Spectacular Fighting Scene

อาจารย์ที่เคารพเคยสอนเรื่องการเขียนนิยายกำลังภายในไว้ว่า จุดสำคัญของฉากบู๊ในนิยายลักษณะนี้ไม่ได้อยู่ที่สำนวนการพรรณาว่าเยี่ยมยอดเพียงใด แต่อยู่ที่จินตนาการของผู้เขียน ในการออกแบบ "ซีนต่อสู้" ให้น่าจดจำ

คำว่าซีนต่อสู้นี้ไม่ได้หมายถึงแค่กระบวนท่าที่ใช้ต่อสู้ แต่ยังรวมถึงองค์ประกอบอื่นๆ ที่ช่วยให้ฉากนั้นๆ น่าประทับใจด้วย ไม่ว่าจะเป็นฉากหลัง ตัวละคร บทสนทนา เงื่อนไขของการต่อสู้ ฯลฯ

ถ้าสามารถสร้างฉากต่อสู้ที่น่าจดจำได้แล้ว สำนวนการบรรยายจะเป็นส่วนเสริมให้ฉากนี้โดดเด่นยิ่งขึ้น ต่อให้ผู้อ่านจำเนื้อเรื่องในนิยายไม่ได้เลย ก็จะยังจดจำฉากต่อสู้เด่นๆ บางฉากไว้ได้เสมอ

ตัวอย่างนักเขียนที่เขียนฉากเจ๋งๆ ลักษณะนี้ได้ดีคือ หวงอี้ (ผมคิดว่าหวงอี้ได้อิทธิพลมาจากเกม-อนิเมญี่ปุ่นหรือหนังแอคชั่นฝรั่งยุคใหม่ๆ มาพอสมควร) ตัวอย่างฉากเจ๋งๆ ในนิยายของหวงอี้ (ที่นึกออกได้ทันที) ได้แก่

  • การต่อสู้ของโค่วจงกับกระบี่หมากล้อมชอนแชอิม น่าประทับใจในจุดที่กระบี่หมากล้อมทุบกระถางกำยานให้ลอยขึ้น แล้วการต่อสู้ทั้งหมดเกิดขึ้นในช่วงก่อนที่กระถางจะตกลงสู่พื้น (ในแง่การประพันธ์แล้วก็คือการสร้างตัวเปรียบเทียบ ขับเน้นความเร็วให้เด่นขึ้นแบบ relatively)
  • การต่อสู้ของโค่วจงกับดาบสวรรค์ ที่ดาบสวรรค์เปลี่ยนดาบไปเรื่อยๆ ที่ละเล่ม เพื่อสอนโค่วจงไปทีละเรื่อง
  • ในเรื่องเทพทลายนภา ตัวเอก (ซึ่งผมจำชื่อไม่ได้แล้ว) โดนศัตรูล้อม เลยนำผ้ามัดหญิงงามที่เดินทางไปด้วยกันไว้บนหลัง และต่อสู้บนหลังคาบ้านไปเรื่อยๆ แบบ survival จนหลบหนีออกไปได้ในท้ายที่สุด (สร้างเงื่อนไขในการต่อสู้ให้บีบคั้นและน่าสนใจมากขึ้น) อย่างไรก็ตาม ข้อเสียคือหวงอี้เอาฉากนี้ไปรียูสบ่อยพอสมควร ที่เหมือนมากๆ คือเรื่องเทพมารสะท้านภพ ที่หานป๋อก็ใช้มุขให้หญิงงามขี่หลังแล้วต่อสู้บนหลังคาเหมือนกัน
  • เทพทลายนภาอีกเหมือนกัน ตัวเอกคนเดิมไปท้าสู้กับสุดยอดนักบู๊มองโกลที่ถนนสายกลางเมือง ข่านมองโกลจึงสั่งอพยพคนออกจากเมืองให้หมดเพื่อไม่รบกวนการประลองของยอดฝีมือ ซีนนี้จึงเป็นการดวลกันบนถนนกลางเมืองร้างที่ฝนตกลงมาพอดี ถึงแม้ฉากจะดูยิ่งใหญ่แต่ก็รู้สึกว่างเปล่า และสุดท้ายพระเอกที่ฝีมือด้อยกว่าในตอนแรก กลับชนะในจังหวะที่กระโดดฟันแล้วฟ้าผ่าลงมาที่ดาบพอดี (ฉากคล้ายๆ กันถูกรียูสในตอนจบของเทพมารสะท้านภพอีกเหมือนกัน)

สำหรับกรณีของกิมย้ง ฉากต่อสู้ที่ผมประทับใจและนึกออกในตอนนี้ได้แก่

  • การต่อสู้ของเฒ่าทารกที่แบ่งสมาธิออกเป็นสองส่วนได้ ทำให้กระบวนท่าซ้าย-ขวาไม่เหมือนกัน คู่ต่อสู้จึงต้องใช้วิธี 2 รุม 1 จึงจะเอาอยู่
  • การต่อสู้ของเตียบ่อกี้ที่ขึ้นเขาเม้งก่าครั้งแรก ยอดฝีมือคนอื่นๆ ถูกวางยาจนหมด ทำให้เตียบ่อกี้กลายเป็นคนเดียวที่ต่อสู้ได้ (ตัวอย่างที่ดีของการสร้างเงื่อนไขให้การต่อสู้น่าสนใจ)

สำหรับการ์ตูนญี่ปุ่น การออกแบบฉากต่อสู้ที่น่าสนใจคงไม่มีใครเกินเรื่อง Jojo (ในขณะที่การ์ตูนต่อสู้ชื่อดังอย่าง Dragon Ball กลับเต็มไปด้วยกระบวนท่าที่ไม่สำคัญมากมาย) ที่เน้นทริค เงื่อนไข และบุคลิกของตัวละคร ช่วยขับเน้นให้การต่อสู้เป็นที่น่าจดจำได้มาก (โดยเฉพาะภาค 3-4-5)

Keyword
Submitted byChrison Sun, 04/29/2012 - 02:02

เคยอ่าน series ศัสตราวุธ หรือ สี่ยอดมือปราบ ของอุนเลี้ยงเง็ก (อุนสุยอัน) ไหม? ผมว่าทั้งเขียนและแปลฉากต่อสู้ได้อลังการมาก มีส่วนคล้ายของหวงอี้เหมือนกันคือไม่เน้นกระบวนท่ามากนัก