White Vengeance งานเลี้ยงที่หงเหมิน

White Vengeance
จากกรณี "เชิญแกนนำ 7 ฝ่ายเข้าหารือ แล้วรวบตัว ประกาศยึดอำนาจ" เมื่อวันที่ 22 พ.ค. 57 ที่ผ่านมา ทำให้นึกถึงเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์จีนที่คล้ายๆ กันคือ [งานเลี้ยงหงเหมิน](http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%87%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B8%B5%E0%B9%89%E0%B8%A2%E0%B8%87%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%AB%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%B4%E0%B8%99) หรือภาษาอังกฤษเรียกว่า [Feast at Hong Gate](http://en.wikipedia.org/wiki/Feast_at_Hong_Gate) ภาพยนตร์จีนรุ่นหลังๆ ที่นำเอาเรื่องราวของการต่อสู้กันระหว่าง "รัฐฉู่" ของเซี่ยงหวี่ กับ "รัฐฮั่น" ของหลิวปัง ที่มีฉาก "งานเลี้ยงหงเหมิน" อยู่ด้วยคือเรื่อง [White Vengeance](http://en.wikipedia.org/wiki/White_Vengeance) หรือชื่อภาษาไทยยาวเฟื้อยว่า "ฌ้อปาอ๋อง ศึกแผ่นดินไม่สิ้นแค้น" นั่นเองครับ (หนังปี 2011) สำหรับคนที่อ่านประวัติศาสตร์จีนช่วงหลังราชวงศ์ฉินมาสู่การก่อตั้งราชวงศ์ฮั่น (ไม่ว่าจะดูจากนิยาย การ์ตูน หรือละครก็ตาม) คงทราบกันดีถึงการขับเคี่ยวกันระหว่าง "ฌ้อป๋าอ๋อง เซี่ยงอวี่" ผู้อหังการ กับ "หลิวปัง" นายอำเภอผู้ยากจน ในการชิงแผ่นดินมาจากราชวงศ์ฉินที่กำลังล่มสลาย สุดท้ายการต่อสู้ครั้งนี้จบลงด้วยชัยชนะของหลิวปัง และการก่อตั้งราชวงศ์ฮั่น ราชวงศ์แรกของจักรวรรดิจีนที่อยู่ต่อเนื่องยาวนานมาถึง 400 ปี จุดเปลี่ยนครั้งสำคัญของสงครามครั้งนี้คือ เซี่ยงหวี่ที่เป็นผู้บัญชาการของหลิวปัง (แต่ไปยึดเมืองหลวงของราชวงศ์ฉินคือเมืองเซียงหยางช้ากว่าหลิวปัง) ได้ออกอุบายเชิญให้หลิวปังเข้าร่วมงานเลี้ยงที่หงเหมิน แต่จริงๆ แล้วคือล่อให้เข้าสู่ถ้ำเสือแล้วฆ่าทิ้งเสีย อย่างไรก็ตาม ดวงคนมันจะได้เป็นฮ่องเต้ ทำให้หลิวปังสามารถหนีออกมาได้แบบหวุดหวิด และทำสงครามระยะยาวกับเซี่ยงหวี่ (ฝรั่งเรียก [Chu–Han Contention](http://en.wikipedia.org/wiki/Chu%E2%80%93Han_Contention)) จนเอาชนะได้ในภายหลัง เซี่ยงหวี่ต้องฆ่าตัวตายอย่างน่าเสียดายในฝีมือ การต่อสู้ระหว่างหลิวปังและเซี่ยงหวี่มีประเด็นที่น่าสนใจเชิงกลยุทธ์มากมาย เช่น ต่อให้มีอำนาจล้นฟ้าแบบเซี่ยงหวี่ แต่ถ้าประมาทและไม่สามารถยืนระยะได้ยาวก็จะพ่ายแพ้, หลิวปังไม่ได้เก่งเท่ากับเซี่ยงหวี่ แต่มีผู้ช่วยเยอะ เข้าข่ายสามัคคีคือพลัง สามารถเอาชนะเซี่ยงหวี่ได้ในท้ายที่สุด ภาพยนตร์เรื่อง White Vengeance ก็จับความเอาการต่อสู้ระหว่างหลิวปังกับเซี่ยงอวี่ โดยเริ่มตั้งแต่ช่วงราชวงศ์ฉิน ยาวมาจนถึงการสถาปนาราชวงศ์ฮั่นของหลิวปัง เพียงแต่จะเน้นหนักไปที่ "งานเลี้ยงหงเหมิน" ค่อนข้างเยอะหน่อยครับ - หนังภาพสวยดี (เครื่องประดับและอุปกรณ์ประกอบฉากสุดยอดมาก เป็นสิ่งที่ดีที่สุดในหนังเรื่องนี้) ซีจียังดูหลอกๆ ตาอยู่บ้างแต่ให้อภัยได้ - หลิวอี้เฟย ขวัญใจผมที่ช่วงหลังดูจะดร็อปๆ ไปบ้าง เล่นเป็นนางเอกของเรื่องนี้คือ "อวี่จี" สนมรักของเซี่ยงหวี่ ในหนังได้แต่งให้หลิวปังแอบหลงรักเธอด้วย (อันนี้ก็แล้วแต่จะตีความกัน) บทบาทไม่ค่อยเยอะนัก ออกมายืนสวยอย่างเดียว - การประกบคู่ในหนังแบ่งออกเป็น 2 คู่คือ ระดับแกนนำ หลิวปัง vs เซี่ยงหวี่ และระดับกุนซือ จางเหลียง vs ฟ่านเจิ้ง ซึ่งเอาไปเอามาคู่หลังจะดูเด่นกว่าด้วยซ้ำ - หนังเล่าเรื่องที่มาที่ไปได้ไม่ค่อยดีนัก ถึงขั้นว่าถ้าไม่รู้ประวัติศาสตร์จีนช่วงนี้มาก่อนจะงงแน่นอน (ขนาดผมรู้แล้วยังต้องมานึกว่าตัวละครตัวนี้คือใครในประวัติศาสตร์) จุดที่ยังปูพื้นไม่ค่อยดีคือ ความสัมพันธ์ระหว่างหลิวปังกับเซี่ยงหวี่ในช่วงแรกๆ และขุนพลหรือเสนาธิการในสังกัดของหลิวปังว่าเป็นใคร ทำอะไรบ้าง จุดที่แย่ที่สุดคือ อ๋องแห่งรัฐฉู่ ที่มีสถานะเป็นกษัตริย์นั้น ไม่มีการอธิบายเลยว่าทำไมการอวยยศของเขาจึงมีความสำคัญในเรื่อง (ทั้งที่เป็นประเด็นสำคัญในครึ่งแรกของเรื่องเลย) - ในยอดฝีมือของหลิวปัง 3 คนนั้น เรื่องค่อนข้างเทน้ำหนักไปที่ จางเหลียง กุนซือ, ตามด้วย หานซิ่น ในฐานะยอดขุนพล ในขณะที่ เซียวเหอ เสนาบดี นั้นมีบทอยู่นิดเดียวเอง - หนังยังก้ำกึ่งระหว่างการขับเคี่ยวกันของผู้นำรัฐสองคนตามปกติ กับการใช้ทริคสู้กันของกุนซือสองคน มันเลยดูงงๆ ว่าจะไปในทิศทางไหนกันแน่ (คือจะเป็นหนังทริคก็ไปไม่สุดทาง) - ลำดับการตัดต่อยังงงๆ อยู่บ้างเพราะชอบย้อนไปย้อนมาโดยไม่บอกกล่าว - คนที่แสดงดีคือ เซี่ยงหวี่ (จนน่าจะเป็นพระเอกมากกว่าด้วยซ้ำ) ฟ่านเจิ้ง และจางเหลียง ส่วนหลิวปัง (หลี่หมิง) ยืนนิ่งๆ งงๆ ทั้งเรื่อง แทบไม่ได้ทำอะไร ลูกน้องจัดการให้หมด (เป็นฮ่องเต้ที่โชคดีจริงๆ) - ฉากที่ดีที่สุดในเรื่องคงเป็นการเล่นโกะ โดยรวมแล้วก็ถือว่าสนุกดีประมาณหนึ่ง ไม่ถึงกับดีมาก ดูแล้วได้รู้ประวัติศาสตร์จีนช่วงนี้ดีครับ
Keyword