Privacy Concerns: More Than Sniffing

ช่วงวันสองวันนี้ มีการพูดถึง #thainosniff กันมาก คงไม่ต้องเอ่ยซ้ำให้เสียเวลา

คนไทยกับเรื่อง privacy นั้นอยู่ไกลกันคนละโยชน์มานาน การมีประเด็นแบบนี้ ย่อมช่วยให้คนสนใจประเด็นด้าน privacy กันมากขึ้น ซึ่งเป็นเรื่องดี

ผมคิดว่าเรื่องการตรวจจับทราฟฟิกนั้น ในทางปฏิบัติยังต้องใช้เวลาทำกันอีกนาน อย่างไรก็ตาม การออกมาต่อสู้กับเรื่องนี้ตั้งแต่เนิ่นๆ เป็นเรื่องที่ดีครับ (แต่การ tag รูปใน Facebook เพื่อให้คนไปเข้ากลุ่มเยอะๆ นี่เข้าขั้นแย่แล้วนะ)

ไหนๆ ปัญหาเรื่อง privacy กำลังเป็นกระแส ผมก็ขอโหนกระแสตาม โดยพูดถึงปัญหาด้าน privacy ในอีกมุมหนึ่ง นอกเหนือจาก การเสียความเป็นส่วนตัวจากฝีมือรัฐ (surveillance) เรายังมี การเสียความเป็นส่วนตัวจากฝีมือเราเอง ซึ่งใกล้ตัวกว่ากันมาก ปัญหาของการเสียความเป็นส่วนตัวด้วยฝีมือตัวเอง เกิดจากการไม่รู้เท่าทัน แก้ได้โดยการบอกกล่าว ให้การศึกษา รณรงค์ ซึ่งง่ายกว่า และเห็นผลได้ชัดเจนกว่าการต่อสู้กับภาครัฐมาก ที่ผมคิดว่าเป็นอันตรายเร่งด่วนมีอยู่สองเรื่อง

1) Facebook

นโยบายของ Facebook ในช่วงหลังนั้นชัดเจนเสียยิ่งกว่าอะไร มันคือ "สู้กับ Twitter" การจะทำแบบนี้ได้ต้องเปลี่ยนแปลงตัว Facebook เองตั้งแต่รากฐาน นั่นคือ เปลี่ยนจาก "private" มาเป็น "public"

ดังนั้นสิ่งที่เกิดขึ้นคือ ตัวเลือกต่างๆ ของ Facebook จะพยายามล่อให้เราตั้งค่ามันเป็น public มากขึ้น (For Everyone) และปัญหาคือคนส่วนมากไม่รู้ ทุกวันนี้ผมสามารถดูภาพสาวน่ารักที่ไม่เคยรู้จักมาก่อนได้สบายๆ เพียงแค่เห็น profile picture เป็นเพื่อนของเพื่อน กดเข้าไปแล้ว โอกาสที่จะเป็น protected profile มีแค่ 50:50 เท่านั้น

ถ้าสาวเจ้าเป็นพวกชอบเช็คเรต จงใจตั้ง profile ให้ "ใครก็ได้" มาดูรูปของพวกเธอเป็นอัลบั้มๆ อันนั้นไม่มีปัญหา คำถามของผมคือ มันเป็นอย่างนั้นจริงๆ งั้นหรือ?

นอกจากภาพแล้ว เรายังใส่ข้อมูลอื่นๆ อีกมากลงใน Facebook ไม่ว่าจะเป็นอีเมล เบอร์โทร วันเกิด ญาติพี่น้อง และข้อมูลเหล่านี้ "หลุดไปแบบไม่ตั้งใจ/ไม่รู้" เป็นจำนวนไม่น้อย

2) Location-based Applications

ไม่ว่าจะเป็น UberTwitter, Foursquare หรือ Google Latitude

ความนิยมในมือถือสมาร์ทโฟน ไม่ว่าจะเป็น iPhone/BlackBerry/Nokia N/Android เพิ่มขึ้นสูงมากในปีที่แล้ว ถ้าเอาตัวเลขง่ายๆ ก็ BlackBerry ของ AIS มีคนใช้ 1 แสนแล้ว มือถือพวกนี้มี GPS ในตัวแทบทั้งสิ้น เมื่อผนวกกับบริการ social network กำลังเป็นที่นิยม ถ้าโปรแกรม social network เหล่านี้กระตุ้นหรือเปิดช่องให้เราแสดง location ของตัวเอง แล้วส่งออกไปสู่สาธารณะ มันไม่ใช่เรื่องยากเลยในการบุกประชิดถึงตัว

ผมรู้ซึ้งถีงปัญหานี้เป็นครั้งแรก ก็ตอนที่เขาให้ยืม BlackBerry มาใช้ ลง UberTwitter แล้วพบว่า "มันเปิด location มาให้แบบ default" หนาวซึ้งถึงหัวใจ

ผมรู้ซึ้งถึงปัญหานี้เป็นครั้งที่สอง ตอนที่ลองเล่น Layar เป็นครั้งแรก และสามารถ "ดูหน้ากับตำแหน่ง" ของคนที่ส่ง tweet ออกมาในรัศมี 5 กม. รอบตัวได้ ถ้าจะเอาจริงๆ ผมสามารถเข้าประชิดตัวสาวน่ารักที่นั่ง tweet อยู่ทางทิศ 13 น. ระยะ 500 เมตรได้ไม่ยาก

ผมรู้ซึ้งถึงปัญหานี้เป็นครั้งล่าสุด เมื่อกูเกิลอีเมลมาแจ้งว่า ผมเปิด location ของตัวเองใน Google Latitude บนมือถือทิ้งไว้ (ปกติจะปิด แต่คราวนี้พลาด) ทั้งที่ผมระวังกับเรื่องนี้มาก และเมื่อมีโอกาสก็จะพยายามพูดเรื่องนี้เสมอในทุกเวทีที่ไป แต่คราวนี้กลับพลาดเอง

ถ้าเรารีบ educate ปัญหาทั้งสองข้อนี้แต่เนิ่นๆ ปัญหาสังคมที่เกิดจาก privacy ในยุค "คลั่ง BB" น่าจะลดลงไปเยอะเลยครับ

สอนคนใกล้ตัวท่านเกี่ยวกับเรื่องพวกนี้เมื่อมีโอกาสเสียเถิด (ทริคอันหนึ่งที่ผมใช้แล้วพบว่าเวิร์คมาก คือเปิด Layar เล่นให้ดู ทุกคนที่เห็นหนาวซึ้งถึงทรวงกันหมด)

Keyword