Y Combinator - Startup Ideas

Y Combinator Startups

บริษัทบ่มเพาะธุรกิจชื่อดัง Y Combinator ออกคำแนะนำสำหรับสตาร์ตอัพที่อยากสมัครเข้าร่วมโครงการในปี 2014 ว่าตัวของ YC สนใจสาขาใดบ้าง

ว่ากันว่าการสมัครเข้า YC เดี๋ยวนี้ยากกว่าสอบเข้ามหาวิทยาลัย Ivy League ซะอีก ดังนั้นรายชื่อสาขาของ YC น่าจะเป็นภาพสะท้อนให้เห็นทิศทางเทคโนโลยีในอนาคตได้เป็นอย่างดี

แบบสรุปๆ คือการคิดจะเปิดบริษัททำเว็บหรือแอพ แค่คิดก็ผิดซะแล้วสำหรับยุคสมัยนี้ สิ่งที่ YC ต้องการคือธุรกิจไอทีเฉพาะทาง (vertical รายอุตสาหกรรม) หรือไม่งั้นก็ทำเรื่องนวัตกรรมเทคโนโลยีเชิงลึกไปเลย

รายชื่อสาขาของ YC มีทั้งหมด 22 รายการ (ลิงก์) ขอคัดมาเฉพาะชื่อสาขา ประกอบกับคอมเมนต์ของผมเองนะครับ

1) Energy

พลังงานจะเป็น next big issue ในโลกไม่กี่ปีข้างหน้าอย่างแน่นอน คนที่สามารถหาโซลูชัน "พลังงานราคาถูก" (cheap energy) ได้ย่อมเป็นเศรษฐีน้ำมันคนต่อไป (ส่วนเรื่องพลังงานสะอาดหรือไม่ ทดแทนได้หรือไม่ เป็นเรื่องทีมีก็ดีแต่ไม่ใช่จุดสำคัญ)

ประเด็นเรื่องพลังงานมีทั้งการสร้าง (generate) การเก็บรักษา (storage) การขนถ่าย (transmission) ใครมีเทคโนโลยีเจ๋ง YC เอาหมดจ้า

ป.ล. คนที่ติดตามเรื่องพลังงาน ลองอ่านบล็อก Energy Thai ที่ผมไปช่วยแจมบ้างนานๆ ครั้งครับ

2) AI

เรื่อง AI พูดกันมาเยอะแต่ยังไม่ค่อยเห็นความสำเร็จแบบเน้นๆ เนื้อๆ สักเท่าไรนัก ซึ่ง YC มองว่าโลกเรายังขาดคนทำเรื่อง AI อีกมาก

วงการ AI นอกจากสายงานวิจัยโดยตรงแล้ว เท่าที่เห็นก็มีการใช้กันเยอะในสายของเกม (แต่เราก็วิจารณ์อยู่เสมอว่า AI ของเกมมันห่วย) หลังๆ ก็เริ่มเห็น AI แบบเน้นข้อมูลเยอะๆ (เช่น Google Now) แต่ก็ยังจำกัดเฉพาะบางบริษัทเท่านั้น

3) Robotics

หุ่นยนต์ หลังจากโลกไอทีก้าวหน้าในเชิงชิปและซอฟต์แวร์แล้ว ก็ได้เวลานำมันไปใส่หุ่นยนต์ที่สามารถสร้าง action ในเชิงกายภาพได้ด้วย

สำหรับผู้สนใจหุ่นยนต์ (รวมถึงเรื่อง AI) แนะนำให้อ่าน Thai Robotics หนึ่งในพาร์ทเนอร์เนื้อหาของ Blognone ครับ

4) Biotech

เทคโนโลยีชีวภาพเป็นอีกอย่างที่พูดกันมาสิบชาติแล้ว แต่ยังไม่ประสบความสำเร็จกันมากนัก ซึ่ง YC มองว่ามันกำลังน่าจะเริ่มจุดติดในเร็วๆ นี้ สิ่งที่ YC สนใจคือเทคโนโลยีที่ "ป้องกัน" การใช้ biotech ในทางลบ ซึ่งน่าจะต่อยอดในเชิงธุรกิจได้ง่าย

5) Healthcare

ฝรั่งพูดเรื่องนี้กันเยอะ ส่วนหนึ่งคงเป็นเพราะวงการ healthcare ฝั่งอเมริกามันแย่มากๆ (โดนควบคุมโดยบริษัทประกัน) ต่างไปจากฝั่งยุโรปหรือบ้านเรา

สิ่งที่ YC สนใจคือนวัตกรรมในเชิงการป้องกันปัญหาสุขภาพ (preventive healthcare) และการนำเซ็นเซอร์หรือ big data มาใช้ประโยชน์

6) Pharmaceuticals

การคิดค้นพัฒนา "ยา" มาคู่กับ healthcare เรื่องนี้ไม่เชี่ยวชาญขอไม่ให้ความเห็น

7) Food & Water

แนวคิดรวบยอดของมันคือทรัพยากรธรรมชาติพื้นฐาน (น้ำ+อาหาร) จะขาดแคลนมากขึ้นเรื่อยๆ การใช้มันให้เกิดประโยชน์สูงสุดโดยใช้เทคโนโลยีเข้าช่วย ย่อมเป็นประโยชน์ทั้งในเชิงสังคมและเชิงธุรกิจ

คนสนใจเรื่องนี้ แนะนำให้ติดตามงานของมูลนิธิ Rockefeller ที่ลงเงินสนับสนุนโครงการด้านนี้ไปเยอะ (มูลนิธิของบิล เกตส์ ก็ทำด้านนี้เหมือนกัน)

8) Education

ทุกคนบอกว่าระบบการศึกษาห่วย (ไม่ใช่แค่คนไทยนะ) การเกิดขึ้นของอินเทอร์เน็ตและเทคโนโลยีสื่อสารแบบใหม่ๆ น่าจะเปลี่ยนแปลง "วิถี" ของการเรียนรู้ไปได้เยอะ ห้องเรียนแบบเดิมๆ วิธีเรียนแบบเดิมๆ คงใช้ไม่ได้อีกต่อไป

สถาบันการศึกษาของโลกตะวันตกสนใจเรื่องนี้กันมาก ตอนนี้ผมอ่านหนังสือชื่อ Too Big to Know อยู่ พูดถึงปัญหาเดียวกันนี้

9) Internet Infrastructure

ในที่นี้ไม่ได้หมายถึง data center หรือ fiber optics แต่เป็นโครงสร้างเชิงสังคมที่ถูกเปลี่ยนแปลงด้วยอินเทอร์เน็ต ตัวอย่างเช่น Bitcoin

แนวคิดของ YC คือ API-ification of everything หรือทำทุกอย่างให้มี API และสามารถคุยกันได้ ส่วนจะพัฒนาไปอย่างไรต่อก็ขึ้นกับไอเดียแล้ว

10) Government

รัฐบาลทำซอฟต์แวร์ห่วยเสมอ เว็บรัฐบาลห่วย แต่ผลกระทบต่อสังคมกลับมีมาก และไม่ค่อยมีใครคิดจะแก้ไขมันเท่าไรนัก YC จึงสนใจนวัตกรรมด้านการใช้อินเทอร์เน็ตมาช่วยปรับปรุงบริการของรัฐบาล

ในแง่นี้ crowdfunding น่าจะตรงที่สุด ตัวอย่างพวกเว็บ data.gov น่าจะเป็นสิ่งดีแต่ก็ยังต่อยอดได้อีกมาก

11) Human Augmentation

หมวดนี้พูดรวมๆ ถึงการทำงานเลียนแบบหรือแทนมนุษย์ เช่น ใช้ซอฟต์แวร์ ใช้หุ่นยนต์ หรือปรับปรุงมนุษย์ให้ดีขึ้นด้วย biotech

12) VR and AR

อ่านรายละเอียดได้ตามนี้เลยครับ VR และ AR

13) Science

สิ่งที่ YC สนใจคือ "โมเดล" ของการทำวิจัยควรถูกปรับปรุง รูปแบบของห้องแล็บแบบเดิมๆ (เช่น Bell Labs) อาจใช้ไม่ได้ผลแล้วในโลกปัจจุบัน

14) Transportation & Housing

เรื่องพวกนี้เกี่ยวโยงกับชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คน คล้ายกับหัวข้อ Food & Water โจทย์คือทำอย่างไรให้คนอยู่สบาย เดินทางสะดวก แต่ยังทำงานได้ประสิทธิภาพดีเช่นเดิม

เรื่องนี้ Rockefeller ทำไว้เยอะอีกเหมือนกัน

15) One Million Jobs

เรื่องการสร้างงานอาจเจาะจงเฉพาะอเมริกาไปสักนิด แต่ก็น่าตั้งคำถามเหมือนกันว่าจะสร้างงานได้อย่างไร 1 ล้านตำแหน่ง ในยุคที่คนตกงาน ระบบอัตโนมัติเข้ามาแทนที่ไปเยอะแล้ว

16) Programming Tools

YC สนใจการสร้างเครื่องมือที่ใช้พัฒนาโปรแกรมของยุคสมัยหน้า ทำยังไงเราจึงจะสร้างซอฟต์แวร์ได้ต่อเนื่องและเสถียรกว่าเดิม เราควรมีภาษาโปรแกรมใหม่หรือไม่ เราควรมีเฟรมเวิร์คที่ดีขึ้นหรือเปล่า มันจะพัฒนาหรือฉีกกรอบเดิมๆ ไปได้อีกแค่ไหน

17) Hollywood 2.0

หมวดนี้ตั้งคำถามถึงโลกบันเทิงที่เปลี่ยนไป เดิมทีเราต้องพึ่งพาแมวมองหาดาราดังคนใหม่ แต่เดี๋ยวนี้คนอยากเป็นดาราสามารถเปิดช่อง YouTube ของตัวเองได้ทันที แถมคนดูอาจเยอะกว่าทีวีอีกด้วย

สายสัมพันธ์ของดารากับแฟนๆ เปลี่ยนไปมาก คุยกันโดยตรงได้ผ่านโซเชียล ไม่ต้องผ่านสื่อเดิมอีกต่อไป (แบบนี้วงการดาราเซเล็บไทยน่าจะเก่งนะ)

18) Diversity

นี่เป็นอีกเรื่องที่โลกตะวันตกให้ความสำคัญ (ความหลากหลายทั้งทางเพศ หรือเชื้อชาติในที่ทำงาน) แต่เมืองไทยยังไม่ค่อยสนใจมากนัก

19) Developing Countries

เศรษฐกิจของประเทศพัฒนากำลังเติบโต คนจนกลายเป็นคนชั้นกลาง โอกาสทางเศรษฐกิจมีมาก ดังนั้นบริษัทที่สนใจตลาดเหล่านี้จึงถือเป็นโอกาสอันดี แต่ก็ต้องแลกมาด้วยความเสี่ยงที่จะไปทำธุรกิจในประเทศที่โครงสร้างพื้นฐานยังไม่ค่อยพร้อม

เรื่องนี้ในฐานะของคนไทยแล้ว อาจต้องมองว่าถ้าเน้นทำธุรกิจในไทยมันก็เจาะกลุ่มประเทศกำลังพัฒนาอยู่แล้ว ถ้าสามารถวางโมเดลให้มันใช้กับประเทศกำลังพัฒนาอื่นๆ ได้ด้วย ก็น่าจะดีมาก (คือไม่ติดกรอบประเทศพัฒนาแล้วมาตั้งแต่ต้น)

20) Enterprise Software

การทำสตาร์ตอัพที่เจาะตลาดองค์กรเป็นสิ่งที่พูดกันเยอะใน 3-4 ปีให้หลัง แต่ก็ยังใช้การได้อยู่ ตลาดยังมีอีกมาก โดย YC คิดว่ามี 3 หมวดสำคัญ คือ

  • ซอฟต์แวร์ต้องถูก บริษัท SME จำนวนมากไม่ใช้ซอฟต์แวร์เพราะแพง ดังนั้นถ้าทำให้มันถูกได้ ตลาดมีอีกกว้างมาก
  • เจาะตลาดคนทำงานรุ่นใหม่ คนทำงานรุ่นปัจจุบัน พนักงานออฟฟิศ ใช้ซอฟต์แวร์ของรุ่นก่อนอยู่แล้ว แต่คนทำงานรุ่นใหม่มีขอบเขตขยายไปจากเดิมมากด้วยเทคโนโลยีอุปกรณ์พกพา ต้องมองถึงคนกลุ่มนี้เลย
  • แปรเปลี่ยนอุตสาหกรรมใดๆ ด้วยดิจิตอล ทุกอุตสาหกรรมตอนนี้ต้องเปลี่ยนผ่านไปสู่ยุคของเทคโนโลยีไอที ธุรกิจดั้งเดิมต้องปรับตัว

21) Financial Services

YC สนใจโซลูชันทางเทคโนโลยีสำหรับ personal investment เช่น การช่วยตัดสินใจออมเงินหรือลงทุน (อันนี้ Jitta น่าจะเข้าข่ายแบบเต็มๆ)

22) Telecommunications

วิธีการสื่อสารในปัจจุบันยังยากเกินไป ควรมีเทคโนโลยีที่เปลี่ยนโฉมโลกการสื่อสารแบบที่ Skype เคยทำสำเร็จมาแล้ว