My 2012

อาจเขียนเร็วไปสักนิดเพราะยังไม่สิ้นปีดี แต่ก็ควรเขียนวันนี้เพราะถือเป็นวันสำคัญอีกวันหนึ่งในชีวิต

ปี 2012 (ผมนับปีเป็น ค.ศ.) เป็นปีที่มีเหตุการณ์สำคัญเกิดขึ้นหลายอย่าง เอาเรื่องงานก่อน ผมจดทะเบียนบริษัทที่สอง (ที่เริ่มทำเป็นงานแรก) เมื่อต้นปีนี้ อันนี้ควรทำมานานแล้วแต่ลีลาเยอะเองเลยช้ากว่าที่ควร แต่ก็เป็นสัญญาณอันดีต่อคนภายนอกและตัวทีมงานเองด้วยว่า we're getting serious about this

ส่วนบริษัทที่หนึ่งก็ขยายตัวขึ้นเรื่อยๆ แม้ว่าปีนี้จะมีความยากลำบากและอุปสรรคหลายอย่างเข้ามาเผชิญหน้า แต่ก็ไม่ได้ยากเกินไปเมื่อเทียบกับวงการธุรกิจทั่วไป และเป็นสิ่งเตือนใจว่าเราต้องปรับฐานของตัวเองให้เข้มแข็งกว่านี้ในทุกๆ เรื่อง ก่อนจะเดินหน้าไปยังระดับถัดไป นอกจากนี้ยังมีโอกาสของโครงการใหญ่ยักษ์ในระดับที่ผมก็ไม่มั่นใจว่าจะ "เอาอยู่" โผล่เข้ามาให้เห็นรำไร ตอนที่เขียนนี้ยังไม่มีความแน่นอน แต่ก็เป็นเป้าหมายที่มีไว้พุ่งชน ไม่ว่าสุดท้ายผลจะเป็นอย่างไรก็ตาม ในระยะยาว เป้าหมายทุกอย่างยัง on track ไม่ไปไหน

นอกจากนี้ยังมี "บริษัทที่สาม" ที่ผมคงไม่ได้ทำอะไรนอกจากเป็นผู้ถือหุ้นและช่วยออกไอเดีย แต่ก็เป็นกิจการของเพื่อนรักอีกคนหนึ่งที่ผ่านการระดมสมองกันมายาวนาน ก็ต้องเอาใจช่วยให้ประสบความสำเร็จ อันนี้กว่าจะได้เริ่มดำเนินการจริงๆ คงเป็นปีหน้า

ปีนี้ผมมีโอกาสทำงานร่วมกับ กสทช. ในฐานะอนุกรรมการถึง 2 ชุด ชุดแรกคืองานใหญ่ระดับชาติอย่างการประมูล 3G ซึ่งแน่นอนว่าในการทำงานย่อมมีทั้งประเด็นที่เห็นตรงและเห็นต่าง ไม่ว่า 3G ไทยจะเดินหน้าหรือล้มเหลว ผมมั่นใจว่าตัวเองทำดีที่สุดแล้ว (จริงๆ อนุกรรมการนี่เป็นงานสบายมากนะครับ คอมเมนต์อย่างเดียว คนที่งานหนักจริงๆ คือคณะทำงานที่มาจากสำนักงาน กสทช.) และได้ประสบการณ์การวางแผนนโยบายสาธารณะกับการทำงานระดับอนุกรรมการของรัฐมากมาย (ส่วนอนุกรรมการอีกชุดหนึ่งคือเรื่องคลื่น 1800MHz ที่ยังไม่มีอะไรคืบหน้ามากนัก)

งานด้านการเขียนของผมคงไม่มีอะไรต่างไปจากปีก่อนๆ มากนัก ยกเว้นงานวิจัย Free Space of Expression: New Media and Thailand’s Politics ที่เขียนเป็นภาษาอังกฤษทั้งเล่ม ต้องใช้พลังอย่างสูงในระดับใกล้เคียงกับการทำ dissertation ในสมัยเรียนโท (แถม editor ของงานนี้โหดกว่าอาจารย์ที่ปรึกษาด้วยซ้ำ) แต่เมื่อเขียนจนเสร็จและมองย้อนกลับไปดู เราก็ได้เห็นการทดสอบขีดจำกัดของตัวเองว่าไปได้ถึงระดับไหน ซึ่งถ้าไม่ถูก push ด้วยความหนักหน่วงขนาดนี้ ก็คงเขียนงานระดับนี้ออกมาไม่ได้ ถือเป็นความสำเร็จส่วนตัว (personal achievement) อีกประการหนึ่ง และคงต้องพัฒนายกระดับมันต่อไป ในแง่ของเนื้อหาเองก็เป็นเรื่องที่ผมสนใจอยู่แล้ว และคิดว่ามันจะกลายเป็นเรื่องใหญ่ในอนาคตอันใกล้ ซึ่งก็หวังว่างานชิ้นนี้จะเป็นประโยชน์กับคนอื่นๆ รวมถึงงานในอนาคตของตัวเองด้วย

แง่ของการเดินทาง เป็นอีกปีที่ไปต่างประเทศหลายทริป ไปลาวถึงสามครั้งในรอบสองเดือน และครั้งหนึ่งได้ผ่านเส้นทางที่น่าสนใจอย่างการตัดผ่านลาวตอนกลางด้วยรถยนต์ ไปออกเวียดนามตอนกลางและเขยิบขึ้นเหนือไปถึงฮานอยด้วย ช่วยเปิดหูเปิดตาเรื่อง logistics รับ AEC มาก นอกจากนี้ยังได้ไปเที่ยวยุโรปช่วงพรมแดนฝรั่งเศส-เยอรมัน ในเส้นทางที่คงไปเที่ยวเองได้ยาก (และทัวร์ไม่มีจัด) อีกด้วย เป็นโอกาสสำคัญในชีวิตอีกครั้งหนึ่ง อันนี้ต้องขอบคุณคุณพ่อของผมที่จัดทริปสองทริปนี้ขึ้นมาด้วย

ปี 2012 เป็นปีที่สุขภาพค่อนข้างดี ตั้งแต่ต้นปีมายังไม่เป็นหวัดเลยซึ่งหาได้ยากยิ่ง แต่ก็เป็นโรคอื่นๆ เล็กน้อยไม่มีนัยยะสำคัญอะไรมากนัก อาจเป็นเพราะผมพยายามบาลานซ์รูปแบบการใช้ชีวิตให้ดีขึ้น ซึ่งก็เห็นผลทางบวกเพิ่มขึ้นบ้าง แต่ก็เริ่มรับรู้ถึงข้อจำกัดร่างกายตัวเองที่คงหมดช่วง "ทำอะไรก็ไม่เหนื่อย" ไปแล้ว ต่อจากนี้ไปต้องดูแลสุขภาพของตัวเองให้ดีกว่าเดิม

สุดท้ายเป็นเรื่องชีวิตส่วนตัว วันนี้เป็นวันที่ชีวิตก้าวข้ามหลักไมล์สำคัญอีกประการหนึ่ง นั่นคือผมแต่งงานอย่างเป็นทางการ ในแง่รายละเอียดคงไม่พูดถึงเยอะในที่นี้เพราะถือเป็นเรื่องส่วนตัว วิถีชีวิตนับจากพรุ่งนี้เป็นต้นไป คงไม่มีอะไรเปลี่ยนจากเมื่อวานนี้มากนัก แต่ก็เป็นจุดเปลี่ยนคอยให้ตัวเองได้ตระหนักและระลึกอยู่เสมอว่า เราจะลุยไปข้างหน้าเพียงอย่างเดียวโดยไม่สนใจคนที่รออยู่ข้างหลัง ไม่ได้อีกต่อไปแล้ว...