Doctor Who: The Waters of Mars

ซีรีส์อีกอันหนึ่งที่ผมได้ยินบ่อยมาก แต่ไม่เคยมีโอกาสได้ดูสักที (ทั้งที่ไปอยู่อังกฤษมาเป็นปีๆ) คือ [Doctor Who](http://en.wikipedia.org/wiki/Doctor_Who) ซีรีส์ไซไฟของ BBC แต่เนื่องในโอกาสต้องขึ้นเครื่องบินระยะไกล แถม[ระบบความบันเทิงบนเครื่อง ICE](http://www.emirates.com/us/english/flying/inflight_entertainment/ice.aspx) ของสายการบิน Emirates นั้นเทพมาก (จอ 16:9 แถมมี Avatar แล้วนะ) เลยมีโอกาสได้ดูหนังหลายเรื่องที่เคยอยากดูและพลาดไป แน่นอน Doctor Who เป็นหนึ่งในนั้น เนื่องจากเวลาจำกัดเลยได้ดูแค่ 1 ตอนคือ [The Waters of Mars](http://en.wikipedia.org/wiki/The_Waters_of_Mars) Doctor Who เป็นเรื่องของ "Doctor" มนุษย์ต่างดาวในร่างคนที่ข้ามเวลาได้ ผจญภัยในเวลาและ "rights wrongs" (ศัพท์ตามคำโปรยของ BBC เท่มาก ชอบ) Doctor มีอายุขัยจำกัด แต่ตายแล้วเกิดใหม่ได้ ซึ่งทางผู้สร้างเลยเอามุขนี้มาใช้เปลี่ยนตัวนักแสดงเป็นรุ่นๆ (แบบเจมส์ บอนด์) ซึ่งตอนนี้ถึงรุ่นที่ 11 แล้ว โดย Doctor แต่ละรุ่นจะถูกอ้างอิงว่าเป็นคนที่เท่าไร เช่น คนปัจจุบันจะเรียกว่า Eleventh Doctor ตอนที่ผมดูเป็น Doctor คนก่อนหน้านี้คือ Tenth Doctor แสดงโดย [David Tennant](http://en.wikipedia.org/wiki/Tenth_Doctor) ติดต่อกันมา 4 ปี เพิ่งเปลี่ยนตัวกันในปีนี้เอง ตามความเข้าใจของผม Doctor Who จะเรื่องออกการ์ตูนๆ หน่อยคือมีผู้ช่วย อุปกรณ์เสริม และตัวร้าย แต่ที่ทำให้ดังก็เพราะมีแนวคิดทางวิทยาศาสตร์ที่ลึกซึ้ง และมีดราม่าแบบผู้ใหญ่ด้วย สำหรับตอน The Waters of Mars นี้ Doctor ข้ามเวลาไปเดินเล่นที่ดาวอังคาร ซึ่งเป็นยุคสมัยที่มีการตั้งโคโลนีแรกบนดาวอังคารพอดี (ปี 2059) แต่ปรากฎว่าวันที่ไปถึง เป็นวันที่ตามประวัติศาสตร์โคโลนีต้องระเบิดพอดี ซึ่งไม่ทันไร นักวิทยาศาสตร์บนดาวอังคารก็ต้องเจอกับการคุกคามของปีศาจน้ำ ที่แพร่พันธุ์จากการโดนน้ำ (ที่ติดเชื่อ) หยดใส่ แต่ก่อนที่ Doctor Who จะช่วยเหลือเหล่านักวิทยาศาสตร์ตามบทพระเอก เขาก็คิดขึ้นได้ว่าหัวหน้าของนักวิทยาศาสตร์นั้นเป็น "ยาย" ของนักบินหญิงคนแรกที่เอาชนะความเร็วแสงได้ ซึ่งเธอคนนั้นได้แรงบันดาลใจจากยายที่เสียสละชีวิตบนดาวอังคาร ถ้าช่วยหัวหน้าทีมให้รอด ประวัติศาสตร์ก็จะเปลี่ยน... Doctor จะทำอย่างไร คงหยุดการสปอยล์ไว้แค่นี้ โดยสรุปก็สนุกดีครับ โปรดักชันไม่เจ๋งขนาดหนังฮอลลีวู้ดแต่ก็ถือว่าดีใช้ได้ อย่างไรก็ตาม ความสนุกของหนังซีรีส์อยู่ที่การเอาเรื่องหลายๆ ตอนมาปะติดปะต่อกัน ผมดูไปแค่ตอนเดียวยังบอกอะไรไม่ได้ ไว้มีโอกาสจะหามาดูอีก