Ukraine Crisis: Putin the Great

ตามเรื่องยูเครนมาแบบห่างๆ พยายามอ่านในสื่อไทยก็พบว่าคุณภาพไม่ค่อยถึง (โดยเฉพาะสื่อค่าย ... ที่ชอบอ้างตัวว่าเชี่ยวชาญด้านต่างประเทศ ฮา) ปัญหาของสื่อไทยคือรายงาน "สิ่งที่เกิดขึ้น" (what's happened) แต่ไม่สามารถอธิบายเหตุผลหรือที่มาที่ไป (why it's happened) ได้เลย เมื่อสื่อไทยไม่ตอบโจทย์ก็อ่านสื่อฝรั่ง (เช่น Economist) และ Wikipedia อ่านแป๊บเดียวก็รู้เรื่องแล้ว สรุปสั้นๆ คือ "ปูติน" ฉวยโอกาสได้เก่งแบบสุดๆ ### Cold War การจะเข้าใจปัญหาของยูเครนได้ ต้องเข้าใจเรื่องสงครามเย็นก่อนครับ เพื่อให้เข้าใจง่ายดูแผนที่ประกอบ ([source](http://catalog.flatworldknowledge.com/bookhub/reader/15119?e=trowbridge2_1.0-ch13_s05)) ยุโรปช่วงสงครามเย็นแบ่งออกได้เป็นส่วนๆ ตามภาพ - __กลุ่มยุโรปตะวันตก__ (สีเทาในภาพ) โลกเสรี พวกเยอรมนีตะวันตก ฝรั่งเศส อิตาลี อังกฤษ อันนี้คงไม่ต้องอธิบายกันมาก - __กลุ่มยุโรปตะวันออก__ (สีชมพูในภาพ) พวกนี้คือ "พันธมิตร" ของโซเวียตเดิม (แต่ไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของโซเวียต) ได้แก่ โปแลนด์ เชค ฮังการี โรมาเนีย ฯลฯ - __กลุ่มยูโกสลาเวียเดิม__ (สีม่วงในภาพ) กลุ่มนี้เป็นเผ่าสลาฟที่อยู่ตอนใต้ ปกครองแบบสังคมนิยมเหมือนกัน ถือเป็นพันธมิตรแบบห่างๆ ของโซเวียต แต่ไกลกว่ากลุ่มสีชมพูหน่อย - __กลุ่มอดีตโซเวียตเดิม__ (สีแดงในภาพ ไม่นับรัสเซีย) หลังโซเวียตล่มสลายในปี 1991 ก็แยกออกเป็นหลายประเทศ ส่วนประเทศที่อยู่ติดขอบยุโรปก็ตามในภาพ เช่น ยูเครน ลิธัวเนีย เอสโตเนีย แลตเวีย เบลารุส ฯลฯ สมัยสงครามเย็น ยุโรปตะวันตก (western bloc) พยายามต่อสู้ช่วงชิงกับโซเวียต โดยมีกลุ่มประเทศสีชมพูที่เป็นยุโรปตะวันออก ([eastern bloc](http://en.wikipedia.org/wiki/Eastern_Bloc)) เป็นสมรภูมิ เรื่องนี้จบด้วยโซเวียตแพ้ พรมแดนตะวันตกของตัวเองแยกตัวเป็นอิสระ หลังสงครามเย็น ช่วงเวลาประมาณ 20 กว่าปีที่ผ่านมา โลกตะวันตกพยายาม "ดูด" ชาติพันธมิตรของโซเวียตเดิมเข้ามาเป็นพวก โดยผ่านกลไกต่างๆ โดยเฉพาะ NATO ถ้าลองดูแผนที่ NATO ในปัจจุบัน ([source](http://en.wikipedia.org/wiki/NATO)) จะเห็นว่าชาติยุโรปตะวันออก (สีชมพูเดิม) กลายมาเป็นสมาชิก NATO (สีน้ำเงินเข้ม) กันไปเยอะแล้ว มิหนำซ้ำ ชาติอดีตโซเวียตเดิม (สีแดงเดิม) สายที่ติดกับทะเลบอลติกคือ เอสโตเนีย แลตเวีย ลิธัวเนีย ก็ไปเป็นสมาชิก NATO กันหมดแล้ว จ่อคอหอยรัสเซียแล้ว (ซึ่งรัสเซียเองในช่วงที่บอบช้ำก็ทำอะไรไม่ได้มากนัก) อีกภาพที่ดีคือลำดับการเข้าเป็นสมาชิก EU ของประเทศต่างๆ ในยุโรป จะเห็นว่ามันรุกเข้ามากินแดนรัสเซียไปเรื่อยๆ ([source](http://en.wikipedia.org/wiki/Member_state_of_the_European_Union)) กรณีของยูเครน (สีเหลืองก้อนซ้ายสุดในภาพ) ก็อยู่ในสถานะก้ำกึ่ง คือยังไม่เป็นสมาชิก NATO เต็มตัว แต่ก็มีความร่วมมือบางอย่างกับ NATO บ้างเหมือนกัน เรื่องนี้แหละที่เป็นปัญหาสำคัญของยูเครน เข้าเรื่องยูเครนสักทีครับ ### ยูเครน คนไทยไม่ค่อยรู้จักยูเครนมากนัก (ผมก็ด้วยแหละนะ) นอกจากเชฟเชงโก้และไดนาโมเคียฟแล้ว เราก็แทบไม่รู้อะไรเกี่ยวกับยูเครนเลย ยูเครนเป็นประเทศที่ใหญ่ที่สุดในอดีตโซเวียตสายยุโรป (ซึ่งต้องพิจารณาแยกกับอดีตโซเวียตสายเอเชีย เพราะเป็นคนละส่วนกัน) ถือเป็น "รัฐ" ที่สำคัญมากในสมัยโซเวียต การที่ยูเครนเป็นรัฐสำคัญของโซเวียต ทำให้มีปัญหาเรื่องความแตกต่างของ "ชาติพันธุ์" เพราะมีคนเชื้อสายรัสเซียเข้ามาอยู่เยอะ สถิติอย่างเป็นทางการ (สำรวจปี 2001) บอกว่ายูเครนประกอบด้วยคนเชื้อสายยูเครนประมาณ 78% และเชื้อสายรัสเซีย 17% ส่วนความหนาแน่นของประชากรเชื้อสายรัสเซียก็ตามภาพ ([source](http://en.wikipedia.org/wiki/Russians_in_Ukraine)) จากแผนที่จะเห็นว่า สีเข้ม (รัสเซียเยอะ) ก็อยู่ติดกับพรมแดนฝั่งรัสเซียตามธรรมชาติ แต่ที่คนเยอะจริงๆ ก็คือแหลมไครเมียทางใต้สุด ที่เพิ่งประกาศแยกตัวไปรวมกับรัสเซียเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมานี่เอง ### การเมืองยูเครน วิกฤตการเมืองไทยเป็นความขัดแย้งที่ว่าด้วย "ประเทศไทยจะไปทางไหน" ในแง่การปกครอง ส่วนวิกฤตการเมืองยูเครนที่เกิดขึ้นในช่วงไล่เลี่ยกัน เป็นความขัดแย้งที่ว่าด้วย "เราจะอยู่กับยุโรปหรืออยู่กับรัสเซีย" ซึ่งฝั่งที่สนับสนุนการเข้าหายุโรปนั้นมีชื่อเรียกรวมๆ ว่า [Euromaidan](http://en.wikipedia.org/wiki/Euromaidan) (แปลว่า Eurosquare ซึ่งหมายถึงจัตุรัสในเมืองเคียฟที่ผู้ชุมนุมฝ่ายยุโรปไปรวมตัวกัน) ความขัดแย้งเรื่องทิศทางของยูเครนนี่มีตั้งนานแล้วไม่ใช่เพิ่งเกิด ถ้าลองดู [ประวัติการเลือกตั้งของยูเครน](http://en.wikipedia.org/wiki/Elections_in_Ukraine) จะเห็นว่าประเทศแบ่งออกเป็น 2 ซีก (ซ้ายยุโรป ขวารัสเซีย) มาตั้งแต่ปี 2002 ลองดูตัวอย่างภาพผลการเลือกตั้งในปี 2007 ([source](http://en.wikipedia.org/wiki/File:Ukrainian_parliamentary_election,_2007_(first_place_results).PNG)) เทียบกับการเลือกตั้งครั้งล่าสุด ปี 2012 ก็ไม่ต่างกันมากนัก ([source](http://en.wikipedia.org/wiki/File:Ukr_elections_2012_multimandate_oblasts.png)) ตัวละครสำคัญๆ ของการเมืองยูเครน แบ่งออกเป็น 2 ขั้วคือ __ฝ่ายสนับสนุนยุโรป__ มีพรรค [Fatherland (Batkivshchyna)](http://en.wikipedia.org/wiki/All-Ukrainian_Union_%22Fatherland%22) เป็นแกนหลัก ตัวละครนำคือ อดีตนายกหญิง [Yulia Tymoshenko](http://en.wikipedia.org/wiki/Yulia_Tymoshenko) และอดีตประธานาธิบดี Viktor Yushchenko ที่เป็นพันธมิตรกัน __ฝ่ายสนับสนุนรัสเซีย__ มีพรรค [Party of Regions](http://en.wikipedia.org/wiki/Party_of_Regions) เป็นแกนหลัก ตัวละครนำคือ [Viktor Yanukovych](http://en.wikipedia.org/wiki/Viktor_Yanukovych) อดีตนายกและประธานาธิบดี (2010-2014) ### Timeline สองขั้วนี้เขาซัดกันมาตั้งแต่การเลือกตั้งประธานาธิบดีปี 2004 (Viktor สองคนสู้กัน) และจบลงด้วยชัยชนะของ Viktor Yushchenko ฝ่ายนิยมยุโรป ตอนนั้นคนประท้วงใช้สีส้ม เลยกลายเป็นชื่อเรียก [Orange Revolution](http://en.wikipedia.org/wiki/Orange_Revolution) แต่หลังจากนั้น สายนิยมรัสเซียก็ตีกลับ ใน[การเลือกตั้งประธานาธิบดีปี 2010](http://en.wikipedia.org/wiki/Ukrainian_presidential_election,_2010) และ[เลือกสภาผู้แทนปี 2012](http://en.wikipedia.org/wiki/Ukrainian_parliamentary_election,_2012) พรรค Party of Regions ชนะทั้งคู่ ครองทั้งตำแหน่งประธานาธิบดีและนายกรัฐมนตรี แต่ก็ชนะแบบเฉียดๆ เฉือนๆ ไม่เด็ดขาด ทำให้ฝ่ายค้านรัสเซียก็ถือว่ามีพลังอยู่พอตัว ฝั่งรัฐบาลเองก็ทำตัวไม่ค่อยดีนัก พอขึ้นมามีอำนาจก็สั่งจำคุกอดีตนายกหญิง Tymoshenko ในปี 2011 ทำให้ฝ่ายค้านไม่พอใจเป็นทุนอยู่แล้ว พอมีประเด็นเรื่องการกู้เงินจาก EU เข้ามาในปี 2013 (และรัสเซียก็เสนอให้กู้บลัฟกลับ) ทำให้ความไม่พอใจปะทุขึ้นมากลายเป็นความขัดแย้งและความรุนแรงบนท้องถนนช่วงปลายปี 2013 จนถึงต้นปี 2014 ผลของการปะทะใหญ่ในเดือนกุมภาพันธ์ 2014 ([2014 Ukrainian revolution](http://en.wikipedia.org/wiki/2014_Ukrainian_revolution)) ฝ่ายค้านชนะ (แน่นอนว่าชาติตะวันตกก็ช่วยเต็มที่) ยึดครองนครหลวงเคียฟเอาไว้ได้ ฝ่ายรัฐบาลแพ้ ประธานาธิบดี Viktor Yanukovych ลี้ภัยไปรัสเซีย รัฐสภายูเครนประกาศเลือกตั้งประธานาธิบดีใหม่เดือน พ.ค. 2014, เอาผิดประธานาธิบดี Viktor Yanukovych และคนของพรรค Fatherland มานั่งเป็นนายกรัฐมนตรีรักษาการ เรื่องเหมือนจะจบแต่ก็ไม่จบ เพราะฝ่ายรัฐบาลยูเครนก็ใช่ว่าจะอ่อนแอ (เพราะคะแนนเสียงอิงตามภูมิภาคและชาติพันธุ์ ไม่ได้อิงตามความนิยมที่ขึ้นๆ ลงๆ ไปซะทั้งหมด) และยังมี "พี่ใหญ่" อย่าง "ปูติน" อยู่ ### ไครเมีย ถึงแม้ Yanukovych จะพ่ายแพ้ในนครหลวง แต่ประชาชนในโซนที่ใกล้ชิดรัสเซียยังสนับสนุนแนวทางของเขาอยู่ และโซนที่รัสเซียเข้มข้นที่สุดคือไครเมีย จะไปคุยกันหลังฉากอย่างไรก็ไม่ทราบ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นหน้าฉากคือปูตินส่ง "คน" (ซึ่งก็คือทหารที่ไม่แต่งเครื่องแบบกองทัพรัสเซีย) เข้าไปในไครเมีย และรัฐสภาไครเมีย (ที่พรรค Party of Regions ครองเสียงส่วนใหญ่) ก็สอดรับจังหวะกันเป็นอย่างดี (ราวกับเป็นองค์กรอิสระของไทย) เสนอญัตติให้แยกตัวเป็นอิสระจากยูเครน ที่ประชุมลงมติแยกตัวในวันที่ 16 มีนาคม 2014 ด้วยคะแนนเสียง 96% และประเทศอิสระแห่งใหม่ "สาธารณรัฐไครเมีย" (Republic of Crimea) ก็เกิดขึ้นในวันที่ 17 มีนาคม แต่ประเทศนี้อายุสั้นมากแค่ 1 วันเท่านั้น เพราะในวันที่ 17 มีนาคม สาธารณรัฐไครเมียก็ประกาศขอเข้าร่วมสหพันธรัฐรัสเซียทันที และวันที่ 18 มีนาคม ผู้นำของไครเมียก็มานั่งเท่ๆ เซ็นสัญญาเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของรัสเซียกับปูติน ฝ่ายยูเครน (ที่ปัจจุบันปกครองโดยสายนิยมตะวันตก) เห็นดินแดนเสียไปต่อหน้าต่อตา แต่ทำอะไรมากไม่ได้เพราะสถานการณ์ในบ้านตัวเองยังไม่เรียบร้อยดี จะส่งกำลังเข้าไปในไครเมียก็ทำไม่ได้เพราะปูตินชิงจังหวะส่งคนเข้าไปยึดไว้หมดแล้ว สุดท้ายต้องสั่งถอนทหารกลับแบบน้ำตาตกใน ฝ่ายอเมริกา-ยุโรปเองก็โมโหแต่ทำอะไรมากไม่ได้เช่นกัน อย่างเก่งก็ยึดทรัพย์-ขับไล่ทูตรัสเซียนิดหน่อยเท่านั้น ### สรุป สรุปเรื่องนี้คือ - การเมืองสองขั้วในยูเครน แบ่งเป็นสายนิยมตะวันตกและนิยมรัสเซีย ซัดกันมานาน - สายนิยมรัสเซียครองอำนาจ แต่โดนประท้วงจนรัฐบาลล้ม ประธานาธิบดีหนีไปรัสเซีย - สายนิยมตะวันตกยึดยูเครนกลับมาได้ และกำลังจะเริ่มต้นกระบวนการกวาดล้าง เช็ดบ้าน ปรับอำนาจเข้ามาอยู่ในระบบ สร้างเสถียรภาพ - แต่ยังไม่ทันทำอะไร ปูตินจับมือกับฝ่ายรัฐบาลเดิม ยึดไครเมียมาแบบง่ายๆ เลย - ชาติตะวันตกก็ทำอะไรไม่ได้มากนัก อย่างเก่งก็ด่าว่า ไครเมียลงมติโดยไม่ชอบตามรัฐธรรมนูญยูเครน (คือจะมาจู่ๆ อยากโหวตแยกตัวก็ทำไม่ได้) การที่ "รัสเซียได้ดินแดน" ถือเป็นชัยชนะครั้งแรกของรัสเซียหลังปี 1991 ซึ่งส่งผลต่อ "ระเบียบโลก" หลังสงครามเย็นที่รัสเซียพ่ายแพ้ อิทธิพลหดหาย และโลกถูกปกครองโดยชาติตะวันตกที่มีอเมริกา-ยุโรปเป็นผู้นำ (Washington Consensus) มายี่สิบกว่าปี การได้แดนของรัสเซียจึงมีความหมายอย่างมาก เพราะถือเป็น "ก้าวแรก" ที่รัสเซียสามารถกลับมาสร้างอิทธิพลต่อโลกตะวันตกได้อีกครั้ง จน The Economist ต้องพาดหัวว่า The New World Order คือปูตินสามารถทำลายระเบียบโลกก่อนหน้านี้ (post-Soviet order) ลงได้สำเร็จ (ด้วยรถถังไม่กี่คันและกำลังทหารไม่เยอะนัก) ปูตินเก่งมากในเรื่องจังหวะ เพราะ - ชาติตะวันตกอ่อนโทรมลงมากในรอบ 20 กว่าปีที่ผ่านมา อเมริกาติดหล่มสองสงคราม เจอวิกฤตเศรษฐกิจทั้งแฮมเบอร์เกอร์และยูโร - รัสเซียฟื้นตัวขึ้นมาได้เยอะ เศรษฐกิจดีจากการขายทรัพยากร และกำลังเป็นประเทศดาวรุ่งในกลุ่ม BRIC - ปูตินไม่ได้บุกใครก่อน (แบบหนังหรือการ์ตูนสงครามโลกที่ฝ่ายคอมมิวนิสต์มีผู้นำบ้าอำนาจ) แต่ฉวยโอกาสจากปัญหาในยูเครน (ที่ฝ่ายนิยมรัสเซียพ่ายแพ้) แล้ว "บิด" นิดเดียวโดยอาศัยความเป็นชาติพันธุ์รัสเซีย ผนวกเอาไครเมียเข้ามาได้ สื่อนิยมตะวันตกอย่าง Economist จึงเต้นทันที ในบทบรรณาธิการฉบับล่าสุด [Diplomacy and security after Crimea: The new world order](http://www.economist.com/news/leaders/21599346-post-soviet-world-order-was-far-perfect-vladimir-putins-idea-replacing-it) จึงออกมาด่าปูตินว่าจะสร้างสงครามเย็นครั้งใหม่ ทำลายกฎหมายระหว่างประเทศ (ปูตินโต้ชาติตะวันตกว่า คลินตันสั่งบุกยูโกสลาเวียปี 1999 ก็ไม่เห็นต้องขอใครเหมือนกันนิ) และเรียกร้องให้โอบามาต้อง "ทำอะไรบางอย่าง" ที่ไม่ใช่แค่การขอความร่วมมือกับรัสเซีย สร้างมิตรภาพจ๊ะจ๋าแบบที่เคยทำๆ มา ### ก้าวต่อไป แน่นอนไม่มีใครรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น แต่ประเด็นที่ถูกจับตามองมากที่สุดคือ ยูเครนส่วนที่เหลือจะแยกออกเป็น 2 ประเทศหรือไม่ (ไครเมียเป็นติ่งเล็กนิดเดียว มีความหมายในเชิงการทหารบ้างเพราะติดทะเลดำ แต่มีความหมายในเชิงสัญลักษณ์มากกว่า) โดยส่วนตัวแล้วผมคิดว่า ยูเครนไม่น่าจะแยกประเทศในเร็ววัน และปูตินน่าจะใจเย็นพอที่จะ "รอ" ไปได้อีกนาน คือยูเครนเสียไครเมียไป ชาติตะวันตกยังพอรับได้ แต่ถ้ายูเครนต้องแบ่งเป็น 2 ซีก และส่วนหนึ่งไปรวมกับรัสเซีย ชาติตะวันตกน่าจะทำสงครามแน่ ดังนั้นวิธีการเดินหมากของปูตินน่าจะเป็นว่า "ผมพอแล้ว" และไม่ผนวกยูเครนเข้ามา ปล่อยให้ยูเครนแตกแยกภายในไปอีกพักใหญ่ๆ จะดีกว่า ปัญหาในยูเครนเองก็ไม่น่าจะจบง่ายๆ เพราะความขัดแย้งมันร้าวลึกไปถึงระดับชาติพันธุ์และแนวคิดทางการเมือง (อันนี้จะคล้ายๆ กับปัญหาในเมืองไทย) ดังนั้นต่อให้ฝ่ายค้านยูเครนยึดเมืองหลวงได้ก็จะเจอปัญหาไม่สามารถปกครองทั้งประเทศได้อยู่ดี ต้องรอดูกันต่อไปอย่างใกล้ชิดว่าจะเกิดอะไรต่อ (ผมไม่เชี่ยวชาญเรื่องยูเครนมากนัก แต่ระยะยาวอีก 10-20 ปี ก็มีโอกาสที่จะแยกประเทศได้จริงๆ) หมายเหตุ: ไครเมียมีบทบาทในเชิงสัญลักษณ์ของโซเวียตยุคสุดท้ายด้วย เพราะในการปฏิวัติเดือนสิงหาคม 1991 ประธานาธิบดีกอร์บาชอฟไปพักผ่อนในไครเมีย และโดนลูกน้องก่อรัฐประหาร จนกลายมาเป็นการล่มสลายของสหภาพโซเวียตหลังจากนั้นไม่กี่วัน