PandoDaily

บล็อกตอนนี้ต่อจาก The Future of Tech Blogging

ข่าวใหญ่วันนี้ของวงการ tech journalism ของฝรั่งก็คือการเปิดตัว PandoDaily เว็บใหม่ของ Sarah Lacy หญิงเปรี้ยวของวงการไอที

ความน่าสนใจของ PandoDaily คือมันเป็น "ผู้สืบทอดทางจิตวิญญาณ" ของ TechCrunch หลังมีปัญหากับ AOL (อ่านข่าวหมวด TechCrunch ใน Blognone กันเอง) พูดง่ายๆ คือ PandoDaily จะรวมทีมที่แตกออกมาจาก TechCrunch ส่วนหนึ่ง โดยมี Sarah Lacy เป็นผู้นำ และทำข่าวเรื่อง startup เหมือนเดิม

ส่วนจุดที่ผมคิดว่าน่าสนใจ (ในฐานะ tech journalist) มี 2 ประการใหญ่ๆ ประการแรกคือ จุดยืนเชิงอุดมการณ์ของ PandoDaily ที่ประกาศไว้ในบล็อกตั้งต้น

  • ไม่ได้มีเป้าหมายเพื่อขายเว็บ โดย Lacy บอกว่าเมื่อขายแล้วจะประสบความสำเร็จในแง่ตัวเงินจริง แต่จะเสีย "พลัง" ของความน่าเชื่อถือไป (เธอใช้คำว่า "The product may live on but the voice, the ambition and the culture almost always gets squashed") ซึ่งตรงนี้ตัว Lacy เองมองว่าจะมาชดเชยความผิดพลาดของ TechCrunch ที่ขายให้ AOL
  • นโยบายการทำงานกับคู่แข่ง พยายามเป็นรายแรกที่รายงานข่าว (breaking) แต่ถ้าไม่ทันก็ยอมลิงก์ไปยังเว็บคู่แข่งแทน
  • เชิญคู่แข่งมายังงาน event ของตัวเอง และจะไปทำข่าวงาน event ของคู่แข่ง
  • ตีพิมพ์บทวิจารณ์ (rant) แต่ก็บาลานซ์กับความเป็นข่าว โดย rant ที่ไม่ได้อัพเดตอะไร จะไปอยู่ในเซคชันเฉพาะแทน
  • จะเคารพ embargo หรือรายงานข่าวตามที่เวลาตกลงไว้กับบริษัทเจ้าของข่าว (ในกรณีเปิดตัวสินค้า ส่วนมากบริษัทจะมีเงื่อนไข embargo ว่าให้ข้อมูลก่อน แต่ตัวข่าวจะปล่อยได้ในเวลาที่ระบุ เช่น หลังงานแถลงข่าว) แต่จะใส่ไว้ในหมวดข่าวสั้น PandoTicker เท่านั้น ถ้าอยากอยู่ในข่าวหลักของเว็บก็ต้องให้ข่าว exclusive กับเว็บ (เป็นการบาลานซ์ความสัมพันธ์กับบริษัทอื่น และการสร้างมูลค่าให้ข่าว)

แนวทางเรื่อง embargo ของ PandoDaily เป็นสิ่งที่ผมเคยเจอกับ Blognone ซึ่งทางแก้ก็คล้ายๆ กันคือเราเปิดหมวด Press Release ขึ้นมาให้ PR และบริษัทต่างๆ มาแปะข่าวด้วยตัวเอง (แต่ถ้าอยากลงข่าวหลักก็ต้องมีเนื้อหาน่าสนใจจริงๆ หรือไม่ก็ซื้อ advertorial)

สรุปก็คือแนวทางของ PandoDaily น่าสนใจ และสามารถใช้เป็นตัวอย่างสำหรับการวางนโยบายของสื่อออนไลน์อื่นๆ (ไม่จำเป็นต้องเป็นสื่อไอทีก็ได้) ได้ด้วย

ส่วนประเด็นที่สองคือกระบวนการสร้าง PandoDaily ของ Lacy ที่เอาจริงก็ไม่ยุ่งยากอะไร

  • จ้างพี่เลี้ยงมาคอยดูแลลูก (เพราะเพิ่งคลอดลูก และน่าสนใจตรงสร้างเว็บใหม่ตอนเพิ่งมีลูกเนี่ยแหละ)
  • จ่ายเงินจ้างดีไซเนอร์ทำเว็บด้วย WordPress 80,000 ดอลลาร์
  • จ้างทีมบล็อกเกอร์เต็มเวลาจำนวนหนึ่ง
  • ขอให้ดาราดังๆ ของวงการ tech blog (ซึ่งในที่นี้รวม Arrington) มาเป็นนักเขียนรับเชิญ

แน่นอนว่างานของ Lacy ดูง่ายๆ แบบนี้เป็นเพราะคอนเนคชันของตัวเธอเองด้วย เธอเลยได้นักลงทุนบิ๊กเนมอย่าง Marc Andreesen (Netscape) และ Peter Thiel (นักลงทุนรายแรกใน Facebook) มาร่วมวง พร้อมกับนักลงทุน-บริษัทลงทุนอื่นๆ อีกเพียบ

แต่ประเด็นที่ยกมานี้คือ การระดมทีมทำเว็บมันไม่ได้ยากเย็นอะไรมาก มีทุนจำนวนหนึ่ง มีทีม มีคอนเนคชันระดับหนึ่ง มันก็ทำได้แล้ว

กรณีของ PandoDaily เป็นเว็บบิ๊กเนม ก็มีเรื่องสายสัมพันธ์อยู่เยอะและเงินดูเยอะหน่อย แต่ถ้าเริ่มเว็บโนเนมจริงๆ มันก็ไม่ต้องใช้เงินอะไรขนาดนั้น (Blognone เริ่มด้วยเงิน 800 บาทเป็นค่าโฮสต์และโดเมน ผมเป็นคนไปโอนเองผ่านตู้ ATM หน้าสนามบาสที่เกษตร) ขอเพียงมีไอเดียและความตั้งใจก็ทำได้แล้ว