พาเที่ยวโทเลโด เมืองหลวงเก่าของสเปน

กลับมาต่อซีรีส์บล็อกเที่ยวสเปนนะครับ หมดจากชุดของมาดริดแล้ว ก็มาถึงคิวของ โทเลโด (Toledo) เมืองหลวงเก่าอันน่าตื่นเต้นของสเปนครับ

Toledo เป็นเมืองที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวสูงมาก คือมันจะต่างจากเมืองยุคกลางแบบโกธิคของยุโรปอยู่พอสมควร เพราะสภาพภูมิประเทศเป็นแนวที่ราบสูงแห้งแล้ง อากาศร้อนแห้ง ดินทราย เมืองสร้างด้วยหินแต่แนวสีเหลืองซีด แถมมีกลิ่นของอารยธรรมมุสลิม (ที่มาจากแอฟริกาเหนือ) อยู่พอสมควร

ถ้าใครอ่าน Berserk อาจพอนึกภาพได้ง่ายหน่อย โทเลโดเป็นเมืองโบราณบนเนินเขา มีแม่น้ำล้อม ทั้งเมืองเป็นป้อมปราการ กำแพงล้อม บ้านพักอยู่ภายใน ปราสาทอยู่บนสุด มีอัศวินเกราะเหล็กขี่ม้าเดินไปมา ป้องกันอาณาจักรจาก "พวกนอกศาสนา" ทั้งหลาย

P1012860

นี่คือโทเลโด เมืองหลวงเก่าของสเปนก่อนย้ายมายังมาดริดในปี 1561

การเดินทางไปยังโทเลโด

โทเลโดอยู่ทางตอนใต้ของมาดริด ห่างกันไปไม่ไกลมาก นั่งรถไฟไฮสปีดเทรนไปประมาณ 20 นาทีก็ถึงแล้ว (ประสบการณ์นั่งรถไฟความเร็วสูงในสเปน)

ถ้าไปจากมาดริดก็ดูกระบวนการซื้อตั๋วรถไฟจากบล็อกตอนเก่าได้เลยครับ ขึ้นรถไฟที่สถานี Atocha เหมือนกัน แต่รถไฟไปโทเลโดจะขึ้นที่ชานชาลาชั้นล่าง (Baja) ต่างจากรถไฟไปบาร์เซโลนา ค่าตั๋วเที่ยวละ 10 ยูโร

Madrid to Toledo Train

นั่งรถไฟไปยังไม่ทันเมื่อยก็ถึงแล้วครับ สถานีรถไฟ Toledo จะอยู่นอกเมือง กลางทุ่งเลยแหละ (คือตัวเมืองมันนิดเดียว ที่เหลือเลยเป็นทุ่งซะเกือบหมด)

P1012890

สถานีรถไฟของ Toledo ใช้สถาปัตยกรรมแบบเดียวกับตัวเมือง สวยงามดี แต่ก็ไม่มีอะไรเป็นพิเศษ มีร้านกาแฟนิดหน่อยพอได้อาศัย ห้องน้ำอยู่ด้านนอกของตัวอาคารหลัก

P1012889

P1012884

P1012886

รถไฟกลับมาดริด มีชั่วโมงละคันนะครับ วางแผนกันดีๆ แต่จะให้ดีควรซื้อตั๋วล่วงหน้ามาให้เรียบร้อยแหละนะ

P1012883 P1012885

ภูมิศาสตร์เมืองโทเลโด

ตัวเมืองเก่าของโทเลโดก็อยู่ในสภาพเดียวกับเมืองเก่าทั่วโลกคือ กระจุกกันอยู่ตรงใจกลางเมือง โดยมีเขตเมืองใหม่ล้อมรอบ

กรณีของโทเลโดจะพิเศษหน่อยตรงที่มันเป็นเมืองป้อมปราการเก่า สร้างทับกันมาหลายร้อยปี ดังนั้นเขตเมืองเก่าจะอยู่ในเขตกำแพงเมืองก็จริงแต่ข้างในจะมั่วมาก ไม่มีผังเมืองเป็นระเบียบใดๆ และแน่นอนว่าหลงเอาง่ายๆ

ในเพจของ Wikivoyage บอกว่าสิ่งที่ควรทำในโทเลโดคือ Get Lost!

มันชวนหลงจริงๆ นะครับ อันนี้คอนเฟิร์ม ถ้าสามารถพก GPS หรือ Google Maps ติดตัว หาพิกัดดูได้ว่าเราอยู่ตรงไหน จะอุ่นใจได้มาก (ประสบการณ์ซื้อซิมในสเปนเพื่อต่อเน็ตมือถือ)

ทีนี้มาเข้าเรื่อง สถานีรถไฟของโทเลโดจะอยู่นอกตัวเมืองตามภาพ เราจะเข้าไปเที่ยวก็ต้องหาวิธีเข้าไปในเมืองให้ได้ก่อน จากนั้นที่เหลือในเมืองมีทางเดียวคือ "เดิน" เท่านั้น

Tourist Map of Toledo

วิธีการเดินทางจากสถานีรถไฟเข้าเมืองก็มีหลายวิธี เช่น นั่งแท็กซี่ที่จอดอยู่หน้าสถานีรถไฟ หรือนั่งรถบัสเข้าไปยังจัตุรัสกลางเมือง แต่ผม (กับเพื่อนนักข่าวอินโด) ดันเปรี้ยวเลือกวิธีที่ยากลำบากที่สุดนั่นคือ "เดินเข้าไป" (ซึ่งไม่ควรทำเป็นอย่างยิ่งเพราะเมืองมันอยู่บนเนินสูงชัน!)

กลับมาที่รถบัสก่อนครับ รถบัสหมายเลข 5, 22, 61, 62 จะวิ่งจากหน้าสถานีรถไฟไปยังจัตุรัส Zocodover Square ซึ่งเป็นจัตุรัสหลักของเมืองเก่า ป้ายรถเมล์ในเมืองเก่ามีแค่ 2 ป้ายเท่านั้นคือ Zocodover และป้ายที่อยู่อีกฝั่งของเมือง (ซึ่งรถบัสจากป้ายนี้จะไม่กลับไปสถานีรถไฟ) ดังนั้นการเที่ยวในโทเลโดด้วยตัวเอง ขอให้ยึดถือ Zocodover เป็นหลักครับ ค่ารถ 1.4 ยูโรต่อเที่ยว

สถานที่ท่องเที่ยวในโทเลโด หลักๆ แล้วคือจุดที่ทำเครื่องหมายไว้ในแผนที่ข้างต้น อธิบายเบื้องต้นได้ดังนี้

  • Alcazar มันคือปราสาทเก่าของโทเลโด สถานที่ที่พระราชาเคยอาศัยอยู่ ปัจจุบันเป็นพิพิธภัณฑ์ด้านการทหารและประวัติศาสตร์ชาติสเปน
  • Cathedral โบสถ์หลักของเมืองตามสูตรเมืองในยุโรป ใหญ่โตสวยงาม
  • จุดสีชมพูยิบย่อยบนแผนที่ คือ สถานที่ท่องเที่ยวทางศาสนา ซึ่งประกอบด้วย โบสถ์คริสต์ มัสยิดอิสลาม และไซนาก็อกยิว ทุกอย่างเป็นของโบราณมีประวัติศาสตร์ยาวนาน ที่สำคัญคือมันใช้ตั๋วแพ็กเกจร่วมกันได้ 8 ยูโรเข้าได้ทั้งหมด 6 แห่ง ถ้ามีเวลาและขยันเดิน ซื้อแพ็กนี้จะคุ้มค่ามาก (ผมเข้า 5 จาก 6 แห่ง) สามารถซื้อที่เคาเตอร์ขายตั๋วของจุดไหนก็ได้ เค้าจะให้ wristband กระดาษสีชมพูมาคล้องข้อมือเราเป็นสัญลักษณ์ว่าซื้อตั๋วแล้วนะ

P1012647

เดินเข้าเมืองโทเลโด

เนื่องจากผมเลือกวิธีเดินเข้าเมือง ก็มาได้ประสบการณ์ที่ดีไปอีกแบบครับ โชคดีว่าไปถึงแต่เช้าเลยไม่ร้อนมาก (แต่บ่ายๆ นี่โคตรร้อนเลยนะ) ก็พอเดินไหวอยู่

ออกจากสถานีรถไฟให้เลี้ยวขวาแล้วเดินมาเรื่อยๆ จะเห็นวิวของตัวเมืองเก่า อาคารใหญ่ๆ ที่เห็นนั่นคือ Alcazar

P1012625

ข้ามแม่น้ำหนึ่งที

P1012627

เจอวงเวียนต้องข้ามถนนเล็กน้อย จะเจอกำแพงเมืองก็เดินเลียบมาเรื่อยๆ

P1012631

ขึ้นเนินมาแบบแฮ่กๆ ก็จะเจอประตูเมืองเด่นเป็นสง่า เดินเข้าไปเล้ย

P1012632

หลังประตูเมืองเป็นจัตุรัสเล็กๆ มีรูปปั้นจักรพรรดิ

P1012638

เข้ามาในโซนเมืองเก่าก็หน้าตาแบบนี้ครับ อิฐสีเหลืองปนน้ำตาล มันหน้าตาแบบนี้ทั้งเมือง

P1012639

เมืองอยู่บนเขา เราก็ต้องไต่ขึ้นไปเรื่อยๆ

P1012640

วิวสวยงามระหว่างทาง

P1012645

Mezquita Cristo de la Luz

ถ้ามาจากฝั่งประตูเมือง สถานที่ท่องเที่ยวแรกสุดที่เราจะเจอก่อนคือ Mezquita Cristo de la Luz หรือ Mosque Cristo de la Luz เป็นมัสยิดเก่าที่ถูกแปลงเป็นโบสถ์คริสต์ครับ ถือเป็นหนึ่งในหกชุดโบราณสถานของเมืองนี้

มัสยิดอันนี้มันจะหายากนิดนึงเพราะจะอยู่หลบมุมจากถนนเส้นหลักครับ (ตรวจสอบเส้นทางใน Maps ละเอียดให้ดีๆ) จุดสังเกตง่ายๆ คือถ้าเดินตามถนนเส้นเมนมาเรื่อยๆ จะเจอประตูตามภาพซ้าย อย่าเดินเข้าประตูไปแต่ฝั่งขวาของประตูจะมีบันไดตามภาพ เดินขึ้นบันไดไปอีกหน่อยจะเจอมัสยิดเล็กๆ

P1012643 P1012642

หน้าตามัสยิดก็ตามนี้ครับ มีแค่นี้แหละเท่าที่เห็น

P1012654

จุดเด่นของมัสยิดแห่งนี้คือ "ความเก่า" สร้างมาเกิน 1 พันปีแล้ว

P1012650

ร่องรอยโบราณสถาน อันนี้หลังคา

P1012651

ภายใน (ผมดูแล้วเฉยๆ แต่เพื่อนอินโดตื่นเต้นมาก เขาอธิบายว่ามัสยิดนี้ดังมากในโลกของชาวมุสลิม)

P1012652 P1012649

วิวสวยงามจากสวนข้างมัสยิด

P1012655

P1012656

Zocodover Square

จากมัสยิดสามารถเดินตัดเข้ามาในจุดกลางเมืองได้ครับ Zocodover Square หน้าตาแบบนี้

P1012879

จุดนัดพบกันก็ McDonald's ง่ายดีทุกคนเข้าใจตรงกัน

P1012665

ป้ายรถเมล์ก็อยู่ตรงข้ามกับ McDonald's นี่ล่ะครับ ข้ามถนนไปอีกฝั่ง (เป็นร้านขนมชื่อดังชื่อ Santo Tome) เพื่อขึ้นรถเมล์กลับไปยังสถานีรถไฟได้เลย

P1012880

P1012664

พวกร้านค้าทันสมัยจะอยู่แถวๆ นี้ทั้งหมด คนเดินส่วนใหญ่ก็ทัวริสต์ทั้งนั้นแหละ

P1012662

ผมแวะกินข้าวเที่ยงที่นี่ครับ ร้าน Cafe & Te เคยเขียนไปแล้วในตอน อาหารการกินในสเปน

ตรงนี้มีเรื่องเล่านิดนึงคือจริงๆ ไม่ได้อยากกินอาหารที่เป็นเชน แถมดูรายชื่อร้านอาหารในโทเลโดมาแล้วด้วย แต่ว่าเราหิวเร็ว เที่ยงก็อยากกินข้าวแล้ว ร้านอาหารที่ไปกินดันเปิดบริการครัวบ่ายโมงตรงตามแนวทางสเปนดั้งเดิม (ไปตอนเที่ยงจะมีแต่สแน็คหรือ Tapas) เลยต้องกลับมากิน Cafe & Te ที่ Zocodover ในที่สุด (ร้านอยู่ติดกับ McDonald's เลยครับ)

Cafe & Te

Alcazar

เดินเลยจากจัตุรัส Zocodover ไปนิดเดียวจะเป็น Alcazar อดีตพระราชวังของโทเลโด ที่เห็นสูงเด่นเป็นสง่าเวลามองมาจากนอกเมือง

P1012666

ปัจจุบันมันกลายร่างเป็นพิพิธภัณฑ์ด้านการสงคราม การทหาร และประวัติศาสตร์ของชาติสเปนไปแล้ว ใช้ชื่อว่า Museo Del Ejercito ค่าตั๋ว 5 ยูโร

ใครชอบประวัติศาสตร์ ทหาร-สงคราม-อาวุธ-อัศวินยุคกลาง แนะนำให้มาเที่ยวที่นี่ครับ ของดูเยอะมาก ควรใช้เวลาขั้นต่ำราว 2 ชม. (ผมแยกกับเพื่อนอินโดแล้วนัดกันแบบไม่มีมือถือโทรเรียก เลยต้องรีบเดินเพื่อให้กลับไปทันตามนัด เสียดายที่ต้องดูแบบผ่านๆ)

P1012667

อาคารพิพิธภัณฑ์ที่สร้างขึ้นใหม่นั้นสร้าง "ครอบ" กำแพงเมืองเก่าที่สร้างทับๆ กันหลายยุคหลายสมัย ย้อนไปได้ถึงสมัยโรมันเลยนะ

P1012671

ประวัติศาสตร์ของ Alcazar

P1012672

อาคารแห่งนี้สร้างเพิ่มเรื่อยๆ จากเดิมเป็นป้อมธรรมดาก็มีโน่นนี่งอกเข้ามา โดนไฟไหม้บ้าง โดนถล่มบ้าง

P1012673

ตอนสงครามกลางเมืองสเปน (1939-1941) ที่นี่โดนถล่มเละเพราะเป็นสมรภูมิด้วย ตอนหลังก็ฟื้นฟูกลับมา

P1012674

เข้าสู่ส่วนของประวัติศาสตร์การทหาร ก็มีพวกยูนิฟอร์ม เครื่องแบบของทหารสเปนในยุคสมัยต่างๆ (Alcazar เคยถูกใช้เป็นโรงเรียนนายร้อยอยู่ช่วงหนึ่ง ในสมัยรีพับลิก)

P1012676

P1012677

P1012678

P1012682

ชุดผ้าโพกหัวนั่นเป็นเครื่องแบบสำหรับกองร้อยที่รบในทะเลทรายครับ

P1012683

ต่อมาก็เป็นห้องเก็บอาวุธของอาณาจักรมิดแลนด์ เอ้ย ไม่ใช่ละ แมวพิมพ์ เป็นห้องเก็บอาวุธในอดีต

P1012685

P1012688

P1012687

P1012686

เห็นม้าแบบนี้แล้วนึกถึงพี่อัศวินกะโหลกมากๆ

P1012684

นอกจากเสื้อเกราะก็มีพวกปืน ทั้งสั้นและยาว

P1012689

สมัยก่อนเขาไม่เล่นกันหรอก พลาโมน่ะ

P1012691

ตราสัญลักษณ์ของอัศวิน ที่ทำเป็นแผ่นทอง

P1012693

ของเล่นของพวกเจ้าชาย คุณชาย ท่านลอร์ดน้อยในอดีต

P1012696

P1012698

Diorama ในยุคกลาง

P1012699

โถงกลางของพระราชวังครับ วันที่ไปเขามีจัดงานกันพอดี

P1012701

P1012703

นกอินทรีสองหัว สัญลักษณ์ของอาณาจักรโรมันอันศักดิ์สิทธิ์ ที่มีความเกี่ยวดองกับราชวงศ์สเปนอยู่ช่วงหนึ่ง (เจ้ายุโรปก็ปนๆ กันหมดนั่นแล)

P1012704

ประวัติศาสตร์ราชวงศ์สเปนช่วงต่างๆ อันนี้มีเวลาดูน้อยมากๆ น่าเสียดาย

P1012708

P1012712

P1012711

P1012706

P1012724

มีช่วงที่ฝ่ายเสรีนิยม หรือ รีพับลิกขึ้นมามีอำนาจ

P1012725

ราชวงศ์สเปนเคยปกครองอาณาจักรบางแห่งในพื้นที่อิตาลีปัจจุบันอยู่บางช่วงด้วย (ผ่านการสืบสายเลือดที่ดองกัน)

P1012713

สมัยอาณานิคม ครองไปค่อนอเมริกา

P1012715

บรรยากาศภายใน Alcazar

P1012729

Cathedral of Toledo

จากจัตุรัส Zocodover เดินย้อนมาอีกทางที่ไม่ใช่ Alcazar จะเป็นทางเดินไปยังโบสถ์หลักของเมืองโทเลโด มียอดวิหารให้เห็นเด่นแต่ไกล เดินเข้าไปสักนิดจะเจอเวิ้งเล็กๆ เห็นทางเข้าไปโบสถ์อยู่ ตรงนี้เข้าไม่ได้นะครับ มันเป็นด้านหลัง ต้องเดินอ้อมไปด้านหน้าอีกทีหนึ่ง (เส้นทางชวนหลงมาก)

P1012739 P1012740

เดินมาผิดทางแล้วต้องเดินกลับครับ อ้อมกำแพงโบสถ์ไป

P1012742 P1012743

มาถึงหน้าโบสถ์ได้แล้ว

P1012745

โบสถ์ต้องจ่ายค่าเข้าครับ เนื่องจากเวลามีน้อยเลยไม่ได้เข้าโบสถ์นี้ ดูแต่ข้างนอกอย่างเดียว (ที่ขายตั๋วอยู่ตรงข้ามกับประตูโบสถ์นะ)

P1012748

อีกด้านของโบสถ์เป็นจัตุรัสเล็กๆ มีสวนด้วย

P1012749

P1012754

มุมตรงนี้จะสามารถหันกลับมาถ่ายโบสถ์ได้แบบเต็มๆ (คือโบสถ์มันอยู่กลางเมืองเก่า ล้อมไปด้วยตึก หามุมถ่ายรูปแบบเห็นครบๆ ยากมาก)

P1012755 P1012756

ถ่ายแนวนอนได้ไม่ครบ ขอเป็นแนวเฉียงละกันครับ

P1012757

Iglesia de Santo Tomé

เดินตรงจากโบสถ์มาเรื่อยๆ จะเป็นส่วนของเมืองเก่าจริงๆ โดยมีสถานที่ทางศาสนาสำคัญหลายแห่ง (ใช้ตั๋ว 8 ยูโรแบบ wristband เข้าได้หมด) จุดแรกสุดเป็น Jewish Quater หรือถิ่นที่อยู่อาศัยของคนยิว มีโบสถ์และไซนาก็อกซุกซ่อนอยู่มาก

The Jewish Quarter Toledo

สถานที่สำคัญที่ไม่ควรพลาดคือ Iglesia de Santo Tomé หรือโบสถ์ Santo Tome ที่นี่มีภาพเขียนสำคัญของ El Greco อยู่ด้วย ถือเป็นไฮไลท์ของโทเลโดที่ควรมาดู (ถ้าซื้อตั๋วแบบ 8 ยูโรแล้วก็เข้ามาให้คุ้มค่าตั๋วครับ แต่ถ้าไม่รู้จัก El Greco มาก่อน ก็อาจไม่คุ้มเสียเงินเข้าแบบจ่ายแยกรายสถานที่เท่าไร ส่วนใหญ่ประมาณ 1-2 ยูโร)

ต้องเล่าเรื่องของ El Greco สักนิดว่าเขาเป็นจิตรกรชาวกรีกที่ชื่อจริงๆ ว่า Doménikos Theotokópoulos เกิดที่เกาะครีต แล้วย้ายมาอยู่ที่โทเลโดจนเสียชีวิตที่นี่ คนแถวนี้เลยเรียกเขาว่า El Greco หรือ "คนกรีก" นั่นเอง

ภาพของ El Greco ส่วนใหญ่เกี่ยวกับศาสนาคริสต์ ซึ่งภาพสำคัญที่อยู่ที่โบสถ์แห่งนี้ชื่อ The Burial of the Count of Orgaz หรืองานศพของขุนนางคนหนึ่งในโทเลโด โดยมีเทวดาและนักบุญมาช่วยส่งขึ้นสวรรค์ด้วย ตัวภาพเขียนกับฝาผนัง ห้ามถ่ายรูป ดูภาพกันเองตามลิงก์ใน Wiki นะครับ

จบส่วนของการเกริ่นแล้วก็มาแนะนำสถานที่ครับ ตัวโบสถ์ Santo Tome จะหายากนิดนึง (ผมเดินวนหลงอยู่สองรอบ) คือโบสถ์นี้จะหันด้านหลังให้ ถ้าเดินมาจาก Cathedral of Toledo จะต้องเดินเข้าตรอกเล็กๆ อ้อมมาก่อน หน้าตาทางเข้าเป็นดังภาพ

P1012759

ส่วนอื่นในโบสถ์ไม่มีอะไรพิเศษ เรียกง่ายๆ ว่ามันดังเพราะภาพเขียนของ El Greco เนี่ยแหละ

ตรงหน้าโบสถ์ Santo Tome จะมีป้ายรถเมล์อีกป้ายหนึ่งของเขตเมืองเก่า (ในเมืองเก่ามีแค่สองป้ายเท่านั้น) สามารถขึ้นรถกลับไปยังจัตุรัส Zocodover เพื่อต่อรถสายอื่นๆ กลับไปยังสถานีรถไฟได้ด้วย (เหตุที่มีรถเมล์น้อยเป็นเพราะถนนมันแคบสุดๆ ตามสไตล์เมืองเก่าครับ)

หน้าโบสถ์ยังเป็นทางเข้าไปยังโซนของ Jewish Quater ซึ่งก็มีเอกลักษณ์ของชาวยิวหลายอย่าง เช่น ที่พื้นจะมีสัญลักษณ์ของชาวยิวแปะเอาไว้เรื่อยๆ

P1012765

โซนขายของนักท่องเที่ยวก็เยอะอยู่

P1012761

ไม่ได้มีเฉพาะของเก่า เพราะของใหม่ๆ อย่างแม็กเน็ตหรือโปสการ์ดนักบอลก็มีขาย (ประเทศนี้มันมีแค่สองทีมสินะ)

P1012762 P1012763

ป้ายบอกทาง และถนนหนทางใน Jewish Quater

P1012766 P1012764

เดินทะลุ Jewish Quater มาจะถึงฝั่งเมืองอีกข้างครับ สามารถดูวิวของเขาฝั่งตรงข้ามด้วย (ฝั่งนี้ไม่ค่อยมีอะไรให้ดูนะ)

P1012767

Sinagoga de Santa María La Blanca

บริเวณ Jewish Quater มีสถานที่สำคัญอีกแห่งคือ ไซนาก็อก Sinagoga de Santa María La Blanca สถานที่ทางศาสนาของพวกยิวที่ยังหลงเหลืออยู่ (และไม่โดนแปลงไปเป็นโบสถ์คริสต์) จะซ่อนอยู่ในกำแพงหน้าตาดังภาพ

ไซนาก็อกแห่งนี้ถือเป็น 1 ใน 3 แห่งที่ยังหลงเหลืออยู่ในโทเลโด เพราะเดิมทีโทเลโดมี 3 ศาสนาคือ คริสต์ มุสลิม ยิว แต่ภายหลังพอคริสต์เรืองอำนาจก็ขับไล่มุสลิมกับยิวออกไป (หรือไม่ก็บังคับให้เปลี่ยนศาสนา)

P1012770

ผมไปเที่ยวไซนาก็อกมาหลายแห่ง ได้ข้อสรุปว่าไม่ค่อยมีอะไรให้ดูนัก เพราะไม่มีรูปเคารพให้เป็นสัญลักษณ์ แถมชาวยิวไม่ค่อยเน้นการตกแต่งแบบทรงเครื่อง ก็ได้แต่ดูสถาปัตยกรรมหรือความเก่าแก่ของอาคารเป็นหลัก

P1012773

P1012775

วันที่ไปโชคดีนิดหน่อย มีนิทรรศการภาพเขียนของศิลปินชาวยิวพอดี ก็เลยได้ดูๆ บ้างพอแก้เบื่อ

P1012774

โดยสรุปแล้ว ไซนาก็อกนี้ไม่ต้องมาก็ได้ แต่ถ้าซื้อตั๋ว 8 ยูโรแล้วจะเอาให้คุ้มก็แวะมาดูหน่อย เพราะอยู่ในทางผ่านที่จะไปโบสถ์อันต่อไป

Monasterio de San Juan de los Reyes

เดินต่อตามถนนใหญ่เส้นเดียวกับไซนาก็อกมาเรื่อยๆ จะถึงสถานที่สำคัญอีกแห่งของเมืองคือ Monasterio de San Juan de los Reyes (ถ้าเดินมาจากฝั่งไซนาก็อก จะมีหน้าตาดังภาพ)

P1012779

"พระอาราม" (monastery) แห่งนี้มีความเป็นมายิ่งใหญ่อยู่พอตัวครับ เพราะสร้างโดย "พระราชา-พระราชินี" คู่แรกของ "ราชอาณาจักรสเปน" ในคริสตศตวรรษที่ 15

ที่ต้องเรียกว่า "ราชอาณาจักรสเปน" เพราะก่อนหน้านั้นไม่เคยมีประเทศสเปนอยู่ มีแต่แคว้นย่อยๆ แยกกันอยู่อย่างอิสระ จนกระทั่งวันหนึ่ง เจ้าชายและเจ้าหญิงแห่งแคว้นที่ใหญ่ที่สุดสองแคว้นคือ Castile กับ Aragon ก็มาแต่งงานกันเอง ทำให้สเปนรวมเป็นหนึ่งได้สำเร็จ

พระราชาคือ King Ferdinand มาจากแคว้น Aragon ส่วนพระราชินีคือ Isabella มาจาก Castille โดยทั้งคู่มักถูกเรียกว่า Catholic Monarchs หรือ Catholic King and Queen ถือเป็นจุดเริ่มต้นของยุคทองของสเปน (Isabella คนนี้แหละที่อยู่ในเกม Civilization V)

อารามแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นตามคำสั่งของ Catholic Monarchs เพื่อเป็นอนุสาวรีย์ที่รบชนะกองทัพโปรตุเกส และคาดว่าแผนการเดิมจะใช้เป็นที่ฝังศพของทั้งคู่ด้วย (แต่สุดท้ายไปฝังที่ Granada แทน) รายละเอียดดูได้จากเว็บไซต์ของโบสถ์

อารามนี้มี 2 ปีกครับ ทางเข้าจะต้องเดินลงบันไดไปจากระดับของถนน เข้าไปก็โชว์ตั๋ว wristband ให้เจ้าหน้าที่ดูได้เลย

P1012780

เข้าไปจะเจอกับปีกที่อยู่อาศัยก่อน เป็นอาคารทรงจัตุรัสมีสวนตรงกลาง สวนสวย เงียบ บรรยากาศดีมาก

P1012812

P1012818

P1012783

P1012825

P1012817

ฝั่งพระอารามที่พักมี 2 ชั้น เป็นจุดที่ผมชอบมากแห่งหนึ่งในโทเลโด

P1012820 P1012823 P1012819 P1012814 P1012809 P1012805

อีกปีกหนึ่งเป็นโบสถ์ครับ มีชั้นเดียวแต่หลังคาสูงเท่ากับ 2 ชั้น สถาปัตยกรรมสวยงามดี แต่ไม่มีอะไรโดดเด่นมาก

P1012804 P1012799 P1012801 P1012800

P1012796

ด้านนอกของพระอาราม ฝั่งโบสถ์

P1012834

P1012833

วิวตรงนี้จะเห็นเมืองโทเลโดอีกฝั่งหนึ่ง ข้ามแม่น้ำไปอีกทาง ดูสภาพภูมิประเทศเป็นแนวแห้งแล้งแบบนี้ล่ะ

P1012832

อีกเรื่องที่ลืมเขียนไปคือ สิ่งที่หายากมากในโทเลโดคือ "ห้องน้ำ" ครับ เพราะเป็นเมืองเก่าเลยแทบไม่มีห้องน้ำสาธารณะ และสถานที่ท่องเที่ยวเชิงศาสนาทั้งหลายแทบไม่มีห้องน้ำอยู่แล้วเป็นปกติ ดังนั้นถ้าปวดฉี่ก็ไม่มีทางเลือกนอกจากไปเข้าตามร้านอาหาร ซึ่งก็ต้องสั่งอาหารหรือน้ำด้วยนิดหน่อย (ช่วงบ่ายๆ มันร้อนมาก ผมก็ถือโอกาสนั่งกินโค้กเย็นๆ + เข้าห้องน้ำด้วยเลย)

P1012838

เสร็จจากจุดนี้แล้วก็ได้เวลาเดินกลับเข้าไปกลางเมืองครับ แวะไปยังโบสถ์แห่งสุดท้ายในทริปนี้ เราก็ซอกแซกตามแผนที่ Google Maps กลับไปยังกลางเมือง (ถ้าไม่มี GPS นี่รับรองหลงแน่นอน)

P1012839

โทเลโดเป็นเมืองที่มีมหาวิทยาลัยอยู่กลางเมืองครับ เราจะเห็นวัยรุ่นหนุ่มสาวเดินถือตำราอยู่กลางๆ เมือง แต่ไม่ใช่โซนที่ทัวริสต์ไปเที่ยวสักเท่าไร รั้วของมหาวิทยาลัยหน้าตาแบบนี้ล่ะ

P1012845

สัญลักษณ์ของชาวยิวในโซนกลางๆ เมือง

P1012841

ซอกซอยต่างๆ ชวนให้ลงเสียเหลือเกิน

P1012842 P1012840

Iglesia de los Jesuitas

โบสถ์แห่งสุดท้ายในทริปนี้ของผมครับ อยู่ใกล้กับมหาวิทยาลัยแห่งโทเลโดมาก หน้าตาเป็นดังภาพ (กำลังซ่อมอยู่)

P1012846 P1012848

จุดเด่นของที่นี่คือ "ความสูง" ครับ ถือเป็นสิ่งปลูกสร้างที่สูงที่สุดของเมืองโทเลโด เราสามารถเดินขึ้นหอคอยเพื่อไปดูวิวโทเลโดจากมุมสูงได้ (เสียค่าเข้าแต่อยู่ในแพกเกจ 8 ยูโรนะ)

P1012847 P1012850

บันไดทางขึ้นหอคอยจะอยู่มุมหลังซ้ายของโบสถ์ (คนเก็บตั๋วจะบอกเรา) จากนั้นเราต้องเดินอ้อมมาที่มุขชั้น 2 ฝั่งด้านหน้าของโบสถ์ เพื่อเดินไต่บันได้ขึ้นไปบนหอคอย ความสูงรวมๆ แล้วน่าจะประมาณตึก 5-6 ชั้นของบ้านเรา มันไม่ได้ปีนกันรวดเดียวเลยไม่เหนือยมากนัก

P1012867

ช่วงที่ผมไปไม่มีนักท่องเที่ยวอื่นๆ สักเท่าไร เดินขึ้นบันไดในโบสถ์เก่าๆ เงียบๆ คนเดียวก็เริ่มหลอนครับ แต่พอกำลังหลอนได้ที่ ความกลัวก็มลายหายไปเพราะเจอกับ "ตู้โค้ก" อยู่บนหอคอยโบสถ์เนี่ยแหละ (เอาไว้ให้คนไต่หอคอยแล้วเหนื่อยได้พักกินน้ำ) พอเจออารยธรรมทุนนิยมแบบนี้เข้าก็เดินสบายใจละ

P1012854 P1012855

ไต่ไปสักพักก็จะถึงหอคอยฝั่งซ้ายมือของโบสถ์ (ถ้าหันหน้าเข้าหาโบสถ์) ทางเดินจะเป็นวันเวย์ ขึ้นซ้ายลงขวา ไม่มีชนกันแน่นอน ระหว่างหอคอยสองอันมีทางเดินแคบๆ ซึ่งเป็นจุดชมวิวสำคัญของโทเลโดครับ (มีรั้วกั้นสูงเท่าอก ไม่มีตกแน่นอน แต่มันแคบก็ต้องเดินเบียดกันหน่อยถ้าเจอนักท่องเที่ยวคนอื่นๆ ด้วย)

P1012863

วิวสวยงามของโทเลโดครับ Alcazar กับ Cathedral เด่นเป็นสง่า ท่ามกลางกลิ่นอายเมืองโบราณยุคกลาง

Toledo Skyline

หันมาทางขวาจากรูปข้างบน ไม่แน่ใจว่าอาคารสูงที่ฝั่งขวาคืออะไรเหมือนกันนะครับ

P1012862

เดินลงไปสู่พื้นดิน ระหว่างทางมีช่องหน้าต่าง (พร้อมตะแกรงกันตก) ให้ดูวิวอีกเช่นกัน

P1012864 P1012868

การท่องเที่ยวในโทเลโดก็จบแค่นี้ครับ ได้เวลากลับไปยัง Zocodover Square เพื่อนั่งรถบัสกลับไปยังสถานีรถไฟ

P1012871 P1012876

รถบัสที่นั่งกลับไปยังสถานีรถไฟ ให้ขึ้นฝั่งตรงข้าม McDonald's ตรงหน้าร้าน Santo Tome Mazapan (ถ้ามาช่วงเวลากลางวัน ก็มีทัวริสต์ถือกระเป๋าเดินทางรอขึ้นรถบัสกันเยอะ ไม่หลงแน่นอน)

Santo Tome Mazapan

สายที่มาบ่อยหน่อยคือเบอร์ 5 และ 22 สามารถจ่ายเงินกับคนขับได้เลย 1.4 ยูโร รถบัสจะวนอ้อมไปที่สถานีรถทัวร์ของโทเลโดก่อน (ไม่ต้องตกใจ) แล้วค่อยวนไปยังสถานีรถไฟ โดยจะจอดฝั่งตรงข้ามของสถานีรถไฟให้เราเดินข้ามถนนนั่นเอง

ที่สถานีรถไฟมีคาเฟ่เล็กๆ พอได้กินน้ำกินขนมถ้าไปถึงเร็วครับ

เรื่องราวของโทเลโดของผมก็จบลงแค่นี้ ถ้าให้แนะนำ สถานที่ที่ควรไปคือ

  • Alcazar ให้เวลากับพิพิธภัณฑ์สักหน่อย
  • Cathedral ก็ควรเข้าไปดูถ้ามีเวลา มีงานเขียนสำคัญหลายชิ้น (เสียดายอันนี้ผมไม่ได้เข้า)
  • Iglesia de Santo Tome ควรดูเพราะถือเป็นภาพวาดที่ดังที่สุดของ El Greco
  • Monasterio de San Juan de Los Reyes อันนี้สวยมาก ชอบ
  • Iglesia de los Jesuitas ชมวิว

ถ้าซื้อตั๋วแบบ 8 ยูโร ก็ควรเข้าอย่างน้อย 4 แห่ง (จากทั้งหมด 6 แห่ง) ให้คุ้มค่าตั๋ว แต่ถ้าเวลาน้อยหรือไม่อินกับโบราณสถาน ซื้อตั๋วแยกเองจะคุ้มกว่า ถ้าให้ช่วยเลือกก็ควรไปที่ Iglesia de los Jesuitas ก่อนเพราะมีวิวสวยและอยู่กลางเมือง ส่วน Monasterio de San Juan de Los Reyes ต้องเดินออกไปไกลพอสมควร ก็ควรพิจารณาเรื่องเวลาประกอบด้วยนะครับ

Keyword