เขียนถึง แบไต๋ไฮเทค

ทราบข่าวรายการแบไต๋ไฮเทคจะปิดตัวเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ตอนนั้นอยู่ต่างประเทศพอดีเลยไม่มีเวลาอ่านข้อมูลละเอียดมากนัก ในโอกาสที่รายการฉายตอนสุดท้ายไปแล้วเมื่อวานนี้ (30 ก.ค.) ก็ขอเขียนถึงเป็นที่ระลึกหน่อยครับ

ความสัมพันธ์ของผมกับทีมงานแบไต๋คงต้องใช้คำว่า "เพื่อน" จะตรงที่สุด ผมค่อนข้างสนิทกับ อ.ศุภเดช (@ripmilla) มากที่สุด แต่ช่วงหลังก็มีโอกาสได้คุยกับ พี่หลาม จิ๊กโก๋ไอที (@sharkshow) รวมถึงได้ไปทริปไต้หวันด้วยกัน เลยสนิทกันมากขึ้น

ส่วนเจ้าของรายการ คุณหนุ่ย พงษ์สุข (@nuishow) ไม่สนิทมากเท่าสองคนแรก แต่เจอกันตามงานทีไร คุณหนุ่ยก็เป็นฝ่ายเข้ามาทักทายผมอยู่เสมอ จริงๆ แล้วผมรู้จักคุณหนุ่ยอยู่ข้างเดียว (ยังกะแอบรักเขาข้างเดียว) มานานตั้งแต่สมัยผมอยู่ SIPA และคุณหนุ่ยทำเกม "ต้มยำกุ้ง" (ช่วงปี 2005-2006) ถ้ามีคนจำกรณี "เกมต้มยำกุ้งถูกขโมย" ผมก็ยืนอยู่ในเหตุการณ์บริเวณนั้นด้วย (ถ้าจำไม่ผิดคือที่อิมแพค)

คนไอทีหลายคนอาจหมั่นไส้คุณหนุ่ย อาจเป็นเหตุผลด้านบุคลิกหรือท่าทาง แต่สำหรับผมแล้ว ผมคิดว่าคุณหนุ่ยเป็น "คนจริง" คนหนึ่งของวงการครับ

ผมไม่เคยทำธุรกิจหรือโครงการใดๆ ร่วมกับคุณหนุ่ย แต่เท่าที่ได้สัมผัสมาจากสมัยที่คุณหนุ่ยปลุกปั้นการทำเกม หรืองาน Thailang Game Show รวมถึงอ่านประวัติของคุณหนุ่ยจากหนังสือของเขา (ไปยืนอ่านที่ร้านนะ) คุณหนุ่ยมีจิตวิญญาณของ "ผู้ประกอบการ" เต็มร้อย สร้างตัวเองขึ้นมาจากศูนย์ (ศูนย์จริงๆ นะครับ ไม่มีอะไรเลย เริ่มจากไปแข่งเกมโชว์ต่างๆ เพื่อให้มีเงิน) ผ่านอุปสรรคต่างๆ มามากมาย โดยเฉพาะอุปสรรคที่สำคัญที่สุดสองประการของคนเป็นเถ้าแก่คือ 1. ไม่มีเงิน 2. ลูกน้องมีปัญหา

การเป็นเจ้าของกิจการเองนี่ไม่ง่ายเลยนะครับ ต้องมาผ่านประสบการณ์เหล่านี้เองจึงจะรู้ซึ้ง ทุกคนอยากทำงานให้ "ท่าสวย" ประสบความสำเร็จแบบเท่ๆ แต่ในความเป็นจริง การจะผลักดันให้งานบางอย่างสำเร็จลุล่วงไปได้ เราต้องลงไปคลุกกับมัน หรือตามสำนวนภาษาอังกฤษคือ get your hands dirty ล้มลุกคลุกโคลนเพื่อให้องค์กรเดินหน้าต่อไปได้

ในคลิปข้างต้น คุณหนุ่ยบอกว่าวงการทีวีดิจิทัลไม่สวยหรูอย่างที่คิด ผมคิดว่านี่เป็นประเด็นสำคัญอีกข้อที่น่าสนใจมาก ในฐานะคนทำสื่อไอทีด้วยกัน (แม้จะคนละฟอร์แมต) แนวโน้มของธุรกิจสื่อเป็นสิ่งที่สับสนและมองไม่เห็นหนทาง แน่นอนว่าคนดูทีวีแบบดั้งเดิมน้อยลง (แต่ดู "วิดีโอบนเว็บ" มากขึ้น) การปรับตัวให้อยู่รอดทั้งในเชิงผู้ชมและธุรกิจเป็นเรื่องที่ท้าทายมาก

ไม่มีใครรู้คำตอบว่าธุรกิจทีวีต้องปรับตัวอย่างไร (ธุรกิจทีวีเป็นสิ่งที่ผมดูจากข้างนอกแล้วคิดว่า "มิบังอาจ" ไปยุ่งกับมัน) สุดท้ายก็คงทำได้แต่ให้กำลังใจทีมงานรายการแบไต๋ และรายการอื่นๆ ในลักษณะเดียวกัน ให้สามารถฟันฝ่าอุปสรรคของวงการทีวีไทยในยุค "แผ่นดินเดือด" ไปได้ครับ

Keyword