ตำราพิชัยสงครามเคลาเซวิตซ์

Battle of Waterloo

เมื่อพูดถึง "ตำราพิชัยสงคราม" คนส่วนใหญ่มักนึกถึงตำราพิชัยสงครามของซุนหวู่ (Sun Tzu - The Art of War) ซึ่งเป็นแนวคิดจากสายตะวันออก แต่ถ้าเป็นพิชัยสงครามสายตะวันตก นักทฤษฎีสงครามที่ดังที่สุด (แม้จะดังน้อยกว่าซุนหวู่มาก) น่าจะเป็น คาร์ล วอน เคลาเซวิตซ์ (Carl Von Clausewitz) นายพลของปรัสเซีย ซึ่งเป็นบุคคลร่วมสมัยกับนโปเลียน (ช่วงต้นศตวรรษที่ 19)

เคลาเซวิตซ์เป็นคนเยอรมัน (ตอนนั้นยังไม่มีเยอรมัน มีแต่ปรัสเซีย) เคยผ่านสงครามนโปเลียนมา (และแพ้ด้วย) หลังจากหมดสงครามนโปเลียนแล้วเขาย้ายไปสังกัดกองทัพรัสเซีย ภายหลังเขาเขียนหนังสือชื่อ On War (ภาษาเยอรมันคือ Vom Kriege) ถึงแม้ว่าจะเขียนไม่จบเพราะตายซะก่อน แต่ก็มีเนื้อหาสาระพรั่งพร้อม จนกลายเป็นทฤษฎีทางการทหารที่สำคัญมากสำหรับโลกตะวันตกนับจากนั้น (นาซีเยอรมันก็ใช้ตำรานี้)

On War มีความยาวมากและซับซ้อนมาก (คนที่สนใจจริงๆ อ่านฟรีได้จาก Project Gutenberg) นักการทหารส่วนใหญ่จะอ่านกันจากเวอร์ชันสรุปในตำราเรียน

ไอเดียสำคัญของเคลาเซวิตซ์ได้แก่

  • สงครามไม่มีเป้าหมายในตัวมันเอง แต่เป็นเครื่องมือให้กับเป้าหมายในเชิงการเมืองของรัฐ (เป็นคนแรกๆ ที่เอาทฤษฎีการเมืองมาใช้กับสงคราม)
  • แม่ทัพที่นำการศึก จึงต้องเข้าใจเป้าหมายเชิงการเมืองก่อน ถึงจะกำกับเป้าหมายของการศึกได้อย่างเหมาะสม
  • ผู้ที่มีโอกาสชนะสงคราม ต้องมีพลังใจ (motivation) ที่เหนือกว่า ทั้งในแง่อารมณ์ความรู้สึก และเป้าหมายทางการเมือง ซึ่งฝ่ายที่ป้องกันดินแดนมักมีพลังใจด้านนี้ดีกว่า
  • ทฤษฎี "ข่าวสารในสนามรบไม่ชัดเจน" ที่พัฒนามาเป็น fog of war (เมฆหมอกแห่งสงคราม) ในเกมวางแผนการรบทั้งหลาย ที่ฝ่ายเรามองไม่เห็นสภาพการณ์ของสนามรบในจุดที่เราไม่ได้วางเครือข่ายข่าวสารไว้ ก็มาจากเคลาเซวิตซ์นี่ล่ะครับ
  • ทฤษฎี "ความฝืดของสงคราม" (friction of war) หรือ inefficiency ของการรบจริงที่ต่างไปจากการรบบนกระดาษ เช่น ทหารเหนื่อย ฝนตก พื้นเฉอะแฉะ ทำให้การวางแผนการรบจำเป็นต้องคำนึงถึงปัจจัยนี้ด้วย

เข้าใจว่า On War ไม่มีใครแปลเป็นภาษาไทยแบบเต็มๆ แต่ทฤษฎีของเคลาเซวิตซ์ ก็มีคนไทยศึกษาและเขียนถึงไว้หลายคน (ส่วนใหญ่เป็นสายทหารวิชาการ) อ่านเพิ่มได้ดังนี้

ภาพประกอบไม่เกี่ยวกับ Clausewitz เป็นภาพสงครามวอเตอร์ลู สงครามสุดท้ายของนโปเลียน โดย Felix Philippoteaux Source: Wikipedia