เรื่องสั้น: เปลี่ยนเส้นเอ็น ล้างไขกระดูก

roundhouse_kick

จอมยุทธเดินอยู่บนถนนอันแห้งแล้งของนครหลวงด้วยจิตใจอันหนักอึ้ง

เขากำลังเผชิญกับวิกฤตการเริ่มเข้าวัยกลางคนของตน

อดีตผู้กล้าดาวรุ่งเจ้าของฉายา "เซียะอู่" ที่เคยถูกกล่าวขวัญในกลุ่ม "ห้าคุณชายแห่งยุทธจักร" เมื่อสิบห้าปีก่อน สมัยที่เขารุ่งเรือง แค่เพียงเดินส่ายอาดๆ อยู่ในนครหลวง ก็มีสตรีจำนวนไม่น้อยชม้ายตามองให้ ในช่วงที่กำลังวังชายังมาต่อเนื่องไม่มีหมด แค่สะบัดกระบี่เบาๆ คู่ต่อสู้ก็ล้มหายตายจาก

เมื่อความอหังการของเขาพุ่งสูงถึงขีดสุด เขาเดินตามเส้นทางของเพื่อนในกลุ่มห้าคุณชายไปท้าสู้กับค่ายพรรคใหญ่แห่งยุทธจักร หลังจากเพื่อนบางคนในกลุ่มประสบความสำเร็จในวิชาบู๊ ท้าประลองกับผู้ยิ่งใหญ่แห่งยุทธจักรและสร้างผลงานได้อย่างน่าประทับใจ จนสถานะทางสังคมของเพื่อนพวกนี้ไต่ขึ้นอย่างพรวดพราด เขาในฐานะน้องเล็กของกลุ่มก็อยากได้รับการยอมรับในระดับที่ทัดเทียมกัน

แต่อนิจจา ฝีมือที่แท้จริงของเขาด้อยกว่าชื่อเสียงที่คนภายนอกกล่าวขวัญมากนัก เขาถูก "สั่งสอน" แบบเละเทะไม่เหลือสภาพกงจื้อผู้กรุ้มกริ่ม มิหนำซ้ำ พลังฝีมือถูกทำลาย ถึงแม้จะไม่เสียชีวิตแต่ก็ต้องกลับมาพักรักษาตัวอย่างเงียบๆ ไม่กล้าออกสู่ยุทธจักรเป็นเวลาหลายปี

บัดนี้ ถึงแม้สุขภาพร่างกายของเขาจะฟื้นฟูกลับมาเดินเหินได้ดังเดิมแล้ว แต่ระดับพลังฝีมือกลับถดถอยลงจากในอดีต และเมื่ออายุมากขึ้นไปทุกวัน ยุทธจักรก็เต็มไปด้วยเด็กหนุ่มรุ่นใหม่ที่สดกว่า ปราดเปรียวกว่า หลายคนเป็นเด็กข้างบ้านที่เขาเห็นมาตั้งแต่ตัวเล็กๆ แต่ระยะหลังก็เริ่มพัฒนาตัวจนฝีมือแซงหน้าเขาไปแล้ว (ลึกๆ ในใจเขาอิจฉาและหวาดระแวงเด็กชายสวมงอบข้างบ้านว่าอาจมาแย่งความเป็นเจ้าซอยของเขาได้)

จอมยุทธ์ถอนหายใจ ทางเลือกของเขามีไม่มากนัก เพราะสิ่งที่เขาแบกรับอยู่ไม่ได้มีแต่ตัวเขาเองเพียงลำพัง แต่ยังมีชื่อเสียงและความอยู่รอดของวงศ์ตระกูลอยู่บนหลังด้วย ถึงแม้ตระกูลของเขาจะไม่ใช่ตระกูลใหญ่แต่ก็มีประวัติเก่าแก่ บ้างก็ว่าตระกูลของเขามาจากเมืองต้าลี่ แต่ตำราบางเล่มก็ไปไกลถึงขนาดบอกว่าต้นตระกูลของเขาเดินทางมาจากทะเลทรายโกบี

หลังความพ่ายแพ้เชิงยุทธในครั้งนั้น ตระกูลของเขาใช้ทรัพย์สินเดิมขายเพื่อไถ่ถอนตัวเขาออกมาจากการคุมตัวของค่ายพรรคใหญ่ ทรัพย์เดิมของวงศ์ตระกูลหดหายไปมาก ขวัญกำลังใจของคนในตระกูลเสื่อมถอย ปัจจุบันคนในตระกูลแตกแยกและต่อสู้ชิงอำนาจกันตลอดเวลา จนเขาในฐานะผู้นำตระกูลรุ่นปัจจุบันเบื่อหน่ายและต้องออกมาเดินเล่นนอกอาณาบริเวณบ้านอยู่เรื่อย

เฉกเช่นเดียวกับครั้งนี้

ทันใดนั้น เขานึกถึงตำนานของผู้กล้าแห่งยุทธจักรในอดีต ในสมัยราชวงศ์หยวน มีผู้กล้าท่านหนึ่งตกเขาไปเจอถ้ำ ในถ้ำมีลิงยักษ์ และในท้องลิงมีคัมภีร์ ผู้กล้าท่านนี้ฝึกวิชาจากคัมภีร์โบราณจนสามารถ "เปลี่ยนเส้นเอ็น ล้างไขกระดูก" มีวิชาลมปราณมากขึ้นหลายเท่าตัว และสามารถใช้วิชาความรู้ที่มีผงาดขึ้นเป็นจอมคนแห่งยุค ขับไล่พวกตาดมองโกลออกไปจากดินแดนจงหยวนได้สำเร็จ

ถ้าเขามีคัมภีร์แบบเดียวกันบ้าง

ทำไมเราไม่หาซื้อคัมภีร์ล่ะ? ความคิดวาบขึ้นมาในสมอง ค่ายพรรคใหญ่หลายแห่งในยุทธจักรต่างก็หาศิษย์เข้าร่วมสำนักของตน หรือไม่ก็ขายคัมภีร์วิชากำลังภายในด้วยราคาสูงลิบลิ่ว คุณชายตระกูลใหญ่บางรายกัดฟันทุ่มเงินซื้อหามาทดสอบก็ประสบผลสำเร็จด้วยดี

ด้วยสถานะการเงินของตระกูลในปัจจุบัน ถ้าจะซื้อหาคัมภีร์เลื่องชื่อในยุทธจักรมาฝึกฝน อาจต้องขายสมบัติทั้งตระกูลออกไป แต่ด้วยเกียรติศักดิ์ศรีที่ค้ำคอเขามาตลอดชีวิต ถ้าอยากกลับมายิ่งใหญ่ในยุทธจักรอีกครั้ง ทางเลือกของเขาก็มีไม่มากนัก

เขากลับบ้านและเปรยข้อเสนอนี้ต่อผู้ใหญ่บางคนในตระกูล ผู้ใหญ่ที่เอ็นดูเขาอย่างกับบุตรในไส้ และได้รับเสียงตอบรับอย่างดี บางคนในตระกูลถึงกับอาสาให้เขายืมเงินเพื่อซื้อคัมภีร์ด้วยซ้ำ เมื่อระดมเงินได้ในระดับหนึ่ง เขียนตั๋วสัญญายืมเงินเป็นที่เรียบร้อย (แม้เขาจะโดนดุว่าตั๋วยืมเงินเขียนละเอียดน้อยไปบ้างก็ตาม) เขาก็ป่าวประกาศไปยังยุทธจักรว่าตระกูลของเรากำลังต้องการ "คัมภีร์บู๊ที่ดีที่สุด"

ปฏิกริยาตอบรับกลับดีผิดคาด ค่ายพรรคใหญ่น้อยในยุทธจักรเดินทางมาคารวะตระกูลของเขาถึงบ้าน พร้อมนำเสนอคัมภีร์มากมายให้เลือก ทั้งการโคจรพลัง กระบี่ ดาบ ทวน อาวุธลับให้เลือกสรร บ้างก็มีโปรโมชั่นแถมคอร์สฝึกวิชาในสำนักอีก 3-6 เดือน พร้อมข้อเสนอลองฝึกวิชาฟรีหนึ่งวันด้วยซ้ำ

"ตระกูลของเรากำลังจะยิ่งใหญ่อีกครั้ง" เขานึก และวาดภาพฝันหวานถึงวันที่พลังลมปราณของเขากลับคืนมา สำเร็จวิชาเปลี่ยนเส้นเอ็นล้างไขกระดูก ทำลายด่านชีพจรในร่างกาย เดินเหินโลดแล่นในยุทธจักร และกลับไปมองตาเพื่อนในกลุ่มสี่คุณชาย (ที่เปลี่ยนชื่อหลังจากเขาล้มเหลวเมื่อครั้งนั้น) ได้อย่างมีเกียรติเช่นเดิม

วันนี้เขาเดินกลับบ้านด้วยจิตใจที่เบิกบาน ถึงแม้คนที่บ้านจะยังทะเลาะกันอยู่บ้าง แต่อนาคตของตัวเขาเองนั้นสดใส เขาซ้อมชกลมและรำกระบี่ระหว่างทาง

เมื่อเดินเข้ามาในบ้าน บรรยากาศเปลี่ยนไปจากเดิม บ้านเงียบสงัดผิดปกติ

เขาเดินไปที่ห้องโถงของบ้าน ห้าผู้เฒ่าของตระกูลนั่งเรียงรายอยู่บนเก้าอี้เพียงลำพัง ราวกับว่ากำลังรอคอยเขาอยู่เป็นเวลานานแล้ว

เมื่อเขาเดินเข้ามายืนอยู่หน้าห้าผู้เฒ่า ผู้เฒ่ารายหนึ่งก็พูดขึ้นว่า แผนการระดมทรัพย์สินของตระกูลเพื่อซื้อคัมภีร์มาฝึกวิชาต้องยกเลิกไป

เขายืนนิ่ง ตะลึงงัน ไม่นึกไม่ฝันว่าแผนการชีวิตจะล่มสลายในพริบตา ถึงแม้ว่าใจจะคัดค้านแค่ไหน แต่ตามธรรมเนียมของตระกูล การเถียงหรือฝ่าฝึนคำสั่งของผู้เฒ่าเหล่านี้มีความผิดอย่างร้ายแรง

ผู้เฒ่าทั้งหมดลุกจากเก้าอี้เตรียมกลับหอห้อง ผู้เฒ่ารายหนึ่งที่เห็นใจหันมามองเขาแล้วปลอบว่า

"ห่วงมาก กังวลมาก คัมภีร์เปลี่ยนเส้นเอ็นยังไม่พร้อมสำหรับตระกูลเรา"

Keyword