Why We Sold TechCrunch

ในที่สุด TechCrunch ก็โดนซื้อ ตามรอยรุ่นพี่อย่าง Engadget, Joystiq (AOL) Gizmodo, Kotaku, Valleywag, Lifehacker (Gawker) Ars Technica (Conde Nast) Slashdot (SourceForge)

(เอาจริงตอนนี้บล็อกดังๆ ที่ยังเป็นอิสระก็เหลือไม่เยอะเท่าไร ที่นึกออกตอนนี้ได้แก่ BGR, Business Insider)

อย่างที่เคยเขียนไป ว่าผมมอง TechCrunch เป็นโรลโมเดลอันหนึ่ง การซื้อกิจการครั้งนี้ก็เป็นบทเรียนที่น่าศึกษามิใช่น้อย

ข้อมูลสำคัญคือโพสต์ของ Arrington หลังการขายกิจการ Why We Sold TechCrunch To AOL, And Where We Go From Here เท่าที่อ่านแล้วจับประเด็นได้ดังนี้

1) การขาย TechCrunch จะช่วยให้ได้กำลังด้าน engineering และ sales ของ AOL เพื่อทีมงานจะได้โพกัสที่ content อย่างเดียว

เรื่องนี้สำคัญมาก แต่คนที่ไม่ได้มาสัมผัสงานเบื้องหลังจะไม่เข้าใจว่ามันยากตรงไหน

การเติบโตของ Blognone สร้างปัญหาชวนเวียนหัวในเชิง engineering มาก เพราะคนเข้าเยอะ ถ้าเป็นคนจริงๆ ก็ไม่เป็นอะไรมาก แต่มีบ็อต มี flood สารพัด ยิ่งระบบที่คนเข้าเยอะต้องการเสถียรภาพสูง สัดส่วนของ resource ที่ต้องลงมันจะขึ้นเป็น exponential ไม่ใช่ linear

แต่ engineering ยังไม่ยากเท่า sales ครับ ผมพบว่ามันเป็นทักษะที่ไม่ได้มีกันทุกคน และโดยธรรมชาติแล้วมันขัดกับอุดมการณ์หรือวิธีคิดบางอย่างของสาย journalism อยู่พอสมควร แต่จะไม่มีก็ไม่ได้อีก

2) ความเป็นอิสระของกอง บ.ก.

อันนี้เป็นปัญหาคลาสสิคของสื่อกับทุนในทุกยุคสมัย AOL ย่อมต้องบอกว่าต้องการให้ TechCrunch เป็นอิสระ แต่ในความเป็นจริงแล้ว เวลาเท่านั้นจะเป็นเครื่องพิสูจน์ ซึ่งเป็นโจทย์ของทาง TechCrunch เองที่ต้องสร้างสมดุลย์ที่เหมาะสมให้ได้ ระหว่าง

  • การลงข่าววิจารณ์ AOL เยอะเกินไป เพื่อแสดงว่า "กูอิสระนะเว้ย"
  • การไม่วิจารณ์ AOL หรือลดโทนของการวิจารณ์ลง เทียบกับตอนก่อนถูกซื้อ

ผมคิดว่าเรื่องนี้ผู้อ่านจะเป็นคนตัดสินเอง เพราะคนอ่านไม่โง่ กรณีของ Engadget ที่ถูก AOL ซื้อไปก่อนหน้านี้นานมาก ก็ค่อนข้างพิสูจน์ตัวเองในเรื่องความเป็นอิสระจากกอง บ.ก.

ทาง TechCrunch เองก็ยกกรณีที่ไม่ดีของ WSJ กับ MySpace ซึ่งมีเจ้าของเดียวกันคือ News Corp อันนี้ผมไม่เคยคิดมาก่อนแต่พออ่านแล้วก็เห็นด้วยว่าจริงดังว่า กรณีของสื่อไทยที่พูดกันบ่อยๆ คือไทยรัฐกับโพลีพลัส ซึ่งก็คล้ายๆ กัน

3) การเปิดเผยมูลค่าการซื้อขาย

อันนี้เป็นคุณลักษณะพิเศษของ TechCrunch ด้วยส่วนหนึ่ง เพราะ TechCrunch รายงานข่าวการซื้อกิจการบริษัทไอทีหน้าใหม่มาโดยตลอด ซึ่งก็พยายามหาตัวเลขมารายงานเท่าที่จะสามารถทำได้ พอมาถึงกรณีตัวเองโดนซื้อ คำถามคือควรเปิดเผยตัวเลขด้วยหรือไม่

เรื่องควรหรือไม่ควรเปิดเผยมูลค่านี่ ในเมืองไทยคงไม่มีใครเชี่ยวชาญไปกว่า @iwhale ผมเชื่อว่าเป็น lifetime question ของพี่แกที่จะต้องโดนทุกๆ สามวัน

4) การทำงานกับเจ้าของใหม่ และการรักษาทีม

หลังการซื้อกิจการทุกครั้ง คำถามที่ตามมาทันทีก็คือทีมงานเดิม (ซึ่งเป็นส่วนสำคัญของความสำเร็จ) จะลาออกหรือเปล่า

การรักษาความเป็นอิสระของกอง บ.ก. เป็นปัจจัยสำคัญต่อโจทย์ข้อนี้ ผู้นำองค์กรต้องพิสูจน์ตัวเองให้ได้ถึงนโยบายภายใต้เจ้าของใหม่ ผมคิดว่าอันหนึ่งที่ช่วยได้คือต้องจริงใจ บอกเรื่องการเปลี่ยนเจ้าของกับทีมโดยตรง ตอบทุกคำถาม (เป็นการภายใน) และ address ทุก concern (ที่อาจจะไม่มีคนกล้าถาม แต่ต้องบอกออกมาเอง ไม่บอกมันจะกลายเป็นปม)

อีกอย่างที่ควรทำคือต้องสร้าง code of conduct อันใหม่ ร่วมกันระหว่างเจ้าของใหม่ เจ้าของเก่า และทีมงาน เพื่อลดสภาวะ FUD ของทีมงานต่ออนาคตของตัวเอง ซึ่งน่าจะช่วยเก็บ talent ไว้ในองค์กรได้