เที่ยวญี่ปุ่นโทโฮคุด้วยชินคันเซ็น Tohoku Shinkansen

__หมายเหตุ:__ ผมย้ายไปเขียนเรื่องบล็อกท่องเที่ยวที่ [2Baht.com มีเรื่องญี่ปุ่นด้วย](http://2baht.com/category/%E0%B8%8D%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%9B%E0%B8%B8%E0%B9%88%E0%B8%99/) ใครสนใจก็ไปตามอ่านกันได้ครับ บล็อกซีรีส์ญี่ปุ่นเขียนแต่เรื่องโตเกียว แต่จริงๆ ที่ไปญี่ปุ่นรอบล่าสุดนี่ เป้าหมายคือ "โทโฮคุ" (Tohoku) หรือภาคอีสานของญี่ปุ่นครับ โทโฮคุ เป็นชื่อเรียกของพื้นที่ 6 จังหวัดที่อยู่ตอนเหนือสุดของเกาะฮอนชู เกาะหลักของญี่ปุ่น แต่ยังไม่ข้ามไปถึงเกาะฮอกไกโด ถือว่าเป็นพื้นที่ด้านตะวันออกเฉียงเหนือของเกาะฮอนชู จุดเด่นคือธรรมชาติ เทือกเขา ป่า แม่น้ำ ทะเล ที่สวยงาม ถึงแม้จะไม่ใช่โซนท่องเที่ยวยอดนิยมแบบโอซาก้า-เกียวโต แต่ก็ถือเป็นอีกภูมิภาคที่น่าสนใจ (แผนที่จาก [Wikitravel](http://wikitravel.org/en/File:Japan_Tohoku_Map.png)) เมืองที่ชื่อดังสักหน่อยในภูมิภาคนี้คือ เซ็นได แต่หลังเหตุการณ์สึนามิปี 2011 ก็ทำให้เมืองฟุกุชิมะ (ที่มีโรงไฟฟ้า) โด่งดังแซงหน้าไปเรียบร้อยแล้ว -_-'' และเนื่องจากการไปเที่ยวโทโฮคุครั้งนี้เป็นการไปเที่ยวด้วยตัวเอง ดังนั้นการเดินทางทั้งหมดจึงไปด้วยรถไฟ JR โดยเฉพาะรถไฟสายสำคัญคือ Tohoku Shinkansen นั่นเอง หมายเหตุ: รายละเอียดการท่องเที่ยวของโทโฮคุในภาพรวมที่เป็นภาษาอังกฤษ ดูได้จาก [เว็บการท่องเที่ยว Tohoku](http://en.tohokukanko.jp/), [Japan Guide](http://www.japan-guide.com/list/e1102.html), [Wikivoyage](http://en.wikivoyage.org/wiki/Tohoku) ### นั่งรถไฟไปโทโฮคุ ก่อนจะเข้าเรื่องท่องเที่ยว ต้องอธิบายข้อมูลเรื่องการเดินทางด้วยรถไฟก่อนครับ ภูมิภาคซีกตะวันออกของเกาะฮอนชู นับตั้งแต่แถวๆ โตเกียวเป็นต้นไปจนสุดเกาะ ถือเป็นเขตรับผิดชอบของบริษัทรถไฟ JR East (ซึ่งถือเป็นบริษัทรถไฟที่ใหญ่ที่สุดในเครือ JR ด้วย) ส่วนพื้นที่โทโฮคุถือเป็นส่วนหนึ่งหรือซับเซ็ตของ JR East เท่านั้น (ภาพประกอบจาก JR East) ส่วนสีเหลืองทั้งหมดคือพื้นที่ให้บริการของ JR East แต่ส่วนที่เป็นสีเหลืองอ่อนเท่านั้นคือพื้นที่โทโฮคุ 6 จังหวัด การเดินทางจากโตเกียวไปยังโทโฮคุ มีรถไฟความเร็วสูงชินคันเซ็นสายหลักคือเส้นสีแดงในภาพ Tohoku Shinkansen จะวิ่งจากโตเกียวแล้วขึ้นเหนือไปสุดที่เมือง Aomori เมืองใหญ่ตอนเหนือสุดของเกาะเลย แต่เส้นทางรถไฟ Tohoku Shinkansen จะวิ่งเลียบชายฝั่งทางตะวันออกของเกาะ (เพราะมีเมืองใหญ่เยอะ) ถ้าอยากไปฝั่งตะวันตกของเกาะที่มีเมืองน้อย ภูเขาเยอะ ต้นไม้เยอะ ก็จำเป็นต้องนั่งรถไฟ (ที่อาจไม่ใช่ชินคันเซ็น) ต่อจากเมืองในซีกตะวันออกกันแทนครับ สำหรับชินคันเซ็นที่วิ่งไปยังฝั่งตะวันตกของเกาะ จะมีสายที่เรียกว่า Akita Shinkansen ไปยังเมือง Akita ด้วย (ตามภาพข้างต้น) รายละเอียดของรถสองขบวนนี้ดูได้จาก [เว็บไซต์ JR East](http://www.jreast.co.jp/e/routemaps/tohokushinkansen.html) จุดที่น่าสนใจคือรถไฟที่ออกจากโตเกียวไป Aomori และ Akita จะเป็น "รถพ่วง" ในช่วงแรกตั้งแต่โตเกียวไปถึงเมือง Morioka แล้วค่อยแยกขบวนไปตามเป้าหมายปลายทางครับ ชินคันเซ็นทั้งสองสายคือ Tohoku และ Akita นั้นเพิ่ง "อัพเกรด" ตัวรถโดยสารใหม่ไปเมื่อปี 2011 และปี 2013 ตามลำดับ โดยรถขบวนใหม่ใสกิ๊งหน้าตาเหมือนกันแต่คนละสีคือ Hayabusa (สีเขียวไป Tohoku) และ Super Komachi (สีแดงไป Akita) จึงกลายเป็น "พระเอก" ของ JR East อยู่ในขณะนี้ (ไม่ใช่ทุกขบวนที่เป็น Hayabusa/Super Komachi เพราะอาจใช้ขบวนที่เก่ากว่ามาวิ่งร่วมด้วย) ไม่ว่าจะไปที่ไหนในโทโฮคุ เราจะเจอ "ภาพโปรโมท" ของรถไฟทั้งสองสายอยู่เสมอ อย่างภาพข้างล่างเป็นการโปรโมท Super Komachi ที่เมือง Hirosaki เนื่องจากรถไฟสองขบวนใช้หัวรถจักรที่หน้าตามีปากแบนๆ เหมือนเป็ด มันจึงถูกตั้งชื่อเล่นว่า "เป็ดเขียว" และ "เป็ดแดง" นั่นเอง (ความหมายของชื่อภาษาญี่ปุ่นจริงๆ คือ "เหยี่ยว" และ "นกนางนวล") ### ซื้อตั๋วแบบไหนดี JR Pass หรือ JR East Pass ค่าตั๋วขึ้นรถด่วนชินคันเซ็นนั้นแพงมากชนิดว่าขึ้นแล้วหมดตัวเอาง่ายๆ แต่ทัวริสต์แบบเราๆ ก็โชคดีตรงที่สามารถซื้อตั๋วเหมาจาก JR ได้ในราคาถูก คนที่ไปเที่ยวญี่ปุ่นทั่วไปคงคุ้นเคยกับตั๋ว JR Pass แบบ 7 วันอยู่แล้ว แต่ถ้าอยากเที่ยวเฉพาะในภูมิภาคของ JR East เองก็ยังมีทางเลือกเป็นตั๋ว [JR East Pass](http://www.jreast.co.jp/e/eastpass/) ที่ราคาย่อมเยาลงมาหน่อย คำถามคือแบบไหนคุ้มกว่ากัน อันนี้ขึ้นกับการใช้งานของเราเลยครับ - __JR Pass__ แบบปกติ ใช้งานได้ 7 วัน (นับติดต่อกัน) ขึ้นได้ทุกอย่างที่แปะตรา JR ยกเว้นชินคันเซ็นบางเส้น ราคา 28,300 เยน - __JR East Pass__ ใช้งานได้ 5 วัน (ไม่จำเป็นต้องติดต่อกัน) ขึ้น__รถไฟ__ JR ได้ทุกเส้น, รถไฟท้องถิ่นได้บางเส้น แต่ไม่รวม JR Bus ในภูมิภาค ราคา 22,000 เยน เคสของผมมี requirement ดังนี้ - เที่ยวในโทโฮคุ 5 วัน 4 คืน - วันก่อนและหลังไปโทโฮคุ จะเที่ยวอยู่ในโตเกียว - ช่วงที่อยู่ในโทโฮคุ จะต้องนั่ง JR Bus ด้วย เพราะเป็นโซนที่ไม่มีรถไฟ ([Towada-Oirase](http://isriya.com/node/3999/towada-oirase)) เมื่อพิจารณาดูแล้ว จำนวนวันพอดีกับ JR East Pass เป๊ะ แต่เมื่อต้องบังคับนั่ง JR Bus ทำให้ต้องจ่ายเพิ่ม ดังนั้นการซื้อ JR Pass จึงคุ้มกว่าเพราะไม่ต้องจ่ายเพิ่ม และออกแบบแผนการท่องเที่ยวให้เดินทางด้วย JR ในช่วงที่อยู่โตเกียวด้วย (นั่งไป [สวน Hitachi Park](http://isriya.com/node/3980/hitachi-seaside-park)) ทำให้คุ้มค่า JR Pass มากขึ้น แต่ถ้าไปโทโฮคุทั้งหมดโดยไม่นั่ง JR Bus เลย หรือไปเที่ยวแบบไม่ต้องนั่งรถไฟทุกวัน (เช่น อยู่เฉพาะในเมืองนั้นๆ เกิน 1 คืน) การซื้อ JR East Pass ก็น่าจะคุ้มกว่าครับ สรุปว่าขึ้นกับแผนการเดินทางนั่นล่ะ วิธีการซื้อทั้ง JR Pass และ JR East Pass จำเป็นต้องซื้อไปจากเมืองไทยก่อนนะครับ เราจะได้ตั๋วจอง Pass มาเก็บไว้ พอไปถึงญี่ปุ่นค่อยไปแลกเป็นตั๋วจริงๆ ที่ศูนย์ JR EAST Travel Service Center ตามสถานีใหญ่ๆ ([รายชื่อ](http://www.jreast.co.jp/e/eastpass/#category06)) วิธีการซื้อและแลก JR Pass มีคนเขียนไว้เยอะมากแล้วคงไม่ต้องเขียนซ้ำนะครับ น่าจะหาอ่านกันเองได้ ### การจองตั๋ว เนื่องจากชินคันเซ็นทุกเส้นจะต้องจองที่นั่งล่วงหน้าเสมอครับ (ไม่สามารถเดินไปขึ้นดื้อๆ เลยได้) ดังนั้นก่อนขึ้นรถไฟเราจำเป็นต้องจองที่นั่งก่อนเสมอ วิธีการก็คือไปจองที่ซุ้มขายตั๋วในสถานี JR ใดๆ ก็ได้ โดยยื่นบัตร JR Pass หรือ JR East Pass ให้เจ้าหน้าที่ พร้อมระบุเวลา-ปลายทางที่ต้องการ แต่วิธีนี้ไม่ค่อยดีเท่าไรเพราะสื่อสารกับเจ้าหน้าที่ยาก (โดยเฉพาะในสถานีเล็กๆ), เลือกขบวนหรือเวลาที่ต้องการลำบาก และเสี่ยงมากกับการตกรถเพราะเสียเวลาต่อคิว โลกในยุคอินเทอร์เน็ตแล้วเราสามารถดูข้อมูลเที่ยวรถไฟล่วงหน้าได้ตั้งกะอยู่เมืองไทย ช่วยให้วางแผนการเดินทางได้ง่ายขึ้นมากๆ ตารางการวิ่งของชินคันเซ็นของ JR East ทั้งหมดสามารดูได้จาก [JR East Shinkansen](http://www.eki-net.com/pc/jreast-shinkansen-reservation/english/wb/common/timetable/index.html) เป็นภาษาอังกฤษอ่านง่ายแสนสะดวก หรือบางคนอาจถนัดการดูผ่านเว็บช่วยวางแผนการเดินทางอย่าง Hyperdia หรือ Jorudan มากกว่าก็ไม่มีปัญหา (ส่วนใหญ่ผมจะเช็คเวลาของชินคันเซ็นซึ่งถือเป็นเส้นเมนก่อน ว่ามีช่วงเวลาไหนให้เลือกบ้าง จากนั้นค่อยเช็คเวลาของรถไฟขบวนย่อยๆ ผ่าน Hyperdia อีกทีหนึ่ง) วิธีการดูเที่ยวอาจจะงงๆ บ้างในช่วงแรกแต่จับจุดได้แล้วไม่ยากครับ รถไฟ JR ของญี่ปุ่นจะเรียกชื่อด้วย "ชนิดขบวน + ตัวเลขลำดับ" เช่น Hayabusa 11 ก็แปลว่าใช้ตู้โดยสารแบบ Hayabusa รุ่นใหม่ล่าสุด และวิ่งเป็นเที่ยวที่ 11 ของวันนั้น โดยรถคันแรกสุดที่จะออกจากโตเกียวตอน 6.36 น. ใช้ชื่อว่า Hayabusa 1 แล้วตามด้วย 3, 5, 7 ไปเรื่อยๆ ส่วนรถที่วิ่งจาก Aomori มายังโตเกียวก็ใช้เลขคู่คือ 2, 4, 6 ไปเรื่อยๆ ตามปกติแล้วในชั่วโมงเร่งด่วนคือเช้าๆ เย็นๆ Hayabusa จะออกทุกครึ่งชั่วโมง ส่วนช่วงกลางวันก็ประมาณชั่วโมงละคัน แต่ก็ยังมีรถไฟแบบไม่ใช่ชินคันเซ็นหรือชินคันเซ็นที่ไม่ด่วนเท่า (จอดเยอะสถานีกว่า) กระจายกันวิ่งตลอดทั้งวัน สรุปง่ายๆ ว่าถ้ามี JR Pass ยังไงก็มีรถนั่งแน่ๆ เพียงแต่จะใช้เวลาบนรถมากหรือน้อยขนาดไหน ก็ขึ้นกับการวางแผนการเดินทางของท่าน (ดังนั้นกะเวลาดีๆ ให้ได้นั่งรถที่วิ่งเร็วที่สุด จอดน้อยสถานีที่สุดอย่าง Hayabusa จะดีที่สุด เอาเวลาที่เหลือไปเที่ยวดีกว่า) ตัวอย่างตารางเวลารถของ Hayabusa ครับ ในภาพมีสองขบวนคือ Hayabusa 9 (ออก 9.36) และ Hayabusa 11 (ออก 9.56) โดยจะใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมงจากโตเกียวไปที่สถานี Shin-Aomori ที่เมือง Aomori (หมายเหตุ: เมือง Aomori มีสถานีรถไฟสองแห่งคือ Aomori เฉยๆ กับ Shin-Aomori ซึ่งอยู่คนละที่กัน และชินคันเซ็นจะวิ่งไปเฉพาะที่สถานี Shin-Aomori เท่านั้น) เครื่องหมาย | ในตารางคือ ไม่จอดที่สถานีนั้นๆ ดูจากตารางแล้วจะเห็นว่า Hayabusa จะจอดเฉพาะสถานีสำคัญเท่านั้นคือ Tokyo ต้นทาง, Omiya ซึ่งเป็นสถานีใหญ่ทางตอนเหนือของโตเกียว, Sendai เมืองใหญ่ที่สุดของโทโฮคุ, Morioka จุดแยกขบวน, Shin-Aomori ปลายทาง โดยอาจแถมสถานีขนาดย่อมๆ มาเป็นบางครั้ง สำหรับคนที่ดูเที่ยวรถไฟผ่าน Hyperdia ถ้าไปไม่เกิน Morioka ก็จะเจอตารางรถไฟแบบ "เบิ้ล" เวลาเดียวกัน 2 ขบวนครับ ทุกอย่างเหมือนกันหมดทั้งเวลาออกและเวลาถึง แต่ชื่อขบวนจะต่างกัน (สังเกต Super Komachi 11 กับ Hayabusa 11) อันนี้ไม่ต้องงง (ผมงงมาแล้ว) มันคือรถไฟสองขบวนวิ่งแบบผูกติดกันไปนั่นเอง (เดี๋ยวมีภาพให้ดู) พอได้เที่ยวรถไฟที่ต้องการแล้ว (รวมถึงรถไฟท้องถิ่นที่นั่งไปเที่ยวเมืองอื่นๆ ด้วย) เที่ยวไหนที่ต้องจองที่นั่งล่วงหน้าก็ทำใส่ตารางแล้ว print ใส่กระดาษไปจากเมืองไทยเลยครับ (เทคนิคแนะนำ) พอไปถึงญี่ปุ่นก็หาเวลาช่วงว่างๆ ไปศูนย์ JR East Travel Center ใหญ่ๆ หน่อย เจ้าหน้าที่คุยภาษาอังกฤษให้ชัวร์ แล้วยื่นให้เขาจองให้หมดเลย วิธีนี้อุ่นใจว่าเราจะได้นั่งรถไฟทุกขบวนที่ต้องการแน่ๆ ไม่มีพลาดเรื่องที่นั่งเต็มกะทันหัน (ยกเว้นเราตกรถเอง) และคุมเวลาการท่องเที่ยวได้ด้วย ตัวอย่างตารางเที่ยวรถไฟที่ผมทำแล้ว print ใส่กระดาษไปยื่นให้เจ้าหน้าที่ของ JR ครับ ระบุวันที่ เวลา ชื่อขบวน (R หมายถึง reserved) ให้ชัดเจน เจ้าหน้าที่จะทำหน้างงๆ นิดนึงว่ามึงนั่งอะไรกันเยอะแยะ แต่ก็จองให้แต่โดยดีครับ หมายเหตุ: รถไฟท้องถิ่นบางขบวนก็ไม่จำเป็นต้องจองล่วงหน้า มีตั๋ว JR Pass แล้วเดินขึ้นไปเลือกที่นั่งเองได้เลย พวกนี้ใน Hyperdia มีบอกหมดว่าคันไหนต้องจองหรือไม่ต้องจอง ### ประสบการณ์จริงกับ Tohoku Shinkanzen ร่ายทฤษฎีมาเยอะแล้ว มาดูภาคปฏิบัติกันดีกว่าครับ เส้นทางการเดินทางของผมในโทโฮคุคือ นั่งรถไฟจากโตเกียวไปตั้งต้นที่จุดเหนือสุด Aomori ก่อนเลย แล้วค่อยๆ เที่ยวลงใต้มาเรื่อยๆ จนมาจบที่ Sendai ในวันสุดท้ายและกลับโตเกียวจาก Sendai ครับ ดังนั้นรถไฟเที่ยวแรกที่เราจะนั่งคือ Tokyo ไป Shin-Aomori นั่นเอง (นั่งยาวเลย 3 ชั่วโมง) แต่ช้าก่อน เนื่องจากว่าผมนอนที่โรงแรมในโตเกียวฝั่งตะวันตก (แถว Shinjuku) แล้วดันจะต้องออกจากโตเกียวตอนเช้าวันจันทร์ ซึ่งอาจต้องเผชิญกับมวลมหาประชาชนชาวญี่ปุ่นที่ออกมาทำงานตอนเช้าได้ เราจึงเลี่ยงสถานี Tokyo และใช้วิธีนั่งรถจาก Shinjuku ขึ้นเหนือไปที่สถานี Omiya ซึ่งอยู่เหนือโตเกียวไปเล็กน้อยแทน (อารมณ์ประมาณไปขึ้นรถไฟที่ดอนเมืองแทนหัวลำโพง) ไปถึง Omiya แล้วก็ไม่มีอะไรยากครับ เพราะป้าย Shinkansen มองเห็นเด่นชัด สีเขียว (ชินคันเซ็นจะใช้ชานชาลาที่แยกจากรถไฟปกติของ JR อยู่แล้ว) ป้ายบอกเวลาขบวนที่จะขึ้น จะเห็นว่าชื่อขบวนเป็นแบบควบคือ Hayabusa กับ Super Komachi พร้อมปลายทางสองที่ (ตอนซื้อตั๋วอย่าเลือกผิดตู้นะครับ ไม่งั้นไปคนละทางแน่ๆ) สถานีชินคันเซ็นทุกแห่งมีร้านขายของ มีทุกอย่างทั้งขนม หนังสือ น้ำ ของกิน ของเล่น และแน่นอนว่าของเล่นที่เกี่ยวกับรถไฟแดง-เขียวนั้นฮิตสุดๆ มีทุกอย่าง ขนมญี่ปุ่น ใส่กล่องรูปรถไฟ โมเดลรถไฟ และเครื่องเขียนรถไฟ ถุงเท้ารถไฟ และช้อนตะเกียบรถไฟ จุดเด่นของรถไฟญี่ปุ่นอีกอย่างคือ "ข้าวกล่องรถไฟ" ที่เรียกว่า Ekiben ครับ (มาจาก Eki รถไฟ + Bento) ซึ่งแต่ละเมืองก็จะมีร้านดังมาขายกันสุดฤทธิ์สุดเดช ตกแต่งสวยงาม มีสารพัดแบบให้เลือกสรร (บ้านเราเคยคิดจะทำ "ปิ่นโตรถไฟ" บ้างแต่รถไฟความเร็วสูงดูจะแท้งไปแล้ว ก็อดทนรอกันต่อไป) หน้าตาร้านขายข้าวกล่องที่ Omiya (จริงๆ มันก็มีหลายร้านนะ) ข้าวกล่องรถไฟ สารพัดแบบ ช็อปปิ้งเรียบร้อย พอใกล้ถึงเวลาสักประมาณ 10 นาทีก็เดินมาที่ชานชาลาได้เลยครับ ญี่ปุ่นแก้ปัญหาเรื่อง "ไม่รู้ว่าตู้ของเราอยู่ตรงไหน" ได้สวยงาม โดยแปะสติ๊กเกอร์ไว้กับพื้นมันซะเลย เราก็ดูขบวนที่เราจะขึ้นพร้อมเบอร์ตู้ (ที่ระบุในตั๋ว) แล้วก็ไปยืนเข้าแถวรอขึ้นรถแบบเดียวกับคนญี่ปุ่น อันนี้รางข้างๆ ครับ เป็นขบวนไปโทโฮคุที่เก่าหน่อยคือ Hayate ซึ่งก็ยังวิ่งอยู่แต่ไม่ใช่รถด่วนสุดๆ อีกต่อไปแล้ว หน้าตาของ Hayate ครับ สวยเรียบๆ ไม่หวือหวา รถของเรามาแล้ว Hayabusa สีเขียวครับ หน้าตาของ Hayabusa แบบนี้ครับ (รูปนี้ถ่ายคนละวันกัน) โลโก้ของ Hayabusa เป็นรูปนกเหยี่ยว ภายในตู้โดยสาร มีจอ LED บอกข้อมูลทั้งสองภาษา สัมภาระกองไว้เหนือหัว (มันใส่กระเป๋าได้ขนาดใหญ่พอสมควรเลยนะ) ที่นั่งเรียงเบอร์แบบเครื่องบิน มี window, center, aisle seat เก้าอี้นั่งมีระยะห่างสบายๆ ห่างกว่าเครื่องบินมาก มีถาดพับได้ (ไว้กินข้าว) และตาข่ายใส่เอกสาร แมกกาซีนที่แจกเป็นแมกกาซีนของ JR เอง (ญี่ปุ่นล้วน) แนะนำสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ใครไม่ได้เตรียมของกินมาก็สามารถซื้อได้บนรถ (แต่ซื้อจากที่สถานีมาดีกว่า มีของให้เลือกเยอะกว่ามาก) แอบถ่ายเด็กญี่ปุ่นแถวถัดไปครับ นอนกันสบายใจเลย จะเห็นว่าระยะห่างระหว่างแถวเยอะพอสมควรเลยล่ะ ว่างแล้วก็เริ่มสำรวจครับ ห้องน้ำของชินคันเซ็นจะกินพื้นที่ประมาณครึ่งตู้ และจะมีให้ใช้ทุกๆ 3-4 ตู้ ที่เจ๋งคือมี "ห้องฉี่" ของผู้ชายโดยเฉพาะด้วย ภายในห้องน้ำ ออกแบบการใช้สอยในที่แคบได้ดีมาก ส้วมญี่ปุ่นใช้ระบบโบก ไม่ต้องแตะ ส้วมญี่ปุ่นไฮเทคทุกที่ ไม่เว้นแม้แต่บนรถไฟ แผนผังภายในของ Hayabusa ตู้เบอร์ 9 เป็น Green Car (อำมาตย์), เบอร์ 10 คือ Gran Class (ซูเปอร์อำมาตย์) อยากนั่งต้องจ่ายเพิ่มครับ รอบนี้นั่งแบบยิงยาว 3 ชม. ไม่ต้องเปลี่ยนขบวน ก็มาถึงสถานี Shin-Aomori เลย ปลายทางของสถานี Shin-Aomori ประตูเข้าออกส่วนของชินคันเซ็นก็ตามภาพครับ (ดังนั้นถ้าเข้ามาจากนอกสถานี ก็จะต้องผ่านประตูสองชั้นกว่าจะถึงส่วนของชินคันเซ็น) อันนี้เป็นภาพรถไฟต่อขบวนกัน แต่เป็น Hayabusa ต่อกับ Komachi ที่เก่ากว่าหน่อย ซึ่งจะแยกกันที่สถานี Morioka ครับ ถ้าไปจากโตเกียว เค้าจะหยุดที่สถานีนี้แป๊บนึง จากนั้นก็ปลดล็อค แล้วคันที่อยู่หน้าจะวิ่งออกไปก่อน แล้วอีกอึดใจหนึ่งคันหลังค่อยวิ่งออกจากสถานีตาม รถไฟเที่ยวกลับ Hayate ต่อกับ Komachi ครับ ขึ้นที่ Sendai โลโก้ของ Komachi บรรยากาศภายใน Komachi จะเก่ากว่าหน่อย เก้าอี้ก็คนละแบบกัน ดูเหลี่ยมๆ สักนิด ห้องน้ำ และโทรศัพท์บนรถไฟ! แผนผังการจอดรถไฟชินคันเซ็นขบวนต่างๆ ว่าอยู่ตรงไหนเมื่อเทียบกับชานชาลา เรื่องของการขึ้น Tohoku Shinkansen ก็คงจบแค่นี้ครับ หวังว่าคงมีประโยชน์กับทุกท่านที่อยากจะไปเที่ยวภูมิภาคโทโฮคุด้วยตัวเองนะครับ (adsbygoogle = window.adsbygoogle || []).push({}); __บล็อกตอนอื่นๆ ในชุดโทโฮคุ__ * [โทโฮคุดูใบไม้หลากสี (1): Hirosaki เมืองแห่งแอปเปิล](http://isriya.com/node/3997/hirosaki) * [โทโฮคุดูใบไม้หลากสี (2): Aomori เหนือสุดแห่งฮอนชู](http://isriya.com/node/3998/aomori) * [โทโฮคุดูใบไม้หลากสี (3): ทะเลสาบ Towada และลำธาร Oirase](http://isriya.com/node/3999/towada-oirase) * [โทโฮคุดูใบไม้หลากสี (4): แช่ออนเซ็นน้ำนม Nyuto Onsen](http://isriya.com/node/4000/nyuto-onsen) * [โทโฮคุดูใบไม้หลากสี (5): ล่องเรือเขื่อน Geibikei](http://isriya.com/node/4001/geibikei) * [โทโฮคุดูใบไม้หลากสี (6): กินลิ้นวัวย่างที่ Sendai](http://isriya.com/node/4002/sendai) * [โทโฮคุดูใบไม้หลากสี (7): Yamadera ปีนเขาชมวัด](http://isriya.com/node/4005/yamadera) __หมายเหตุ:__ ผมย้ายไปเขียนเรื่องบล็อกท่องเที่ยวที่ [2Baht.com มีเรื่องญี่ปุ่นด้วย](http://2baht.com/category/%E0%B8%8D%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%9B%E0%B8%B8%E0%B9%88%E0%B8%99/) ใครสนใจก็ไปตามอ่านกันได้ครับ