้วอำนาจเข้ามาร่วมในพันธมิตรแต่ละฝ่าย (ไม่ว่าจะจงใจหรือไม่ก็ตาม) จุดที่น่าสังเกตคือ - กลุ่มพันธมิตรโจรสลัดของลูฟี่นั้นเข้าร่วมกับสี่จักรพรรดิที่เป็นโจรสลัดเหมือนกัน - เจ็ดเทพโจรสลัดเองก็เสียงแตกออกเป็น 2 ฝ่าย มีทั้งฝ่ายที่เข้าร่วมกับรัฐบาล และเข้าร่วมกับโจรสลัด - กลุ่มหนวดดำนั้นทำตัวเป็นกองกำลังอิสระที่ทำให้สถานการณ์รบผันแปร เพราะตอนแรกเข้าข้างฝ่ายรัฐบาล แต่ภายหลังก็ทรยศเพราะมีเป้าหมายของตัวเอง ### ความคาดหวังก่อนเปิดศึก แต่ละฝ่ายก็มีความคาดหวังต่อสงครามครั้งนี้แตกต่างกันไป __ฝ่ายรัฐบาลโลก__ ต้องการ - กำจัดเอซหมัดอัคคี ในฐานะหน่อของอุดมการณ์ต่อต้านรัฐบาลโลก (ที่ส่งผ่านจาก Ancient Kingdom มาสู่ Gold Roger มาสู่เอซอีกที) __[ทำสำเร็จ]__ - กำจัดกลุ่มโจรสลัดหนวดขาว ในฐานะขั้วอำนาจหนึ่งที่ท้าทายรัฐบาลโลก __[ทำสำเร็จแม้จะไม่ทั้งหมด]__ __ฝ่ายโจรสลัดหนวดขาว__ ต้องการ - ชิงตัวเอซกลับคืนมา __[ล้มเหลว]__ __ฝ่ายโจรสลัดหนวดดำ__ ต้องการ - ชิงผลปีศาจของหนวดขาว __[สำเร็จ]__ จะเห็นว่าเป้าหมายของฝ่ายรัฐบาลสำเร็จลุล่วงไปได้เกือบหมด (แต่ต้องแลกมาด้วย "ต้นทุน" ที่เยอะกว่าที่คาดมาก) ในขณะที่ฝ่ายหนวดขาวพ่ายแพ้เกือบทั้งกระดาน และโชคดีมากที่แชงคูสเข้ามาแทรกแซงการศึกจนสามารถถอนกำลังกลับได้ (ไม่โดนปราบหมด) ### ผลกระทบจากสงคราม __ฝ่ายรัฐบาลโลก__ - สูญเสียคุกใต้ทะเลอิมเพลดาวน์ - สูญเสียฐานทัพเรือมารีนฟอร์ด - ย้ายไปตั้งฐานทัพเรือที่โลกใหม่ - สูญเสียทหารจำนวนหนึ่ง (แต่ระดับใหญ่ๆ ก็ยังอยู่กันครบ) - สูญเสียแม่ทัพ 3 คนคือ เซ็นโงกุ กาฟ อาโอคิยิ ที่เกษียณตัวเองหลังเสร็จศึก - เปิดโอกาสให้มีการผลัดใบของนายพลรุ่นใหม่ที่นำโดยอาไคอินุ มีการแต่งตั้งนายพลใหม่สองคนคือ เสือม่วง และวัวเขียว - สูญเสียเจ็ดเทพโจรสลัด 2 คนคือ โมเรีย (รัฐบาลสั่งเก็บเอง) และหนวดดำ (ทรยศ) - แต่งตั้งเจ็ดเทพโจรสลัดใหม่ 2 คนคือ ทราฟัลการ์ ลอว์ และบากี้ ในภาพรวมแล้ว รัฐบาลโลกประสบความสำเร็จตามเป้าหมาย แต่กำลังก็อ่อนโทรมลงมาก และกลายเป็นจังหวะในการผลัดใบของกองทัพเรือยุคใหม่ และเจ็ดเทพโจรสลัดยุคใหม่ (ที่ดูจะอ่อนแอลงกว่าของเดิม) __ฝ่ายโจรสลัด__ - หนวดขาวและเอซ เสียชีวิตในการรบ - กองกำลังหนวดขาวเสียชีวิตมากมาย กำลังอ่อนโทรมลงมาก จนสูญเสียอำนาจในระดับสี่จักรพรรดิ - เปิดช่องให้หนวดดำเสริมอำนาจ จนกลายเป็นสี่จักรพรรดิคนใหม่ - พื้นที่คุ้มครองของหนวดขาวถูกจัดสรรใหม่โดยขุมกำลังอื่นๆ - เปิดโอกาสให้กลุ่ม Supernova มีพื้นที่สร้างตัวในโลกใหม่ ในภาพรวมแล้ว ดุลอำนาจของฝั่งโจรสลัดปั่นป่วนมากหลังสงคราม และเป็นธรรมชาติที่ขั้วอำนาจย่อยในโลกของโจรสลัดจะต้องปรับตัว และช่วงชิงโอกาสจากสุญญากาศอำนาจที่หายไปของกลุ่มหนวดขาว (ตัวอย่างที่ชัดเจนคือ เกาะเงือกต้องหาผู้คุ้มครองคนใหม่ ซึ่งหวยก็ไปออกที่กลุ่มบิ๊กมัม หนึ่งในสี่จักรพรรดิอีกราย) ### บทสรุปจากมารีนฟอร์ด ผลกระทบของสงครามมารีนฟอร์ดทำให้ "อำนาจ" ของโลกวันพีซที่เคยถูกผูกขาดโดยคนกลุ่มหนึ่ง และมีเสถียรภาพจาก "สมดุลอำนาจ" มานาน ถูกทำลายลงไป ส่งผลให้ขั้วอำนาจรายย่อยทั้งหลายมีพื้นที่ได้เติบโต (ตามแนวคิด creative destruction) ขั้วอำนาจกลุ่มใหม่ๆ จะมีจำนวนมากขึ้น (แต่ไม่มีใครใหญ่ในระดับหนวดขาวเดิม) และต้องต่อสู้ช่วงชิงกันไปอีกพักใหญ่ๆ กว่าสถานการณ์จะกลับสู่สมดุลอีกครั้งหนึ่ง เนื้อเรื่องของวันพีซในครึ่งหลัง (หลังเข้าสู่โลกใหม่แล้ว) จึงเป็นเรื่องราวของขุมพลังอำนาจใหม่ๆ (โดยเฉพาะกลุ่ม Eleven Supernova ทั้งหลาย) ที่ใช้โอกาสนี้ในการเติบโตตามแนวทางของแต่ละฝ่าย และก็เริ่มผงาดขึ้นมาท้าทายขั้วอำนาจเก่าบางสายแล้ว (เช่น ลูฟี่+ลอว์ จับมือกันท้าทายโดฟลามิงโก บิ๊กมัม และไคโด) นอกจากนี้ถ้าเราพิจารณาให้ลึกลงไปถึงระดับอุดมการณ์แล้ว มารีนฟอร์ดเป็นการปะทะกันครั้งใหญ่ของอุดมการณ์แบบรัฐบาลโลก และอุดมการณ์ฝ่ายต่อต้านรัฐบาลโลก (ที่รวมตัวกันแบบหลวมๆ) ซึ่งในรอบนี้อุดมการณ์รัฐบาลโลกเอาชนะไปได้แบบหืดขึ้นคอ อย่างไรก็ตาม อุดมการณ์ทั้งสองฝ่ายจะต้องเปิดศึกกันต่อไปเรื่อยๆ ผ่านสงครามตัวแทนลักษณะนี้ไปอีกในอนาคตครับ (เพียงแต่จะมีสงครามใหญ่ขนาดนี้อีกหรือไม่ โปรดติดตาม)
Keyword