Perfect Media Box

หลังๆ มานี้ผมเริ่มตระหนักว่าผลิตภัณฑ์กล่องต่อเชื่อมทีวีเพื่อเล่นเนื้อหาผ่านเน็ต ไม่ว่าจะเป็น Apple TV, Google TV, Roku, Boxee และอื่นๆ คงไม่ใช่โมเดลที่เวิร์คในเมืองไทย ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ฮาร์ดแวร์หรือซอฟต์แวร์ แต่เป็นเรื่อง content right และโครงสร้างของอุตสาหกรรมสื่อทีวีที่ต่างกันมากระหว่างไทยกับสหรัฐ (ผมไม่ทราบข้อมูลวงในแม้แต่น้อย เชื่อว่าผู้บริหารวงการทีวีคงรู้จักเทคโนโลยีพวกนี้ดี แต่ด้วยปัจจัยหลายๆ อย่าง ถ้าให้ประเมินคือเราคงไม่ได้เห็นการขาย "แรงเงา" เป็นตอนๆ ผ่านระบบดิจิทัลในอนาคตอันใกล้นี้แน่นอน) ในเมื่อเราไม่สามารถซื้อหรือเช่าคอนเทนต์ผ่านระบบอินเทอร์เน็ตได้ง่าย ที่มาของคอนเทนต์สำหรับกล่องอินเทอร์เน็ตทีวีในไทย คงมาได้จาก 3 ทาง 1. BitTorrent 2. YouTube 3. อัดมาจากทีวีตรงๆ (DVR หรือ digital video recorder) โมเดล (1) นั้นใช้กันแพร่หลายอยู่แล้ว โดยผ่านสินค้ากลุ่ม HD Player หรือกล่องสำหรับเล่นไฟล์มีเดียจากฮาร์ดดิสก์ (ที่ก็อปมาจากบิตอีกทีหนึ่ง หรือบางกล่องก็โหลดบิตได้ในตัวเลย) ถ้าลองติดตามวงการนี้จะพบว่ามันฮิตมากๆ โมเดล (2) เราเห็นกันคุ้นตาในวงการแท็บเล็ตและมือถือ แต่สำหรับวงการทีวี (ในไทย) ก็เริ่มเห็นกล่อง HD Player บางยี่ห้อลง Android มาให้เป็นระบบปฏิบัติการที่สอง การดู YouTube คงไม่ใช่เรื่องยากนัก (คือแอพ YouTube มันก็เหลือเฟือสำหรับการดูวิดีโอโดยไม่ใช้คอม) โมเดล (3) อันนี้ต้องแยกเป็น 2 กรณีคือ (3.1) อัดจากสัญญาณที่แพร่ในอากาศโดยตรง (ผ่าน tv tuner) ซึ่งบ้านเรายังทำไม่ได้เพราะยังไม่มีทีวีระบบดิจิทัล กับ (3.2) อัดจากข้อมูลในสาย AV in ที่ต่อมาจากแหล่งอื่นๆ เช่น กล่องดาวเทียม อีกทีหนึ่ง เท่าที่ลองหาข้อมูลดู สินค้ากลุ่ม HD Player ทุกตัวทำงานข้อ (1) ได้ บางตัวทำงานข้อ (2) ได้ แต่รุ่นที่อัดรายการ (DVR) ได้กลับมีน้อยมากๆ แถมราคาก็ยังรู้สึกว่าค่อนข้างแพงคือราวๆ 4,000 บาทไม่รวมฮาร์ดดิสก์ที่ต้องซื้อมาใส่แยกเอง ฟีเจอร์ DVR อาจดูไม่ค่อยสำคัญแล้วในสมัยนี้ (เราสามารถดู "แรงเงา" ที่มีคนอัดไปลง YouTube ได้) แต่ผมกลับรู้สึกว่ามีคอนเทนต์หลายๆ อย่างที่ยังจำเป็นต้องทำผ่าน DVR อยู่ เช่น ทุกวันนี้ผมดูแชมเปี้ยนส์ลีกตอนตีสองไม่ไหวแล้ว แต่ก็ยังอยากติดตามเกมแบบเต็มๆ อยู่ ซึ่งรูปแบบการเข้าถึงดิจิทัลคอนเทนต์ในไทย แทบไม่มีวิธีการดูย้อนหลังที่สะดวกๆ เลย เมืองนอกนั้นระบบ DVR เกิดมานานมากจากกระแสของ TiVo จนปัจจุบัน TiVo แทบจะล้าสมัยไปแล้ว (และอุตสาหกรรมทีวีกำลังเข้าสู่ระบบการซื้อหรือเช่าคอนเทนต์โดยตรงแทน) แต่อย่างที่เขียนไปคือเมืองไทยยังล้าหลังมากในเรื่องนี้ ระบบการซื้อคอนเทนต์ยังห่างไกลความจริงอยู่มาก โดยสรุปคือผมพยายามหาสินค้า HD Player ที่ทำงานได้ทั้ง (1) (2) (3) ซึ่งก็พบว่ายังไม่มีที่โดนใจ อีกทางเลือกที่เป็นไปได้คือทำเอง โดยใช้วิธีประกอบ media center PC (หรือบางที่เรียก HTPC) ที่ปัจจุบันมีโซลูชันกึ่งสำเร็จรูปอยู่แล้ว คือประกอบพีซีที่ใช้ form factor ขนาดเล็ก (เช่นพวก Micro ITX) แล้วลงซอฟต์แวร์อย่าง MythTV หรือ XBMC ที่มีความสามารถเหลือเฟือ แต่ผมยังรู้สึกว่าโซลูชันนี้ยืดหยุ่นก็จริงแต่มัน overkill ไปหน่อย ทั้งในแง่ค่าใช้จ่าย ขนาด และราคา คืองาน 3 อย่างที่ว่ามามันไม่ใช่เรื่องยากอะไรมากนัก ในยุคสมัยนี้แล้วมันควรจะมี appliance สำเร็จรูป ขนาดสักประมาณ [OUYA](http://www.ouya.tv/) (ใหญ่กว่าสักหน่อยก็ยังได้) ที่ซื้อมาแล้วเปิดกล่อง ใช้งานได้เลย จริงๆ แล้วอุปกรณ์อย่าง Nexus Q มันควรจะทำอะไรแบบนี้ได้ แต่ราคาแพงไปมากและกูเกิลเองก็ไม่เปิดให้ปรับแต่งตัวซอฟต์แวร์ Google TV ได้มากเท่าไรนัก ถ้ามีพลัง+เวลามากพอ น่าไปทำเป็นโครงการใน KickStarter กับเขาบ้างนะเนี่ย
Submitted bysomsakon Sun, 10/28/2012 - 19:53

จริงๆมันก็มีของแบบนี้ขายอยู่แล้วนะ เช่นนี้ http://www.jbhifi.com.au/tv-lcd-led-plasma/media-players/samsung/500gb-…

แต่โดยส่วนตัวคิดว่าต้องเป็น Android เท่านั้น เพราะวิวัฒนาการการดูหนัง (เถื่อนข้อ 1.) มันเร็วมาก ต้องเป็นอะไรที่ update ได้เรื่อยๆเพื่อให้ทันยุค ไม่งั้นคงตกรุ่นโคตรเร็ว

แต่ผมว่า สิ่งที่เป็นปัญหาของวงการนี้เลยนะ คือไม่รู้จะเรียกไอ้อุปกรณ์นี้ว่าอะไร มันมีทั้งชื่อ hdplayer bluray player pvr dvr เวลา search ไม่รู้จะใช้ keyword ว่าอะไรกันแน่