Sakamoto Ryōma

บุคคลตามประวัติศาสตร์ของญี่ปุ่นที่มีชีวิตน่าตื่นเต้นประทับใจอย่างที่สุด ผมยกให้ "ซาคาโมโตะ เรียวมะ" ซามูไรชั้นต่ำที่ดูเหมือนไม่มีคุณค่าอะไร แต่กลับเป็นแกนหลักสำคัญที่ส่งผลให้เกิด "การปฏิรูปเมจิ" ซึ่งส่งผลให้ญี่ปุ่นพุ่งทะยานกลายเป็นมหาอำนาจของเอเชียจนถึงทุกวันนี้

เคยเขียนเรื่อง "เรียวมะ" เวอร์ชันละครซีรีส์ (ที่ Thai PBS เคยเอามาฉาย) ไว้ที่ เรียวมะ จอมคนพลิกแผ่นดิน “ญี่ปุ่นวันนั้น เมืองไทยวันนี้”

วันนี้มีโอกาสเจอการ์ตูนเก่าที่เล่าเรื่องเดียวกัน "เรียวม่า" โดย Koyama Yu ก็ไม่พลาดที่จะหยิบมาอ่านเปรียบเทียบ

สิ่งที่น่าสนใจมากในยุคของเรียวมะคือบริบททางสังคม-ประวัติศาสตร์ ที่กำลังเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่

ปัจจัยภายใน ญี่ปุ่นยุคฟิวดัลที่สถาปนาขึ้นโดยตระกูลโตคุงาว่า และ "แช่แข็งประเทศ" มาเกือบ 300 ปี เริ่มไปต่อไม่ได้แล้ว ขุนนางภายในแตกแยก แบ่งเป็นฝ่ายโชกุนโตคุงาว่า และฝ่าย "ถวายคืนพระราชอำนาจ" ให้แก่จักรพรรดิ

เรื่องราวคงไม่น่าตื่นเต้นมากนักถ้ามันเป็นแค่สงครามชิงอำนาจทางการเมืองระหว่างกลุ่มก้อนต่างๆ แต่สถานการณ์จริงกลับซับซ้อนไปกว่านั้นมาก เพราะญี่ปุ่นก็ถูกคุกคามจากปัจจัยภายนอกคือชาติตะวันตกที่เข้ามาล่าอาณานิคมอย่างหิวกระหาย

โครงสร้างสังคมที่แข็งตัว เดินหน้าต่อไปไม่ได้ รับมือกับปัญหาทั้งภายในและภายนอกไม่ไหว ถือเป็นปัจจัยสุ่มเสี่ยงต่อชะตาชีวิตของญี่ปุ่นในฐานะชาติอิสระ

ญี่ปุ่นไม่ใช่ประเทศเดียวในเอเชียที่เผชิญสภาวะข้างต้น เพราะเพื่อนบ้านอย่างจีนก็เจอปัญหาแบบเดียวกัน ราชวงศ์ชิงที่อนุรักษ์นิยมและไม่ปรับตัว ฟอนเฟะจากภายใน เจอกับภัยคุกคามของชาติตะวันตกเข้าไปอีก ก็อ่อนโทรมลงอย่างหนัก (และโงหัวไม่ขึ้นไปอีกนาน)

คำถามคือทำไมญี่ปุ่นที่เผชิญปัญหาแบบเดียวกัน กลับหลีกเลี่ยงสถานการณ์แบบราชวงศ์ชิงได้ มิหนำซ้ำยังกลายมาเป็นมหาอำนาจผู้ยิ่งใหญ่ถึงขนาดยึดครองเอเชียในสงครามเอเชียบูรพาได้ด้วยซ้ำ?

การปฏิรูปเมจิคือคำตอบ

แต่การปฎิรูปเมจิ เกิดขึ้นมาได้อย่างไร? ผมคิดว่ามีสองปัจจัย

ปัจจัยแรกคือ "วิสัยทัศน์" ของ "ญี่ปุ่นยุคหลังโตคุงาว่า" ที่เฉียบคมและแม่นยำ มองขาดว่าจะวาง positioning ของญี่ปุ่นในเวทีโลกเอาไว้ตรงไหน

ช่วงปลายของสมัยโตคุงาว่ามีคนเสนอ "วิสัยทัศน์" มากมาย บางคนมองเพียงว่าโค่นตระกูลโตคุงาว่าให้ได้เป็นพอ แต่นักปราชญ์บางคนอย่าง Yoshida Shōin หรือ Katsu Kaishū นั้นมองข้ามอนาคตไปไกลถึงการเปิดประเทศ สร้างความมั่งคั่งจากการค้า รับเทคโนโลยีจากต่างชาติเข้ามา และเปลี่ยนมันเป็น "แสนยานุภาพ" ของกองเรือที่สามารถคานอำนาจกับต่างชาติได้

วิสัยทัศน์ล้ำอนาคตเหล่านี้กลายเป็นพื้นฐานของ "รัฐชาติญี่ปุ่นใหม่" ยุคหลังการปฏิรูป

แต่ว่าท่ามกลางความขัดแย้งทางการเมืองครั้งใหญ่ คนชาติเดียวกันฆ่ากันเป็นผักปลา จะผลักดันวิสัยทัศน์เหล่านี้ให้เป็นจริงได้อย่างไร?

"ซาคาโมโตะ เรียวมะ" คือปัจจัยที่สอง เขาใช้ "คอนเนคชั่นส่วนตัว" ที่สั่งสมมาชั่วชีวิตในการผลักดันกลุ่มพลังต่างๆ ที่เคยเกลียดกัน กลายมาเป็นพันธมิตรที่ผลักให้ญี่ปุ่นเดินหน้าไปได้ตามวิสัยทัศน์เหล่านั้น

เรียวมะไม่มีต้นทุนใดๆ ในมือเลย แต่ความมุ่งมั่นผสมกับเสน่ห์ส่วนตัวของเขาที่ชักจูงให้ผู้ยิ่งใหญ่ทางการเมืองทั้งหลายเชื่อใจและเชื่อมั่น กลับเป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้ปฏิรูปเมจิเกิดขึ้นได้

ย้อนกลับมาที่ตัวเราเอง คำถามที่ต้องตอบให้ได้ต่อไปก็คือ

  • "วิสัยทัศน์ล้ำอนาคต" ของประเทศไทยในยุคหน้าคืออะไร พลังของการปฏิรูปเมจิอยู่มาได้ประมาณ 80 ปี (นับถึงสงครามโลก แต่จริงๆ มันก็ยืดยาวกว่านั้น) ในอีก 80 ปีข้างหน้า ประเทศไทยควรมีหน้าตาอย่างไร อยู่ตรงไหนในเวทีโลก และเราจะสามารถก้าวผ่าน "วิสัยทัศน์ทั่วๆ ไป" แล้วเฟ้นหา "วิสัยทัศน์ชั้นยอด" ได้อย่างไร
  • เราจะผลักดันวิสัยทัศน์ที่ว่าให้เป็นจริงได้อย่างไร เรียวมะมีคอนเนคชั่นกับคนหนุ่มผู้เปลี่ยนแปลงประเทศจำนวนมาก เวลาขยับเขยื้อนแต่ละทีจึงมีพลัง เราสามารถเรียนรู้อะไรได้จากความสำเร็จของเรียวมะบ้าง