การเมืองในวันพีซ ตอนที่ 4: Battle of Marineford สงครามอุดมการณ์

ห่างหายกันไปนานกับซีรีส์ "การเมืองในวันพีซ" หลังจากที่เกริ่นถึง ภูมิรัฐศาสตร์, ประวัติศาสตร์ และ การเมือง ไปแล้ว ก็ได้เวลานำเนื้อหาเหล่านี้มาวิเคราะห์เนื้อเรื่องกันครับ

marineford

ความแตกแยกทางการเมืองของโลกวันพีซ ถูกขมวดปมเข้ามารวมกันใน "สงครามแห่งมารีนฟอร์ด" (Battle of Marineford) หรือบางคนก็เรียก Summit War ที่ขั้วการเมือง 2 ฝ่ายในโลกวันพีซต้องมาปะทะกันแบบตรงๆ โดยมีชนวนความขัดแย้งคือ "การประหารชีวิตเอซหมัดอัคคี"

อย่างไรก็ตาม ถ้าพิเคราะห์จากความขัดแย้งในแง่การเมืองในวันพีซแล้ว การจะมีเอซหรือไม่มีเอซในสงครามครั้งนี้ก็ไม่ใช่ปัจจัยสำคัญนัก เพราะทั้งสองขั้วมีแนวโน้มจะปะทะกันอยู่ดี (ไม่ช้าก็เร็ว) เอซเป็นแค่ตัวจุดชนวนให้สงครามเกิดเร็วขึ้นเท่านั้น (เปรียบเทียบได้กับการสังหารมกุฎราชกุมาร Franz Ferdinand ที่เป็นชนวนความขัดแย้งของสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง แต่จริงๆ แล้วขั้วอำนาจโลกทั้งสองฝ่ายก็จ้องจะเล่นกันมานานแล้ว)

ขั้วการเมืองในโลกวันพีซ

ความเดิมจากตอนที่ 3 ได้กล่าวถึงขั้วอำนาจทางการเมืองในโลกของวันพีซไปอย่างละเอียดแล้ว โดยสามารถแยกแยะขั้วอำนาจได้เป็น 3 กลุ่มใหญ่ๆ คือ

  • รัฐบาลโลก ที่กองกำลังประกอบไปด้วยกองทัพเรือ (Marines) และเจ็ดเทพโจรสลัด (Shichibukai)
  • โจรสลัด ที่มีตัวแทนอำนาจเป็น 4 จักรพรรดิ (Yonko)
  • กองทัพปฏิวัติ

เป้าหมายทางการเมืองของรัฐบาลโลกคือพยายามควบคุม "ระเบียบโลก" ให้ทุกคนต้องมาอยู่ใต้อาณัติ ในขณะที่กองทัพปฏิวัติมีเป้าหมายชัดเจนว่าต้องการล้มรัฐบาลโลก ส่วนสี่จักรพรรดิในฐานะมาเฟียของวงการโจรสลัดก็มีเป้าหมายแตกต่างกันไป แต่จุดร่วมกันที่ชัดเจนคือไม่ยอมอยู่ภายใต้อำนาจของรัฐบาลโลกแน่ๆ

ว่ากันว่าพลังอำนาจของสี่จักรพรรดินั้นยิ่งใหญ่มาก (มากแค่ไหนก็ยังไม่ชัดเจนเพราะยังโผล่ออกมาในเรื่องไม่ครบเลย) ถ้าเทียบขุมพลังกันแล้ว รัฐบาลโลกต้องระดมทั้งกองทัพเรือและเจ็ดเทพโจรสลัดมาให้ครบ ถึงจะพอต่อกรกับสี่จักรพรรดิได้ ส่วนกองทัพปฏิวัตินั้นดูจะเน้นไปที่ปฏิบัติการแบบกองโจรมากกว่าการต่อสู้แบบซึ่งหน้า

world-powers

ถ้านำประเด็นเรื่องอุดมการณ์ทางการเมือง (ideology) มาอธิบาย (จากประวัติศาสตร์การเมือง) ขั้วของรัฐบาลโลก (ที่ประกอบด้วยกองทัพเรือและเจ็ดเทพโจรสลัด) สถาปนาแนวคิดทางการเมืองของฝ่ายที่ชนะมหาสงครามในศตวรรษที่สาบสูญ (void century) ในขณะที่ฝ่ายของโจรสลัด/สี่จักรพรรดิ และกองทัพปฏิวัติ เป็นขั้วที่ต่อต้านอุดมการณ์ทางการเมืองแบบนี้

ในฝั่งของโจรสลัด/กองทัพปฏิวัติอาจไม่มีอุดมการณ์ทางการเมืองที่ชัดเจนนัก (บางกลุ่มย่อยอาจไม่สนใจเลยก็ได้) แต่เราก็พอเห็นความเชื่อมโยงบางประการกับอุดมการณ์ของ Ancient Kingdom ที่ยังหลงเหลืออยู่ แม้จะแพ้สงครามกับฝ่ายรัฐบาลโลกไปนานแล้วก็ตาม

ฝักฝ่ายต่างๆ ในสงครามมารีนฟอร์ด

สำหรับสงครามมารีนฟอร์ดนั้น เป็นการปะทะกันของขั้วรัฐบาลโลก ที่ประกอบด้วยกองทัพเรือ+เจ็ดเทพโจรสลัด และหนึ่งในสี่จักรพรรดิคือ กลุ่มโจรสลัดหนวดขาวและพันธมิตร โดยฝ่ายกองทัพเรือนั้น "จงใจ" เชื้อเชิญให้ฝ่ายโจรสลัดหนวดขาวบุกเข้ามาโจมตี (เป็นสงครามที่มีการนัดหมายไว้ล่วงหน้าแล้ว) ซึ่งจุดประสงค์ก็ชัดเจนว่าต้องการทำลายขั้วอำนาจหนึ่งของสี่จักรพรรดิลงไป

ตอนเริ่มต้นสงคราม เราสามารถจัดหมวดของกองกำลังได้ดังนี้

  • ฝ่ายรัฐบาล ประกอบด้วย
    • กองทัพเรือ เต็มกำลังรบ ระดับนายพลชั้นสูงสุดมากันครบ
    • เจ็ดเทพโจรสลัด สามารถระดมมาได้ 5 คนคือ คุมะ ฮานค็อค ตาเหยี่ยว โมเรีย และโดฟลามิงโก
  • ฝ่ายหนวดขาว ประกอบด้วย
    • กองกำลังหลักของหนวดขาว ที่อยู่ภายใต้การบังคับบัญชาโดยตรงของหนวดขาว
    • พันธมิตรโจรสลัดของหนวดขาว

อย่างไรก็ตาม ระหว่างที่สงครามดำเนินไปก็เกิดภาวะแทรกซ้อนขึ้นหลายครั้งจากกองกำลังฝ่ายอื่นๆ ที่เข้าร่วมสมรภูมิ

  • พันธมิตรโจรสลัดจากคุก Impel Down มาช่วยเหลือฝ่ายของหนวดขาว ประกอบด้วย
    • โจรสลัดอิสระ เช่น ลูฟี่ บากี้
    • เจ็ดเทพโจรสลัด กลุ่มที่โดนปลดคือ จินเบ คร็อคโคไดล์
    • กองทัพปฏิวัติ อิวานคอฟ และแก๊งกระเทย
  • กลุ่มโจรสลัดหนวดดำ ตามมาทีหลังจาก Impel Down เหมือนกัน โดยเข้าช่วยเหลือฝ่ายรัฐบาลโลกในฐานะเจ็ดเทพโจรสลัด

และสุดท้าย สงครามก็ยุติลงด้วยการแทรกแซงของสี่จักรพรรดิอีกคนคือ แชงคูสผมแดง เมื่อมีขั้วอำนาจที่ทรงพลังเข้ามาขัดจังหวะ ทำให้คู่ขัดแย้งทั้งสองฝ่ายยอมยุติศึกระหว่างกันไป

marineford-forces

จะเห็นว่าการจัดกำลังของสงครามมารีนฟอร์ดนั้นค่อนข้างซับซ้อน เพราะมีตัวแทนจากหลายขั้วอำนาจเข้ามาร่วมในพันธมิตรแต่ละฝ่าย (ไม่ว่าจะจงใจหรือไม่ก็ตาม) จุดที่น่าสังเกตคือ

  • กลุ่มพันธมิตรโจรสลัดของลูฟี่นั้นเข้าร่วมกับสี่จักรพรรดิที่เป็นโจรสลัดเหมือนกัน
  • เจ็ดเทพโจรสลัดเองก็เสียงแตกออกเป็น 2 ฝ่าย มีทั้งฝ่ายที่เข้าร่วมกับรัฐบาล และเข้าร่วมกับโจรสลัด
  • กลุ่มหนวดดำนั้นทำตัวเป็นกองกำลังอิสระที่ทำให้สถานการณ์รบผันแปร เพราะตอนแรกเข้าข้างฝ่ายรัฐบาล แต่ภายหลังก็ทรยศเพราะมีเป้าหมายของตัวเอง

ความคาดหวังก่อนเปิดศึก

แต่ละฝ่ายก็มีความคาดหวังต่อสงครามครั้งนี้แตกต่างกันไป

ฝ่ายรัฐบาลโลก ต้องการ

  • กำจัดเอซหมัดอัคคี ในฐานะหน่อของอุดมการณ์ต่อต้านรัฐบาลโลก (ที่ส่งผ่านจาก Ancient Kingdom มาสู่ Gold Roger มาสู่เอซอีกที) [ทำสำเร็จ]
  • กำจัดกลุ่มโจรสลัดหนวดขาว ในฐานะขั้วอำนาจหนึ่งที่ท้าทายรัฐบาลโลก [ทำสำเร็จแม้จะไม่ทั้งหมด]

ฝ่ายโจรสลัดหนวดขาว ต้องการ

  • ชิงตัวเอซกลับคืนมา [ล้มเหลว]

ฝ่ายโจรสลัดหนวดดำ ต้องการ

  • ชิงผลปีศาจของหนวดขาว [สำเร็จ]

จะเห็นว่าเป้าหมายของฝ่ายรัฐบาลสำเร็จลุล่วงไปได้เกือบหมด (แต่ต้องแลกมาด้วย "ต้นทุน" ที่เยอะกว่าที่คาดมาก) ในขณะที่ฝ่ายหนวดขาวพ่ายแพ้เกือบทั้งกระดาน และโชคดีมากที่แชงคูสเข้ามาแทรกแซงการศึกจนสามารถถอนกำลังกลับได้ (ไม่โดนปราบหมด)

ผลกระทบจากสงคราม

ฝ่ายรัฐบาลโลก

  • สูญเสียคุกใต้ทะเลอิมเพลดาวน์
  • สูญเสียฐานทัพเรือมารีนฟอร์ด
    • ย้ายไปตั้งฐานทัพเรือที่โลกใหม่
  • สูญเสียทหารจำนวนหนึ่ง (แต่ระดับใหญ่ๆ ก็ยังอยู่กันครบ)
  • สูญเสียแม่ทัพ 3 คนคือ เซ็นโงกุ กาฟ อาโอคิยิ ที่เกษียณตัวเองหลังเสร็จศึก
    • เปิดโอกาสให้มีการผลัดใบของนายพลรุ่นใหม่ที่นำโดยอาไคอินุ มีการแต่งตั้งนายพลใหม่สองคนคือ เสือม่วง และวัวเขียว
  • สูญเสียเจ็ดเทพโจรสลัด 2 คนคือ โมเรีย (รัฐบาลสั่งเก็บเอง) และหนวดดำ (ทรยศ)
    • แต่งตั้งเจ็ดเทพโจรสลัดใหม่ 2 คนคือ ทราฟัลการ์ ลอว์ และบากี้

ในภาพรวมแล้ว รัฐบาลโลกประสบความสำเร็จตามเป้าหมาย แต่กำลังก็อ่อนโทรมลงมาก และกลายเป็นจังหวะในการผลัดใบของกองทัพเรือยุคใหม่ และเจ็ดเทพโจรสลัดยุคใหม่ (ที่ดูจะอ่อนแอลงกว่าของเดิม)

ฝ่ายโจรสลัด

  • หนวดขาวและเอซ เสียชีวิตในการรบ
  • กองกำลังหนวดขาวเสียชีวิตมากมาย กำลังอ่อนโทรมลงมาก จนสูญเสียอำนาจในระดับสี่จักรพรรดิ
    • เปิดช่องให้หนวดดำเสริมอำนาจ จนกลายเป็นสี่จักรพรรดิคนใหม่
    • พื้นที่คุ้มครองของหนวดขาวถูกจัดสรรใหม่โดยขุมกำลังอื่นๆ
    • เปิดโอกาสให้กลุ่ม Supernova มีพื้นที่สร้างตัวในโลกใหม่

ในภาพรวมแล้ว ดุลอำนาจของฝั่งโจรสลัดปั่นป่วนมากหลังสงคราม และเป็นธรรมชาติที่ขั้วอำนาจย่อยในโลกของโจรสลัดจะต้องปรับตัว และช่วงชิงโอกาสจากสุญญากาศอำนาจที่หายไปของกลุ่มหนวดขาว (ตัวอย่างที่ชัดเจนคือ เกาะเงือกต้องหาผู้คุ้มครองคนใหม่ ซึ่งหวยก็ไปออกที่กลุ่มบิ๊กมัม หนึ่งในสี่จักรพรรดิอีกราย)

บทสรุปจากมารีนฟอร์ด

ผลกระทบของสงครามมารีนฟอร์ดทำให้ "อำนาจ" ของโลกวันพีซที่เคยถูกผูกขาดโดยคนกลุ่มหนึ่ง และมีเสถียรภาพจาก "สมดุลอำนาจ" มานาน ถูกทำลายลงไป ส่งผลให้ขั้วอำนาจรายย่อยทั้งหลายมีพื้นที่ได้เติบโต (ตามแนวคิด creative destruction) ขั้วอำนาจกลุ่มใหม่ๆ จะมีจำนวนมากขึ้น (แต่ไม่มีใครใหญ่ในระดับหนวดขาวเดิม) และต้องต่อสู้ช่วงชิงกันไปอีกพักใหญ่ๆ กว่าสถานการณ์จะกลับสู่สมดุลอีกครั้งหนึ่ง

เนื้อเรื่องของวันพีซในครึ่งหลัง (หลังเข้าสู่โลกใหม่แล้ว) จึงเป็นเรื่องราวของขุมพลังอำนาจใหม่ๆ (โดยเฉพาะกลุ่ม Eleven Supernova ทั้งหลาย) ที่ใช้โอกาสนี้ในการเติบโตตามแนวทางของแต่ละฝ่าย และก็เริ่มผงาดขึ้นมาท้าทายขั้วอำนาจเก่าบางสายแล้ว (เช่น ลูฟี่+ลอว์ จับมือกันท้าทายโดฟลามิงโก บิ๊กมัม และไคโด)

นอกจากนี้ถ้าเราพิจารณาให้ลึกลงไปถึงระดับอุดมการณ์แล้ว มารีนฟอร์ดเป็นการปะทะกันครั้งใหญ่ของอุดมการณ์แบบรัฐบาลโลก และอุดมการณ์ฝ่ายต่อต้านรัฐบาลโลก (ที่รวมตัวกันแบบหลวมๆ) ซึ่งในรอบนี้อุดมการณ์รัฐบาลโลกเอาชนะไปได้แบบหืดขึ้นคอ อย่างไรก็ตาม อุดมการณ์ทั้งสองฝ่ายจะต้องเปิดศึกกันต่อไปเรื่อยๆ ผ่านสงครามตัวแทนลักษณะนี้ไปอีกในอนาคตครับ (เพียงแต่จะมีสงครามใหญ่ขนาดนี้อีกหรือไม่ โปรดติดตาม)

Keyword