Pacific Rim นี่ล่ะ หนังหุ่นยนต์แห่งยุคสมัย

หนังหุ่นยนต์สู้สัตว์ประหลาดจากฝั่งตะวันตก ที่เพื่อนๆ ผู้ชายหลายคนกรี๊ดกร๊าดกันมากเมื่อปีที่แล้ว เพิ่งมีโอกาสได้ดูก็พบว่า สามารถอธิบายด้วยคำว่า 'fresh' มากๆ เลยครับ

ในภาพรวมแล้วถือว่า บาลานซ์ของหนังทำดีมาก ทั้งสิ่งที่เป็น "ตลาด" ต้องขายคนหมู่มาก และสิ่งที่เป็นเรื่อง "แปลกหรือใหม่" ที่ใส่เข้ามา ในระดับที่กำลังพอดี

ถ้าจะให้ยกตัวอย่างหนัง genre เดียวกันอย่าง Transformer ถือเป็นหนังตลาดมากๆ สุดไปทางหนึ่ง เน้นขายฉากต่อสู้อลังการ หุ่นยนต์เท่ นางเอกเอ็กซ์ มุขตลกเจ็บตัว

ในอีกทางหนึ่งเราก็เคยเห็นการ์ตูนหุ่นยนต์แนวซีเรียส สมจริงหน่อย อย่างกันดั้ม (บางภาค) หรือ Evangelion ที่ไม่ได้เน้นฉากบู๊ไร้สมองมากนัก แต่เน้นไปที่ความสมจริงของเนื้อเรื่อง การเล่าเรื่อง ตัวละคร ฯลฯ แทน หนังแนวนี้ก็จะเครียดๆ หน่อยไม่เหมาะกับตลาดแมสเท่าไร

แต่ Pacific Rim รวบความต้องการจากสองสุดปลายแล้วเอามาเล่าได้แบบพอดีๆ ซึ่งถือว่าเจ๋งมากครับ

ความเจ๋งของ Pacific Rim เริ่มตั้งแต่ตอนเปิดเรื่องแล้ว เพราะลูกค้าที่จะชม Pacific Rim มีความต้องการขั้นสูงสุดคือ "อยากดูฉากบู๊หุ่นยนต์กับสัตว์ประหลาด" ซึ่งหนังก็จัดให้โดยการเล่าเรื่องปูพื้นแบบเร็วๆ แล้วเริ่มเรื่องด้วยการให้หุ่นยนต์ซัดกับสัตว์ประหลาดเลย

ฉากบู๊ลักษณะนี้ดึงดูดความสนใจของผู้ชมได้ทันที แต่มันก็ไม่ใช่ฉากบู๊ไร้สมองเพราะดันจบลงด้วยพี่ชายพระเอกตาย พระเอกบาดเจ็บ หุ่นพัง และนำไปสู่ภาวะที่เปลี่ยนไปของสงคราม (ซึ่งถือเป็นเนื้อเรื่ององค์หลัก) เริ่มมีความซีเรียสแทรกเข้ามาแล้วใช่ไหมครับ

เนื้อเรื่ององค์หลักยังดึง element ของหนังบู๊ตลาดแนวๆ นี้เข้ามา เช่น การรวมหุ่นยนต์จากหลายประเทศ ที่มีเอกลักษณ์แตกต่างกันไป (Street Fighter หรือ G Gundam ก็ได้) แต่ก็มีเนื้อหาเชิงลึก เช่น ความสัมพันธ์หรือปูมหลังของนักบินแต่ละคน คอยตามประกบไว้ไม่ให้หลุดไปไกลมากนัก

โลกเรามีหนังหุ่นยนต์ต่อสู้กับสัตว์ประหลาดมาเยอะแล้ว แต่ Pacific Rim ก็ยังแทรก element ที่เป็นของใหม่ (fresh) เข้ามาให้หนังดูแปลกตาออกไปบ้างหลายจุด เช่น

  • ระบบนักบินสองคนที่ต้องซิงก์กัน เอื้อให้เกิดประเด็นขัดแย้งระหว่างนักบินได้ง่าย
  • ฉากต่อสู้ที่เปลี่ยนจากการสู้ในเมืองแบบที่เราคุ้นเคย มาเป็นการต่อสู้ในท้องทะเล
  • เนื้อเรื่องที่สัตว์ประหลาดบุกโลก ไม่ได้มาจากบนฟ้า แต่มาจากช่องว่างมิติใต้ทะเลลึกแทน

ในประเด็นเรื่องความซีเรียสสมจริง หนังก็ไม่ได้ไปไกลเกินกว่าที่ควร (จนตลาดแมสรับไม่ได้) เราจึงยังเห็นช่องโหว่ของพล็อตอยู่หลายจุด เช่น การซิงก์ข้อมูลระหว่างคู่ตัวเอกทั้งสองคู่ในเรื่อง (อเมริกา-ออสเตรเลีย) ที่บทจะซิงก์กันได้ง่ายๆ ก็จบเลย, ทีมนักวิทยาศาสตร์ที่ทำตัวเป็น comic relieft (แถมทำได้ไม่ค่อยดีนัก) มากกว่าจะเป็นทีมยุทธศาสตร์ แต่โดยรวมแล้วจุดโหว่พวกนี้ไม่ใช่เรื่องสำคัญ และพอจะลืมๆ ไปได้

นอกจากเนื้อเรื่องและการดำเนินเรื่องแล้ว สิ่งที่หนังทำได้ดีมากๆ คือ art direction ที่ไม่ไฮเทคสุดกู่แบบ Transformer แต่จะออกแนว steampunk เหมือนการ์ตูนญี่ปุ่นบางเรื่อง ดูแปลกตาไปอีกแบบ เรื่อง visual effect ก็ทำได้สวยงามไม่มีที่ติครับ (ค้นข้อมูลดูแล้ว เป็นฝีมือ ILM)

จุดด้อยของหนังเรื่องนี้ ผมคิดว่าเป็นเรื่องการไม่ค่อยเน้นคาแรกเตอร์ของสัตว์ประหลาด (Kaiju) มากเท่าที่ควร เท่าที่อ่านมา ทีมสร้างหนังออกแบบ Kaiju เยอะมาก และแต่ละตัวก็มีคาแรกเตอร์ต่างกันไป แต่ด้วยสภาพการต่อสู้หรือ visual ที่ไม่ได้เน้นมากนัก ทำให้รู้สึกว่า Kaiju ทุกตัวหน้าตามันเหมือนๆ กันไปหมด แยกแยะความแตกต่างไม่ได้เลย (ผมจำได้แค่ ตัวสุดท้ายใหญ่สุด)

โดยรวมแล้วสามารถพูดได้เลยว่า นี่คือหนังหุ่นยนต์แห่งยุคสมัยใหม่ (ในขณะที่ Transformer เป็นการรีเมคของเก่า) ใส่ element ที่สดใหม่เข้ามา และน่าติดตามต่อว่า Pacific Rim จะสามารถขยายตัวเองเป็นซีรีส์หนัง-เกม-ของเล่น ที่ยิ่งใหญ่ในอนาคตได้อย่างไร

Keyword