The Death of Personal Blogging

หัวข้อคือ The Death of Personal Blogging ไม่ใช่ The Death of Blogging

เนื้อหาก็ตามนั้น คือตัวผมเองเขียนบล็อกส่วนตัวอันนี้น้อยลงไปมาก และคิดว่าบล็อกเกอร์คนอื่นๆ ที่เขียนบล็อกส่วนตัว ย้ำว่า บล็อกส่วนตัว น่าจะเผชิญสภาวะเดียวกัน (มาตั้งนานแล้วด้วยซ้ำ)

เหตุผลก็มีหลายอย่างประกอบกัน เช่น คนเรามันจะมีเรื่องอะไรให้เขียนได้ทุกวัน, การเขียนบล็อกยาวๆ หน่อยต้องใช้แรงพอสมควร, การเข้ามาของ Facebook/Twitter ที่โพสต์ง่ายกว่ากันมาก และมี friend interaction เยอะกว่ามาก เป็นต้น

ในระยะยาวแล้ว personal blogging คงลดรูปลงไปเหลือแค่งานเฉพาะทาง สำหรับคนบางกลุ่มที่ชอบเขียนไดอารี่จริงๆ เท่านั้น แต่ฟังก์ชันทั่วๆ ไปส่วนใหญ่ของบล็อกสามารถแทนได้ด้วย Facebook หมดแล้ว

ส่วน blogging ในภาพรวมน่าจะยังอยู่ต่อไป ที่ไปได้ไกลคงเป็น professional blogging หรือการเขียนบล็อกเจาะจงเฉพาะทาง ซึ่งในวงการของมันก็จะพัฒนาตัวกลายเป็น new media agency ที่ต่อสู้กับ online media ที่มีรากมาจาก offline แทน

กรณีของบล็อกไอทีคงเป็นตัวอย่างที่ดีในระดับหนึ่ง แต่มันก็ไม่จำกัดเฉพาะไอทีเพียงอย่างเดียว ยังไปถึงวงการอื่นๆ ได้ตามเท่าที่คนใช้เน็ตจะสนใจ ตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุดผมว่ายังเป็น The Huffington Post ที่ขึ้นมาท้าทาย นสพ. การเมืองเก่าแก่ได้สำเร็จ

คำว่าบล็อกอาจตายไปในอนาคต แต่เจตนารมณ์ของมันคงยังอยู่ในรูปแบบที่เปลี่ยนไปบ้าง ไม่ว่าจะเป็น social network หรือจะเป็น new media ก็ตามที

ผ่านมา 6 - 7 ปีได้แล้วมั้ง ผมก็คิดแบบนั้นเหมือนกัน การเขียนบล็อกมันไปถึงทางของมันแล้ว ผมเองก็ทำแบบที่คุณมาร์คทำ คือ เขียนน้อยลงเรื่อย ๆ เลือกเขียนเฉพาะหัวข้อหรือคำเด่น ที่เป็นเรื่องเฉพาะที่ควรนำมาถ่ายทอด หรือ เรื่องที่ไม่ค่อยมีคนเล่าในบล็อก

หลายปีที่ผ่านมา ผมเองก็เริ่มคิดว่า การเขียนบล็อกเพื่อถ่ายทอดความรู้ความสามารถ มันยังไม่สุด ไม่ตกผลึก มันไม่อยู่ในระเบียบวิธีทางวิทยาศาสตร์ ผมเลยคิดว่าน่าจะเป็นการดี ถ้าผมเปลี่ยนจากการเขียนบล็อก ไปเป็นเขียนผลการวิจัยลงวารสารทางวิชาการแทน!!!

ยังไงก็อยากให้รู้ว่ายังมีผมอยู่คนนึง ที่ติดตามบล็อกคุณมาร์คอยู่ตลอดครับ