ประสบการณ์เที่ยวสเปน - 4 วันในมาดริด

มาอยู่มาดริดได้ 4 วันแล้ว (เดี๋ยวจะไปที่อื่นต่อ) ถือเป็นครั้งแรกที่ได้มาสเปน จดบันทึกประสบการณ์ไว้สักหน่อยครับ

วีซ่า

เขียนไปแล้ว ประสบการณ์ขอวีซ่าสเปน

Puerta Del Sol

การเดินทางไปสเปน

  • ถ้ามาแค่มาดริดเมืองเดียว หรือว่าไปกลับที่มาดริด การบินไทยมีไฟลท์บินตรงกรุงเทพมาดริดสำหรับคนขี้เกียจรอ
  • แต่กรณีของข้าพเจ้าอยากไปเที่ยวเมืองอื่นๆ ด้วย ไหนๆ ก็มาแล้วขอไปเหยียบบาร์เซโลนากับเขาบ้าง เจ้าภาพเลยขอให้เลือกสายการบินเดียวกันตลอด ดังนั้นแปลว่ายังไงก็ต้องทรานสิท
  • ทรานสิทที่ไหนดี? เส้นทางบินที่ตรงไปตรงมาที่สุดสำหรับคนไทยคือทรานสิทแถวๆ ตะวันออกกลาง ซึ่งก็มี 2 ทางเลือกเท่านั้นแหละคือ Emirates กับ Qatar เรื่องของเที่ยวบินและเวลารอไม่หนีกันมาก รอบนี้ผมเลือก Emirates ด้วยเหตุผลว่าเพิ่งบิน Qatar มาแถมสนามบินของ Emirates ใหญ่กว่ามาก (Qatar กำลังสร้างสนามบินใหม่อยู่) ถามเพื่อนนักข่าวอินโดก็บอกว่าบิน Emirates เหมือนกัน

สภาพอากาศ

มาช่วงหน้าร้อนของฝรั่งก็ร้อนจับใจ (แต่มันจะร้อนแห้งๆ นะครับไม่ร้อนชื้นแบบเมืองไทย ต้องทาโลชั่น-ลิปมันทุกวันแม้ว่ามันจะร้อนก็ตาม) อุณภูมิกลางวัน 30 นิดๆ ส่วนกลางคืนช่วงเกือบเช้าก็หนาวใช่เล่น 10 กว่าเท่านั้น

การแต่งกายก็ใส่เสื้อตัวเดียวเดินได้ตามสบาย หนุ่มสเปนบางคนก็ใส่กางเกงขาสั้นเดินร่อน ส่วนสาวสเปนยิ่งแล้วใหญ่ สาวทั่วไปใส่เสื้อกล้ามและกางเกง "สั้นเสมอหู" ส่วนพวกยืนตามต้นไม้หรือเสาไฟฟ้า "สั้นเหนือหู" น่ากลัวยิ่งนัก

ภาษา

คนที่นี่ (มาดริดเมืองเดียวนะ) พูดภาษาสเปนล้วนครับ พูดอังกฤษได้น้อยมากจนน่าตกใจแม้ว่าในแหล่งท่องเที่ยวกลางเมืองก็ตาม บางครั้งพูดได้น้อยจนน่าหงุดหงิดแบบว่าสั่งข้าวลำบาก เมนูอาหารมีภาษาอังกฤษเฉพาะในแหล่งท่องเที่ยวเท่านั้น ส่วนตามโรงแรมหรือสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญๆ เจ้าหน้าที่ส่วนใหญ่พูดกันได้ สื่อสารพื้นฐานได้

ตัวภาษาเขียนนั้นเป็นภาษาตระกูลละตินที่ "พอเดาความหมายได้บ้าง" จากรากศัพท์ เช่น sol = พระอาทิตย์, palacio = พระราชวัง เป็นต้น

ตัวอักษรภาษาสเปนที่ออกเสียงต่างจากภาษาอังกฤษ ที่เจอก็คือ

  • j ออกเสียงเป็น k (เช่น สนามบิน Barajas ออกเสียงว่า "บาราคัส")
  • v ออกเสียงเป็น b (เช่น ถนน Grand Via ออกเสียงว่า "แกรนด์เบีย")

Madrid Metro - Callao

การเดินทางภายในมาดริด

ผมเลี่ยงการเดินทางด้วยรถบัสเพราะไม่รู้จักหน้าตาสถานที่และอาจจะนั่งเลยป้ายได้ ดังนั้นเลือกการเดินทางระบบรางที่มีป้ายชัดเจนจะดีกว่า

การเดินทางระบบรางในมาดริดมี 3 แบบคือ

  • Metro รถไฟใต้ดิน
  • Cercanias รถไฟชานเมือง ใช้ตั๋วคนละแบบกับ Metro แต่แชร์บางสถานีร่วมกัน
  • Renfe รถไฟระหว่างเมือง แนวเดียวกับ รฟท.

ระบบรถใต้ดินของมาดริดเหมือนกับลอนดอนมาก ทั้งหน้าตาและสีสัน ใครเคยผ่านลอนดอนมาแล้วมาเจอมาดริดก็ง่ายมาก จุดที่รถใต้ดินของมาดริดต่างไปคือ

  • ภายในรถใต้ดินสายหนึ่งๆ จะติดแผนผังสถานีของสายอื่นๆ ไว้ให้ดูเป็นข้อมูลด้วย ผลก็คือตอนขึ้นช่วงแรกๆ เราจะรู้สึกว่าขึ้นผิดสายนั่นเองครับ ทางออกคืออย่าไปสนใจข้อมูลภายในรถ ให้ดูที่สถานีเป็นหลักว่าตอนนั้นเราอยู่ตรงชานชาลาสายไหน
  • ประตูของตู้รถไฟในมาดริดต้องกดปุ่มเพื่อเปิดด้วย (บางสายเป็นคันโยกแทน) ผมเกือบลงเลยป้ายเพราะลืมกดปุ่มมารอบหนึ่งแล้ว

โดยรวมแล้วรถใต้ดินของมาดริดสะอาด ปลอดภัย ค่อนข้างใหม่เมื่อเทียบกับลอนดอน แต่เส้นทางการเดินรถจะแปลกๆ มีโอกาสต้องต่อรถกันหลายรอบหน่อย

ตั๋วรถใต้ดินของมาดริดเป็นตั๋วกระดาษใบเล็กๆ ราคาเที่ยวละ 1.5-2 ยูโร ตั๋วใช้เฉพาะตอนเข้าสถานีโดยสอดตั๋วเข้าเครื่องแล้วรอรับตรงอีกรูหนึ่ง ก่อนประตูจะเปิดออก ขาออกเดินผลักที่กั้นออกมาได้เลย

อ่านข้อมูลผ่านๆ เห็นว่าถ้านั่งไปสนามบิน Barajas จะต้องเสียค่าธรรมเนียมการออกป้ายตรงสนามบินเพิ่มเติมด้วย อันนี้ผมไม่ได้ลองเพราะตอนเข้าเมืองนั่งรถบัสมาแทน (จะกล่าวต่อไป)

Madrid Tourist Ticket

สำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องเดินทางเยอะๆ มีทางเลือกในการซื้อตั๋วราคาประหยัด ดังนี้

  • ตั๋วแบบ 10 เที่ยว ราคาประมาณ 18 ยูโร หารออกมาแล้วอยู่ที่ 1.8 ยูโรจะถูกกว่าซื้อตั๋วแยกทีละใบอยู่นิดหน่อย
  • ตํ่วเหมาไม่จำกัดเที่ยว มีให้เลือกตามจำนวนวันที่ต้องการ เช่น 1-3-5-7 วัน ราคาก็ตามภาพ (กรณีของผมเจ้าภาพมีขายตั๋วลดราคาพิเศษเฉพาะในงานสัมมนาด้วย ถือว่าโชคดีไปครับ)
  • ตั๋ว Madrid Pass รวมค่าเข้าสถานที่ท่องเที่ยวดังๆ ในมาดริดบางส่วน แถมในสถานที่ท่องเที่ยวบางแห่งมีทางเข้าพิเศษสำหรับคนถือ Madrid Pass ไม่ต้องต่อคิวรวมกับทัวริสต์ทั่วไปด้วย เหมาะสำหรับคนตั้งใจมาเที่ยวอย่างจริงๆ จังๆ ครับ (มาทำงานแล้วเที่ยวแถมแบบเราคงไม่คุ้ม)

การเดินทางจากสนามบินเข้าเมือง

ถ้ามาเดี่ยวๆ ไม่มีเจ้าภาพมารับแบบเรา ก็มีวิธีเดินทางจากสนามบิน Barajas มาเข้าเมืองได้หลายแบบ เช่น

  • รถใต้ดิน Metro
  • รถไฟ Cercanias
  • รถประจำทาง
  • รถบัสรับส่งสนามบิน (Airport Bus)
  • แท็กซี่ตามมาตรฐานทั่วไป

วิธีไหนเวิร์คสุดขึ้นกับว่าโรงแรมของเราอยู่แถวไหนเป็นหลัก

กรณีของรถไฟใต้ดินถูกและเร็ว แต่จะยากหน่อยเพราะรถสายที่ไปสนามบิน (มีสายเดียวคือสาย 8 สีชมพู) จะวิ่งมาสุดทางที่สถานี Nuevos Ministerios เท่านั้น (เทียบได้ประมาณหมอชิตบ้านเรา) ดังนั้นมีโอกาสสูงมากที่จะต้อง "ต่อรถ" (อาจมากถึงสามสาย ไม่ใช่แค่สอง) ซึ่งถ้ามีสัมภาระเยอะก็คงไม่สะดวก

กรณีของผมมารอบนี้นอนโรงแรมที่อยู่ใกล้สถานีรถไฟหลักของเมือง Atocha Renfe ซึ่งเป็นป้ายสุดท้ายของรถบัสสนามบิน (airport bus หรือ Madrid Express) พอดี คิดในแง่การขนย้ายกระเป๋าแล้วจึงง่ายกว่าเดินทางด้วยรถไฟใต้ดิน (ราคารวมเท่ากันที่ประมาณ 5 ยูโร)

รถบัส Airport Express ออกทุกประมาณ 15-20 นาที มีบริการทั้งวันตั้งแต่เช้ายันมืด จุดขึ้นรถอยู่ที่หน้าเทอร์มินัล 4 (ถ้าเป็นไฟลท์ระหว่างประเทศส่วนใหญ่เป็น T4) เดินออกมาจากประตูผู้โดยสาร มองหาป้ายคำว่า Bus พอออกมาจากตึกแล้วข้ามถนนเล็กๆ หน้าตึกหนึ่งที เลี้ยวขวามาหน่อยจะเห็นป้าย Aerobus สีเหลืองชัดเจน

Aerobus มีคนขึ้นเยอะน้อย แปรผันตามเวลา ในรถมีรางให้วางกระเป๋าเดินทาง แต่ก็มีที่นั่งบนรถน้อยตามไปด้วย (ต้องชิงจังหวะดีๆ) การเดินทางเข้าเมืองใช้เวลาประมาณ 40-50 นาทีแล้วแต่สภาพจราจรครับ รายละเอียดดูได้จาก Madrid Aerobus

Grand Via Street Madrid

เวลาทำการ

สเปนเป็นประเทศนอนดึกตื่นสายครับ ถ้าคิดสูตรง่ายๆ คืออะไรที่เวลาเมืองไทย (หรือสากล) มันเมคเซนส์ในการทำเรื่องอะไรสักอย่าง ให้บวกไปสองชั่วโมงจะได้เวลาที่ควรทำสิ่งนั้นในสเปน เช่น

  • ข้าวเช้า เขากินกัน 9 โมง
  • ข้าวเที่ยง บางร้านเริ่มขายกันบ่ายโมง ไปเร็วกว่านั้นยังไม่ขาย
  • ข้าวเย็น ทุ่มนึงนี่เร็วมากแล้ว ปกติกินกันสามทุ่ม
  • ผับบาร์ เริ่มเปิดกันห้าทุ่มเที่ยงคืน

อย่างไรก็ดี สถานที่ท่องเที่ยว โรงแรม รถไฟใต้ดิน พวกนี้เปิดให้บริการตามเวลาสากลโลก สรุปว่าการใช้ชีวิตทั่วไปพอได้ แต่ถ้าจะกินหรือซื้อของ ต้องมีสติคำนวณเวลาหน่อย

ห้างร้านบางแห่งจะมีช่วง "หยุดเย็น" ประมาณ 2-4 หรือ 3-5 โมงก่อนจะมาเปิดร้านใหม่อีกครั้ง (บางร้านอาจเปิดถึง 3-5 ทุ่ม) ช่วงนี้ตามถนนหนทางจะโล่งๆ ก่อนที่คนจะเริ่มออกมาเดินกันพลุกพล่านราว 5-6 โมงเย็น (กลับกันกับยุโรปตอนกลางที่ 6 โมงก็ปิดร้านกันหมดแล้ว)

Keyword