Android 4.2 Multi-user

Multi-user เป็นฟีเจอร์ของ Android 4.2 ที่ฟังดูแล้วเฉยๆ ธรรมดา แต่พอลองใช้งานจริงแล้ว ผมพบว่ามันเป็น killer use case ของการใช้แท็บเล็ตเลยแหละ

การใช้งานแท็บเล็ตนี่มี use case หลายแบบมาก เท่าที่เห็นตามท้องถนนก็มีคนพกแท็บเล็ตออกนอกบ้าน เป็นอุปกรณ์ท่องเน็ตยามว่าง อันนี้แบบหนึ่ง หรือมีบางกรณีก็เห็นคนใช้แท็บเล็ตเป็นหน้าจอสำหรับดูหนังนอกสถานที่ ก็จะเน้นการใช้เคสที่มีขาตั้ง เป็นต้น

การใช้งานของผมคือไม่พกแท็บเล็ตออกนอกบ้าน ด้วยเหตุผลว่า 1) ต้องพกโน้ตบุ๊กอยู่แล้วในกรณีที่ไปทำงาน และ 2) ถ้าไม่ต้องหิ้วโน้ตบุ๊ก ปกติไม่สะพายกระเป๋าใดๆ เดินตัวปลิวตลอด

ดังนั้นสำหรับผมแล้ว แท็บเล็ตจึงมีประโยชน์ในฐานะ living room device หรือ bedroom device เท่านั้น ซื้อรุ่น Wi-Fi ที่ความจุต่ำสุดเป็นพอ เพราะเราไม่คิดจะนำมันไปใช้ในสถานการณ์อื่น

ฟีเจอร์ multi-user มันมีประโยชน์ตรงนี้ล่ะครับ คือ แท็บเล็ตจะถูกวางทิ้งไว้เป็นอุปกรณ์สามัญประจำบ้าน (common object) ไม่ใช่อุปกรณ์ส่วนตัว (personal device) แบบเดียวกับสมาร์ทโฟนหรือโน้ตบุ๊ก (กรณีคล้ายๆ กันคือ Chromebook เคยถูกรีวิวสำนักหนึ่งเรียกว่าเป็น kitchen computer ซึ่งผมว่าเป็นคำเรียกที่ดีมาก)

เราจึงมีสถานการณ์แนวๆ ว่า

  • ขอยืมแท็บเล็ตหน่อย จะดูแผนที่ก่อนออกจากบ้าน (เพราะเปิดด้วยสมาร์ทโฟนมันเล็ก จะไปเปิดคอมก็เสียเวลา)
  • browsing หาข้อมูลเป็นระยะเวลาสั้นๆ
  • เช็คเมล เช็คโซเชียล แบบด่วนๆ

การใช้งานบางประเภท เช่น browsing เป็นงานทั่วไปที่ทำบนแท็บเล็ตของคนอื่นได้ไม่ยากนัก (เจ้าของแท็บเล็ตอาจรู้สึกถูกรุกราน browsing session อยู่บ้าง) แต่การเช็คเมลหรือโซเชียลที่เป็นข้อมูลส่วนบุคคล ผูกกับบัญชีเฉพาะตน ย่อมสร้างอาการไม่สะดวกใจกันทั้งฝ่ายเจ้าของแท็บเล็ตและคนขอยืมใช้งาน

multi-user ออกแบบมาแก้ปัญหานี้ได้อย่างสวยงาม เพราะเพียงแค่หยิบแท็บเล็ต (ที่วางอยู่บนโต๊ะกินข้าว) ขึ้นมา ปลดล็อคหน้าจอ แล้วปัดไปทางซ้ายหรือขวาหนึ่งครั้ง "แท็บเล็ตของคนอื่น" จะแปลงกายกลายเป็น "แท็บเล็ตของเรา" โดยสมบูรณ์ในพริบตา และเมื่อใช้เสร็จแล้ว เจ้าของก็ปัดกลับไปหนึ่งครั้งเพื่อแปลงมันกลับไปเป็นเวอร์ชันของตัวเองได้

อันนี้พูดแบบกลางๆ คือฟีเจอร์แบบนี้ควรมีบนแท็บเล็ตทุกๆ แพลตฟอร์มด้วย ไม่ควรจำกัดเฉพาะบน Android อย่างเดียว

หมายเหตุ: ในแง่การใช้งานจริงมันยังมีปัญหาจุกจิกอยู่บ้าง เช่น Google Talk ใช้ได้เฉพาะ user ที่เป็นเจ้าของเครื่องเท่านั้น (อันนี้กูเกิลห่วยเอง) แต่ปัญหาพวกนี้คงค่อยๆ ถูกแก้ไขไปในอนาคต