Rice Saga

ต้องออกตัวว่าผมไม่รู้เรื่องข้าวเลยสักนิด ถึงแม้จะเคยไปแตะๆ ช่วย TDRI และ ธกส. เรื่องระบบไอทีเพื่อการเกษตรมาบ้าง (สมัยประกันรายได้เกษตรกรในยุครัฐบาล ปชป.) แต่ถ้าถามว่าจำนำหรือประกัน อันนี้ผมตอบไม่ได้จริงๆ ความรู้ไม่พอที่จะแยกแยะได้ว่านโยบายแบบไหนดีกว่ากัน (คือพอจะแยกแยะข้อดีข้อเสียของทั้งคู่ได้ แต่ให้เทียบกันแล้วไม่รู้) ช่วงนี้มีมหากาพย์เรื่องนโยบายจำนำข้าวของสุดยอดนักวิชาการแห่งยุค 4 ท่านพอดี ก็มาจดเก็บไว้หน่อยครับ - [นิธิ เอียวศรีวงศ์ : เปลี่ยนประเทศไทย ด้วยการรับจำนำข้าว](http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1352088566&grpid=03&catid=03) - 5 พ.ย. 2555 - [เปลี่ยนประเทศไทยด้วยการรับจำนำข้าว: ข้อเท็จจริงสำหรับ อ.นิธิ และประชาชน โดย นิพนธ์ พัวพงศกรและอัมมาร สยามวาลา](http://tdri.or.th/tdri-reports/responses-to-nidhi) - 24 พ.ย. 2555 - [ร่วมแจมโดย เกษียร เตชะพีระ](http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1354022293&grpid=01&catid=&subcatid=) - 27 พ.ย. 2555 - [เปลี่ยนประเทศไทยด้วยการจำนำข้าว (อีกที) โดย นิธิ เอียวศรีวงศ์](http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1354506138&grpid=01&catid=&subcatid=) - 3 ธ.ค. 2555 สิ่งหนึ่งที่พอสรุปได้จากวิวาทะชุดนี้คือ นิธิ+เกษียร ใช้กรอบวิเคราะห์เรื่องโครงสร้างสังคม-รัฐศาสตร์ ส่วนนิพนธ์+อัมมาร ใช้กรอบวิเคราะห์ทางเศรษฐศาสตร์และนโยบายการคลังเป็นหลัก ในการกำหนดนโยบายสาธารณะของประเทศแล้ว ผมว่ากรอบของนิธิ+เกษียรนั้นใหญ่กว่ากรอบของ TDRI นะ (ไม่ได้บอกว่า TDRI ผิด แต่การวิเคราะห์ของนิพนธ์+อัมมาร ก็ต้องอยู่บนพื้นฐานแนวคิดเรื่องสังคม-รัฐศาสตร์-การกำหนดนโยบายเช่นกัน ซึ่งอาจไม่ตรงกับกรอบของนิธิ+เกษียรก็ได้ ซึ่งอันไหนดีกว่ากันก็ยังมาถกเถียงกันได้) และแน่นอนว่าในบทความของนิธิ+เกษียร นั้นละเลยรายละเอียดเชิงเศรษฐศาสตร์ สถิติ และตัวเลขไป (ซึ่งก็เป็นสิ่งที่คาดเดาได้จากงานของคนที่ไม่ใช่นักเศรษฐศาสตร์อยู่แล้ว)