การเมืองในวันพีซ ตอนที่ 2: ประวัติศาสตร์การเมืองของวันพีซ (Political History of One Piece)

ตอนก่อนปูพื้นเรื่อง “ภูมิรัฐศาสตร์” ในวันพีซไปแล้ว คราวนี้จะมาปูพื้นในมิติทางด้านประวัติศาสตร์เชิงการเมือง (political history) เพื่อให้เข้าใจบริบทในอดีตว่าทำไมกลุ่มพลังต่างๆ ของวันพีซจึงมีแนวคิดหรือแรงจูงใจไปในทิศทางนั้นๆ

ohara

เนื่องจากว่าโลกของวันพีซไม่มีระบบศักราชหรือปฏิทินเป็นตัวเลขที่อ้างได้ง่ายๆ (แบบกันดั้มที่มีปฏิทิน UC) ดังนั้นจะใช้การอ้างเวลาแบบคร่าวๆ เน้นความเข้าใจง่ายเป็นหลักนะครับ (ใครอยากอ่านแบบเต็มๆ มีให้อ่านใน One Piece Wikia)

ศตวรรษที่สาบสูญ (Void Century)

ประวัติศาสตร์ช่วงที่สำคัญมากของโลกวันพีซอยู่ที่ช่วง “800 ปีก่อน” เนื้อเรื่องปัจจุบัน ที่เกิด “มหาสงคราม” ระหว่าง

อาณาจักรไม่ทราบชื่อ ตรงนี้ กลุ่มนักวิจัยที่โอฮาร่ารู้ชื่อ แต่โดนเก็บไปก่อนที่จะหลุดปากออกมา ในฉบับภาษาอังกฤษใช้คำว่า Ancient Kingdom ก็ขอเรียกตามนี้นะครับ

Ancient Kingdom

Ancient Kingdom Name

อีกฝ่ายคือ กลุ่มพันธมิตร 20 อาณาจักร ซึ่งภายหลังพัฒนาตัวเองเป็น "รัฐบาลโลก" (จะกล่าวต่อไป)

นับตามเนื้อเรื่องปัจจุบัน เรายังไม่ทราบข้อมูลว่าแรงจูงใจของ “มหาสงคราม” ครั้งนี้คืออะไรกันแน่ แต่รู้ว่าสงครามหรือความขัดแย้งครั้งนี้กินเวลาประมาณ 100 ปี (Void Century หรือศตวรรษที่สาบสูญ) และจบลงด้วยชัยชนะของ “กลุ่มพันธมิตร 20 อาณาจักร” กับความล่มสลายของ Ancient Kingdom

ข้อมูลอื่นๆ เท่าที่ทราบคือ อาวุธทำลายล้างทั้ง 3 ประการคือ Poseidon, Pluton และ Uranus ถูกนำมาใช้ในช่วงนี้ โดยไม่แน่ชัดว่าฝ่ายใดใช้อาวุธอันไหน แต่ทราบคร่าวๆ ว่า Poseidon หมายถึงความสามารถในการควบคุมสัตว์ทะเล, Pluton หมายถึง “เรือ” ติดอาวุธทำลายล้างสูง และไม่รู้อะไรเกี่ยวกับ Uranus เลย

uranus

Pluton โผล่มาในเรื่องแค่แปลน

pluton

Poseidon สุดท้ายแล้วคือเจ้าหญิงเงือกที่ควบคุม sea king ได้

posiedon

สิ่งที่เกิดขึ้นหลังจาก “ศตวรรษที่สาบสูญ” ในแต่ละฝ่ายมีดังนี้

ฝ่ายผู้ชนะ

อาณาจักรทั้ง 20 แห่งที่เข้าร่วมสงคราม (อาณาจักรสำคัญเท่าที่รู้ชื่อคือ อลาบาสตา และ เดรสโรซา) พัฒนาตัวต่อมาเป็น “รัฐบาลโลก” (World Government) ที่ปกครองโลกยาวนานมาจนถึงปัจจุบัน

กลุ่มพระราชาและราชวงศ์ 19 ประเทศ (ยกเว้นอลาบาสตา) สละสถานะความเป็นราชวงศ์ ย้ายเข้ามาอยู่ในนครศักดิ์สิทธิ์แมรี่จัวส์ กลายมาเป็นชนชั้นสูงของโลกหรือ “เผ่ามังกรฟ้า” (World Nobles หรือภาษาญี่ปุ่นเรียก Tenryubito ซึ่งแปลว่า “มังกรสวรรค์”) มีสิทธิพิเศษเหนือคนทั่วไป

การปกครองของรัฐบาลโลกพยายาม “ลบ” ประวัติศาสตร์ช่วงสงครามครั้งนั้นออก (โดยยังไม่ทราบสาเหตุ) ด้วยมาตรการต่างๆ เช่น สั่งห้ามค้นคว้าอักษรโพเนกลิฟ หรือ เหตุการณ์สังหารหมู่ที่เกาะโอฮารา (อดีตของโรบิน)

โดยสรุปคือ อุดมการณ์ฝ่ายผู้ชนะกลายมาเป็น “ระเบียบโลก” (world order) นับตั้งแต่สงครามมายังยุคเนื้อเรื่องปัจจุบัน กินเวลาประมาณ 800 ปี และยังสามารถปกครองโลกได้อยู่ (รายละเอียดของรัฐบาลโลก โดยเฉพาะเรื่องโครงสร้างอำนาจ จะกล่าวถึงในตอนหน้า)

ฝ่ายผู้แพ้

Ancient Kingdom หายสาบสูญ แต่ก็ยังทิ้งเชื้อทางอุดมการณ์เอาไว้ผ่านตัวอักษรโพเนกลิฟ สลักไว้บนหินที่ไม่มีทางทำลายได้ แล้วกระจายหินเหล่านี้ไปยังสถานที่ต่างๆ ทั่วโลก

poneglyph

ตอนนี้ยังไม่มีคนอ่านรู้ว่าข้อความในโพเนกลิฟคืออะไร แต่คาดว่ามันคงเล่าถึง “ศตวรรษที่สาบสูญ” แต่ก็มีตัวละครในเรื่องหลายกลุ่มที่อ่านตัวอักษรนี้ออก

  • นิโคโรบิน อ่านออกแน่ๆ โดยสืบทอดความรู้มาจากนักปราชญ์ที่โอฮารา (แต่เธอดันไม่เคยบอกผู้อ่านว่าอ่านเจออะไรบ้าง ยกเว้นเรื่องของ Joy Boy ที่เกาะเงือก)
  • โกลด์ โรเจอร์ จ้าวแห่งโจรสลัดน่าจะอ่านได้ด้วยพลังพิเศษ (ที่ยังไม่ชัดเจนอีกนั่นแหละว่าคืออะไร) และกลุ่มพรรคพวกของจ้าวแห่งโจรสลัดก็น่าจะรับรู้ข้อมูลเหล่านี้ด้วย (ที่ชัวร์ๆ คือราลีย์ที่บอกว่ารู้หมดทุกอย่าง แต่แชงคูสก็น่าจะพอรู้บ้างเช่นกัน)
  • กลุ่มกองทัพปฏิวัติที่นำโดยดราก้อน ก็น่าจะรับทราบข้อมูลพวกนี้มาบ้าง (แถมอาจเป็นแรงจูงใจอย่างหนึ่งในการปฏิวัติด้วยซ้ำ) แต่ในเรื่องยังไม่ได้บอกตรงๆ

history

โดยสรุปแล้วคือ Ancient Kingdom แพ้แต่ทิ้งเชื้อเอาไว้ และโพเนกลิฟหรือประวัติศาสตร์ที่สาบสูญนี้กลายเป็นสิ่งที่เชื่อมโยงโจรสลัดหรือกลุ่มอำนาจที่ไม่ใช่ฝ่ายรัฐบาลโลกเข้าไว้ด้วยกัน อุดมการณ์ของ Ancient Kingdom ยังคงอยู่ และเราคงได้เห็นเนื้อเรื่องในช่วงต่อๆ ไปขยายผลไปสู่ความขัดแย้งแบบสองขั้ว (รัฐบาลโลก vs พันธมิตรโจรสลัด-กองทัพปฏิวัติ) ในไม่ช้า

Poneglyph

ตอนนี้เรายังเห็นความเคลื่อนไหวของกลุ่มโจรสลัด กับกลุ่มกองทัพปฏิวัติ ที่แยกกันอยู่ แต่สุดท้ายแล้วมันจะรวมเป็นฝ่ายเดียวกันด้วยเหตุผลเชิงอุดมการณ์ "ต่อต้านรัฐบาลโลก" ที่สืบทอดมาจาก Ancient Kingdom นั่นเอง

ยุคทองของโจรสลัด

ถัดมาจากช่วง 800 ปีก่อนก็มีประวัติศาสตร์ในอดีตอันใกล้ที่สำคัญไม่แพ้กัน (และต่อเนื่องกัน) นั่นคือ 22 ปีก่อนเหตุการณ์ตอนเริ่มเรื่อง (24 ปีก่อน ถ้านับถึงเหตุการณ์ปัจจุบันในเรื่อง)

“เจ้าแห่งโจรสลัด” โกลด์ โรเจอร์ สามารถเก็บเควสต์โพเนกลิฟได้ครบทุกชิ้น รับทราบเหตุการณ์ในประวัติศาสตร์ที่สูญหาย และเดินทางไปถึงเกาะสุดท้าย “ราฟเทล” ครอบครอง “วันพีซ” ได้สำเร็จ

rogers

หลังเจ้าแห่งโจรสลัดได้ครอบครองวันพีซแล้ว ก็มี “เหตุผลบางอย่าง” ที่ทำให้เขาไปมอบตัวกับทางการและถูกประหาร (เท่าที่มีข้อมูลในปัจจุบัน เหตุผลหนึ่งคือเรื่องสุขภาพ) วาทะก่อนตายของเขาทำให้เกิดกระแสตื่นตัวอยากเป็นโจรสลัด หรือว่า “ยุคทองของโจรสลัด” ก็ได้เริ่มต้นขึ้น

roger

การที่จ้าวแห่งโจรสลัดสามารถเก็บเควสต์ที่เป็นมรดกตกทอดของ Ancient Kingdom ได้ครบ ย่อมทำให้สมดุลย์ของรัฐบาลโลกที่รักษามา 800 ปีเริ่มเสียไป ถึงแม้เจ้าแห่งโจรสลัดจะตาย แต่มรดกตกทอดของเขา (ที่รับมาจาก Ancient Kingdom อีกที) ก็ยังเก็บไว้ที่ราฟเทลเพื่อรอ “คนรุ่นหลัง” มาค้นพบและขยายผลต่อไป

ด้วยเหตุจูงใจทางการเมืองในอดีตแบบนี้ จึงไม่น่าแปลกใจนักว่าทำไมรัฐบาลโลกจึงอยาก "ปราบ" หรือควบคุมโจรสลัดเป็นอย่างมาก (แต่ก็ไม่มีปัญญาทำได้ 100% ด้วยเหตุผลด้านภูมิรัฐศาสตร์ของวันพีซที่เป็นเกาะกระจายตัวกัน อย่างที่เขียนถึงไปแล้วในตอนก่อน)

ตอนหน้าจะว่าด้วย "ขั้วอำนาจทางการเมือง" ของวันพีซในยุคปัจจุบันครับ

Keyword