300-baht Minimum Wage

ไม่เชี่ยวชาญเรื่องเศรษฐกิจแรงงานแม้แต่น้อย ดังนั้นจึงไม่สามารถวิจารณ์เรื่องค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาทลงลึกในรายละเอียดได้ เผอิญประชาไทมีบทสัมภาษณ์ คุณวรดุลย์ ตุลารักษ์ นักวิจัยด้านเศรษฐกิจและแรงงาน จาก TDRI ก็ตามไปอ่านความเห็นผู้เชี่ยวชาญน่าจะดีกว่า ประเด็นที่น่าสนใจ - การขึ้นค่าแรง 300 บาทพร้อมกันทั่วประเทศ (ไม่แยกโซนนิ่งรายจังหวัดแบบเดิม) ดูเผินๆ แล้วไม่น่าจะเวิร์ค เพราะค่าครองชีพแต่ละแห่งไม่เท่ากัน แต่ในมุมของแรงงานสากล มันมีเรื่อง "หลักการไม่เลือกปฏิบัติ" อยู่ และในมุมเรื่องการเมือง-สังคม มีเรื่อง "ความเป็นธรรม" ของการทำงานลักษณะเดียวกันที่ควรได้ค่าแรงเท่ากันอยู่ด้วย > การขึ้นเท่ากันทั่วประเทศ ซึ่งน่าจะเป็นหลักการที่ถูกต้อง หากเราประยุกต์เอาหลักการไม่เลือกปฏิบัติที่อยู่ในอนุสัญญาต่างๆ ที่เกี่ยวกับแรงงาน เช่น องค์การแรงงานระหว่างประเทศ ILO หรือไกด์ไลน์ของกลุ่มประเทศที่พัฒนาแล้ว OECD ที่ใช้กับบรรษัทข้ามชาติที่มาลงทุนในประเทศอื่นๆ เราก็ต้องมีดีเบทกันว่าทำไมคนงานลำพูนทำงานบริษัทเดียวกับที่สมุทรปราการ ที่ลำพูนได้ 165 บาท ที่สมุทรปราการ 215 บาท คนงานที่ทำการผลิตเหมือนกัน ทำไมได้รับค่าแรงที่ต่างกัน ซึ่งอันนี้ถือเป็นการเลือกปฏิบัติสำหรับคนที่อยู่ต่างพื้นที่กันหรือไม่ทั้งๆที่ทำงานในลักษณะเดียวกัน - ในระบบเศรษฐกิจปัจจุบัน "ค่าแรง" จะมากหรือน้อยอาจไม่ใช่ประเด็นในการเลือกฐานการผลิตไปเสียทั้งหมด เพราะมีปัจจัยอื่นๆ เช่น การมีหรือไม่มีสหภาพแรงงาน (ที่นายจ้างไม่ชอบ) ทำเลและการเชื่อมโยงกับลอจิสติกส์ กำแพงภาษีสำหรับการส่งออก เป็นต้น - อินโดนีเซีย ปรับค่าแรงขั้นต่ำแบบก้าวกระโดดคือ 45% มากกว่าไทย และเพิ่งมีประท้วงใหญ่ในอินโด เรียกร้องให้ขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ (บ้านเราเป็นนายจ้างประท้วงแทน กลับกัน) - ใจความหลักของการขึ้น-ไม่ขึ้นค่าแรง อาจเป็นเรื่องอำนาจการต่อรองของฝั่งแรงงาน (ซึ่งเมืองไทย ระบบสหภาพไม่เข้มแข็งนัก) > ค่าจ้างไทยถูกแช่แข็งในหลายๆเรื่อง เพราะค่าจ้างไม่ได้ขึ้นโดยอัตโนมัติตามอัตราเงินเฟ้อ แต่ค่าจ้างที่เกินขั้นต่ำแล้ว หากไม่มีสหภาพแรงงานก็แล้วแต่นายจ้างปราณีขึ้นมาเอง ดังนั้นการที่ช่องว่าระหว่างค่าจ้างกับผลิตภาพการผลิตที่ห่างเป็นผลมาจากอำนาจการต่อรองของคนงานต่ำ ที่เหลือก็ตามไปอ่านกันเองในต้นฉบับครับ