Transfer Your Stuffs to Kindle

กำลังอยู่ในช่วงเรียนรู้ Kindle มาจดไว้ก่อนกันลืม จะได้เป็นประโยชน์กับชาวบ้านด้วย

เมื่อสามารถใช้งาน Kindle พื้นฐานได้แล้ว โจทย์อันถัดไปคือ จะหา content มาใส่ Kindle ได้อย่างไร? คือ Kindle มันจะมีสถานะเป็น "เครื่องสำหรับอ่าน" เรามีหน้าที่หาของไปใส่เพื่ออ่าน อะไรที่เคยอ่านบนจอคอมแล้วไม่สะดวก ก็จับมาใส่ Kindle ให้หมด แล้วอ่านแบบ on-the-go

นั่งนึกๆ ดูแล้วมีทั้งหมด 4 วิธีครับ

1) Kindle Store

อย่างที่เขียนไปแล้วว่า นี่คือสิ่งที่ Amazon ฝันอยากให้เราทำมากที่สุด ทุกสิ่งอย่างใน Kindle มันออกแบบมาเพื่อสิ่งนี้

กระบวนการซื้อหนังสือใน Kindle Store จาก Kindle นั้นง่ายโคตรๆ เข้าไปยัง Store แล้ว search หาหนังสือที่ต้องการ พอเจอแล้วมันจะมีปุ่ม Buy เด่นเป็นสง่า กดทีเดียวจบไม่ต้องทำอะไรเพิ่ม สิ่งที่จะตามมาอย่างแรกคือ ใบเสร็จมาทางอีเมล T_T ตามด้วยตัวหนังสือจริงๆ ที่ทยอยมาผ่าน WhisperNet หรือ Wi-Fi

มันง่ายจริงๆ ไม่ต้องกรอกรหัสผ่าน ไม่ต้องเดินหา Wi-Fi (ถ้าใช้รุ่น 3G) ไม่ต้องคิดเรื่อง storage เก็บไว้ที่ไหนดี แค่กด Buy แล้วมันไหลเข้ามาทันที ง่ายจนน่ากลัว!

พวกแมกกาซีน หนังสือพิมพ์ก็มีนะ แต่ยังไม่ได้ลอง รู้แค่ว่า NYT แพงมาก

2) USB Mass Storage

ทันใดที่เราเสียบสาย USB เข้ากับคอมพิวเตอร์ Kindle จะแปลงร่างเป็น USB mass storage ทันที ใช้งานได้ดังเช่น thumbdrive

วิธีนี้อิสระที่สุด และต้องยอมรับว่า Amazon ไม่กั๊กเหมือน iPod/iPhone เราสามารถจัดการไฟล์ที่เก็บไว้ใน Kindle ได้อย่างเสรี ไม่โดนบังคับว่าต้องต่อผ่าน iTunes

ใน mass storage แบ่งเป็น 2 โฟลเดอร์ คือ

  • Documents เก็บเอกสารทั้งหมด ก็อปปี้ไฟล์มาใส่ได้เลย (ไฟล์ที่รองรับดูได้จาก Amazon เอา PDF มาใส่ได้โดยตรงแต่มันจะไม่แปลงเป็นฟอร์แมตของ Kindle ให้
  • Music เอาเพลงหรือ podcast มาใส่ได้ ฟอร์แมตต้องเป็น MP3 แต่ตอนเล่นจะยังจำกัดเพราะไม่มี GUI ควบคุม ทำได้แค่ play/pause/skip เท่านั้น

เรายังสามารถเอารูปภาพไปใส่ Kindle ได้ รองรับ PNG/JPG/GIF โดยต้องสร้างโฟลเดอร์ Pictures เพิ่มเอาเอง จุดนี้สามารถเอาการ์ตูน scanlation มาใส่ได้เลย (ต้องแตก zip ก่อน ใส่แยกเป็นโฟลเดอร์ไป)

ในบางกรณี การ์ตูนอาจมีขนาดไม่เหมาะกับจอของ Kindle เท่าไรนัก ใช้โปรแกรม Mangle ช่วยแปลงไฟล์ก่อนก็อปไปลงเครื่องได้ มี preset สำหรับ Kindle ทุกรุ่นอยู่แล้ว

Manga on Kindle

เทคนิคเล็กน้อยที่ค้นพบคือในบางกรณี ย้ายไฟล์มาแล้วมันไม่โผล่ใน Kindle ลองกด Alt+Z มันจะโผล่มาครับ

3) E-mail

วิธีนี้ง่ายแต่แอบ evil นิดนึงครับ เพื่อความสะดวกในการโอนไฟล์แบบไม่ต้องหาสายเชื่อม USB ทุกครั้ง เราสามารถส่งไฟล์แนบกับอีเมลไปยัง Amazon แล้วให้ Amazon ส่งไฟล์ต่อมายัง Kindle ของเราได้

อีเมลที่ต้องส่งคือ username@kindle.com แต่ไม่ใช่ทุกคนที่ส่งได้ เพราะเจ้าของเครื่องจะต้องไปเซ็ต whitelist อีเมลที่จะรับจากหน้า Manage Your Kindle เสียก่อน

จุดนี้ต้องระวัง ว่าถ้า Kindle อยู่นอกรัศมี Wi-Fi และต้องรับไฟล์ผ่านเครือข่าย 3G ทาง Amazon จะคิดค่ารับไฟล์ด้วย นอกสหรัฐเป็นเมกะไบต์ละ 0.99 ดอลลาร์

อันนี้มีเทคนิคเล็กน้อยคือ ถ้าเราไม่อยากเสียเงิน และต้องการ force ให้ Amazon ส่งไฟล์ให้เราต่อเมื่อต่อกับ Wi-Fi เท่านั้น ก็สามารถส่งเข้าเมล username@free.kindle.com แทนได้

ชนิดของไฟล์ที่รับก็เหมือนกับหัวข้อที่แล้ว เพียงแต่มีกรณีพิเศษคือ PDF ถ้าอยากแปลงให้เป็นฟอร์แมตของ Kindle เพื่อประโยชน์ด้านการขยายฟอนต์, reflow, navifation ฯลฯ ต้องใส่หัวเรื่องในเมลว่า Convert ด้วย (ถ้าเป็นฟอร์แมตอื่นๆ จะใส่หัวเรื่องว่าอะไรก็ได้ เพราะ Amazon ไม่สนใจ) ลองแล้วพบว่าเวิร์คครับ

เราไม่สามารถส่งลิงก์ของเว็บเพจที่อยากอ่านเข้าไปยัง Amazon ได้ ต้องแนบเป็นไฟล์ HTML เท่านั้น (หรือจะสั่งพิมพ์เป็น PDF จากเบราว์เซอร์ก็ได้เหมือนกัน)

ช่องทางอีเมลนี้เปรียบเสมือน API สำหรับบริการภายนอกอื่นๆ ในการส่งเนื้อหาเข้ามายัง Kindle เท่าที่เห็นก็มีหลายเจ้า

  • Instapaper อันนี้ @pittaya แนะนำมา แต่ลองใช้แล้วยังไม่เวิร์คนัก ไม่รู้ว่ามันพังพอดีหรือเปล่า
    • ส่วนอื่นๆ ที่ไม่ค่อยชอบคือ มันเป็น iPhone-centric เกินไป (ซึ่งก็เข้าใจว่าเป็นขีดจำกัดของนักพัฒนา) และไม่มี official extension สำหรับ Firefox แต่ดันไปพึ่ง bookmarklet แทน ยุคนี้ผมปิด Bookmark Bar ไปนานแล้ว จะกดทีก็ลำบากไปหน่อย
  • Kindlefeeder สำหรับส่ง feed ไปยัง Kindle รุ่นฟรีใช้ได้วันละ 12 items ยังไม่ได้ลองจริงจัง แต่คาดว่าถ้าถูกจำกัดจำนวน feed วิธีที่เหมาะสมคงต้องกด share ใน Google Reader แล้วเอา feed นั้นมาเชื่อมแทนจะดีกว่า

4) Browser

สุดท้าย Kindle มีเบราว์เซอร์ WebKit ที่เรนเดอร์เว็บเพจได้ค่อนข้างดี แต่จะมีปัญหากับเว็บที่มีภาพเคลื่อนไหวใดๆ (เช่น หน้าแรกของ Twitter) เพราะจอมันรีเฟรชตามไม่ทัน

เนื่องจาก Kindle ไม่ใช่จอสัมผัส เวลาเคลื่อนเคอร์เซอร์จะเหมือนกับเบราว์เซอร์ของ feature phone หรือ BB OS 5 ยังดีที่มันช่วยเอาเคอร์เซอร์ไปชี้ลิงก์ใกล้เคียงให้ ไม่ต้องเล็งกันมาก

การใช้งานเว็บแอพพลิเคชันต่างๆ

Twitter

เนื่องจากการเลื่อนเคอร์เซอร์ใน Kindle ทำได้ค่อนข้างยาก ดังนั้นถ้าอยากเล่น Twitter ผ่านเครือข่าย 3G ฟรี ก็ต้องเลือก web client ที่เลื่อนเคอร์เซอร์น้อยๆ

ผมพบว่าตัวที่ดีที่สุดในตอนนี้คือ New Twitter นั่นเอง เพราะว่ามันใช้การออกแบบ UI เป็น overlay ทำให้กดลิงก์ reply แล้ว ช่องทวีตโผล่มากลางจอเลย ส่วนการ reload หน้าเว็บก็มีปุ่มของ Twitter ให้เอง ไม่ต้องเลื่อนไปกด reload ของ Kindle

ลอง Mobile Twitter แล้วพบว่าไม่เหมาะเท่าไร เพราะไม่ใช้ AJAX เลย จะทำอะไรต้องโหลดหน้าใหม่เสมอ รอนานกว่า (บน Kindle 3 3G เรื่องการเรนเดอร์และ network ไม่ใช่ constrain)

ตอนนี้มีคนทำ KindleTwit แต่ฟีเจอร์ยังน้อยอยู่ แถมไม่มีแถบ replies ให้ด้วย

Facebook

Full site ของ Facebook ขนาดจะไม่พอดีกับ Kindle มากนัก คือคอลัมน์ newsfeed มันดันไปอยู่กลางจอ ต้องเลื่อน และข้อความบางประเภทมีสีจางกว่าปกติ อ่านบน Kindle ลำบาก

ทางเลือกที่ดีกว่าคือ touch.facebook.com หน้าจอกำลังดี มี AJAX ด้วย

Gmail

Gmail แบบเต็มจะเจอปัญหา redirect loop ในหลายๆ กรณี และมันโหลด JS โหดมากจน Kindle ค้างเป็นพักๆ (จะด่า "Kindle ช้า" ก็คงไม่มีสาวก "Kindle เร็วส์" มาแถกลับ)

ทางออกคือใช้ Gmail HTML แทน เข้าไปที่ mail.google.com/mail?ui=html ครับ หน้าจอจะพอดีกับจอของ Kindle แต่ฟอนต์ภาษาไทยจะเล็กไปหน่อย ถ้าอยากอ่านจริงๆ ต้องซูมหนึ่งระดับ

Livescore

สบายมาก เข้าเว็บเวอร์ชันเต็มได้เลย

Blognone

ผมต้องยอมรับว่าเว็บเวอร์ชันเต็มดูบน Kindle ได้ไม่ดีนัก ทั้งในแง่ความกว้างของเพจและ contrast ของฟอนต์ อันนี้คงไปแก้ใน mobile version อันใหม่ที่กำลังทำอยู่ รับรองว่าคนใช้ Kindle ไม่ผิดหวังแน่ เพราะผมต้องทำใช้เองให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้อยู่แล้ว

(ดังนั้น supported device จะมีแค่ 2 อย่างคือ Android กับ Kindle ครับ)

Keyword