เพชรพระอุมา ภาคสมบูรณ์

และแล้วชีวิตนี้ก็อ่าน "เพชรพระอุมา" จนจบครับ (หมดไปอีกเรื่องหนึ่งนะ) ผมอ่านภาคแรกกับภาคสองทิ้งช่วงกันห่างพอสมควร (ด้วยเหตุผลเรื่องเวลาและอีกหลายๆ อย่าง) ซึ่งกรณีของภาคแรกนั้น เมื่ออ่านจบก็ได้[เขียนบล็อกถึงไปแล้ว](http://www.isriya.com/node/3622/%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0%B8%8A%E0%B8%A3%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%AD%E0%B8%B8%E0%B8%A1%E0%B8%B2-%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B9%81%E0%B8%A3%E0%B8%81) บล็อกนี้จะเขียนถึงเฉพาะภาคสองเท่านั้น สรุปแบบสั้นๆ สำหรับภาคสองหรือภาคสมบูรณ์ก็คือ "น่าผิดหวังมาก" มันน่าผิดหวังไปทุกๆ อย่างจริงเชียว แต่สิ่งที่ผมคิดว่าเป็นปัญหาหลักของเพชรพระอุมาภาคสองก็คือ "โครงเรื่อง" ที่ไม่น่าตื่นเต้นเอาเสียเลย เพราะนอกจากจะเดินทางตามรอยซ้ำกับภาคแรกแล้ว (เป็น known route) การเดินทางของตัวเอกทั้งสองกลุ่มก็ยังมีตัวช่วยเยอะมากๆ (เป็น guided adventure) ทำให้อรรถรสด้านการผจญภัยไปยังโลกเร้นลับที่ไม่มีใครรู้จัก (ซึ่งยอดเยี่ยมมากในภาคแรก) หายไปอย่างสิ้นเชิงในภาคสองนี้ ประเด็นถัดมาที่คิดว่าแย่ไม่แพ้กันคือ "วิธีการเล่าเรื่อง" คือสำนวนของพนมเทียนน่ะยังเด็ดขาดมาก แต่พอใช้รูปแบบการเล่าเรื่องด้วยวิธีแยกกลุ่มการผจญภัยออกสองกลุ่ม แล้วเดินตามรอยกันไปเรื่อยๆ มันทำให้เนื้อหาซ้ำซ้อนมาก เพราะผู้อ่านรู้อยู่แล้วว่าคณะแรกเดินทางแบบไหนอย่างไร พอตัดสลับมายังคณะที่สองที่เดินตามรอยของคณะแรกแล้วคาดเดาว่าคณะแรกทำอะไรบ้าง มันทำให้ฝืดมากจนน่าเบื่อไปเลย (คือเรารู้อยู่แล้วว่าตรงนี้ยิงงู ตรงนี้ตกเขา ดังนั้นคณะที่สองไม่จำเป็นต้องมาวิจารณ์ให้เราฟังซ้ำอีกครั้งก็ได้ว่าคณะแรกทำอะไรไว้บ้าง) อย่างที่สามที่ทำได้แย่ในภาคสองคือ "คาแรกเตอร์ของตัวละคร" ทั้งใหม่และเก่า ตัวละครนายจ้างชุดใหม่ดูแบนๆ ขาดมิติไปเสียหมด มีแต่ตัวของคริสที่ทำออกมาได้ดีแต่ก็จบไม่ลง ตัวที่แย่ที่สุดคือเชิดวุธ ซึ่งมีคาแรกเตอร์ซ้ำกับไชยยันต์ (แล้วพอมาเจอกันเองก็ไปไม่ถูกกันเลยเชียว) ที่เศร้าที่สุดคือตัวละครเก่ามีพัฒนาการถอยหลัง รพินทร์เปลี่ยนจากพรานสุดเท่มาเป็นพรานเก็บกด และดารินเปลี่ยนจากสาวแกร่งผู้น่าหลงใหล (หนึ่งในตัวละครหญิงที่ดีที่สุดในนิยายไทย) มาเป็นสาวซึน เดินป่าตามหาผัวแบบไร้หลักการ ไร้ตรรกะมีแต่อารมณ์ล้วนๆ ย่ำแย่เป็นที่สุด พอคาแรกเตอร์ของแต่ละตัวละครทำออกมาไม่ดีแล้ว ความสัมพันธ์ของตัวละครในเรื่องจึงแย่ตามไปอีกชั้น ภาคนี้เราไม่เห็นการบลัฟกันอย่างเหนือชั้นของรพินทร์กับแงซายอีกแล้ว (ซึ่งเป็นข้อจำกัดด้านเนื้อเรื่อง อันนี้เข้าใจได้) แต่สิ่งที่มาทดแทนคือ ความสงสัยและหวาดระแวงไม่รู้จบของนายจ้างอเมริกัน (ในคณะแรก) และความมัวเมาในไสยศาสตร์/สิ่งเหนือธรรมชาติของดาริน (ในคณะหลัง) ซึ่งผมว่าไร้คลาสมาก กล่าวโดยสรุปแล้ว ผมคิดว่าเพชรพระอุมาภาคสองนี้เป็นเหมือน "แฟนฟิก" ที่แต่งโดยผู้เขียนเอง (เพื่อมาเติมเต็มจินตนาการของแฟนๆ ว่าตัวละครจากภาคแรกเป็นยังไงกันต่อ) ความสมบูรณ์ของเรื่องและตัวละครจึงมีคุณภาพในระดับแค่ "แฟนฟิก" เท่านั้นเอง อ่านจบแล้วก็นึกถึง "กิมย้ง" ขึ้นมาทันที ในฐานะนักเขียนเลื่องชื่อผู้รู้ตัวว่าการลากยาวมีขีดจำกัด และหยุดงานเขียนของตัวเองไว้ในช่วงที่ยังมีคุณภาพและไม่ซ้ำซาก ทำให้ความอมตะนั้นคงอยู่มิเสื่อมคลาย