Spreading TED Talk

งาน TED Talk ดูจะได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ สังเกตจากเสียงสะท้อนของคนไทยที่ดูวิดีโอ TED Talk จะเริ่มมีเยอะขึ้น (ได้ความมาว่าในหมู่ผู้บริหารระดับสูงที่หัวก้าวหน้าหน่อยนั้น รู้จัก TED กันเยอะมาก)

สิ่งที่ทำให้ TED ประสบความสำเร็จคงเป็นการสร้าง "เครือข่ายของหัวกะทิ" ซึ่งมีอำนาจดึงดูดต่อคนหัวกะทิอื่นๆ นอกเครือข่ายสูง การคัดกรองเครือข่ายของ TED ใช้วิธี invitation only และเก็บค่า annual fee ค่อนข้างแพง (หลายพันเหรียญ) ซึ่งถือเป็นวิธีคัดกรองหัวกะทิอันหนึ่ง วิธีนี้เราเห็นกันมาเยอะในคลับหรือสโมสรชั้นสูงทั้งหลาย รวมถึงการซื้อสินค้าแบรนด์หรูที่มีเงินอย่างเดียวไม่พอ หรือแม้แต่ Foo Camp ที่เป็น invitation only ก็ใช่

ความเด็ดของ TED คือแจกวิดีโอการพูดทั้งหมดออกไปบนอินเทอร์เน็ต (แถมเป็นวิดีโอคุณภาพดีด้วย) เมื่อคนรู้จัก TED มากขึ้นเท่าไร คุณค่าของการขึ้นพูดใน TED ก็ยิ่งสูงขึ้นเป็นเงาตามตัว

ผมเพิ่งรู้วันนี้ว่าคนจัด TED ไม่ใช่ใครอื่น Chris Anderson แห่ง Wired นั่นเอง

ความสำเร็จของ TED ทำให้เกิดการขยายวงงาน TED Talk บ้างแล้ว ปัจจุบัน งาน TED อย่างเป็นทางการมี 3 งาน

  • TED ดั้งเดิม จัดขึ้นที่แคลิฟอร์เนีย
  • TED Global เน้นคนพูดที่มาจากหลากหลายชาติมากขึ้น วนที่จัดไปเรื่อยๆ ของปี 2009 นี้จัดที่ลอนดอน
  • TED India

นอกจากนี้ยังมีงานลูกคือ TEDx (x มาจากคำว่า independently organized TED event) ที่ขอแบรนด์ TED มาใช้ ปัจจุบันมี TEDx จัดไปแล้วหลายครั้งมากทั่วโลก ดูในรายการตามลิงก์เห็นว่ามี TEDxBKK อยู่ด้วย (ผมเห็นชื่อ session เรื่องนี้ใน BarCamp Bangkok 3 แต่ไม่ได้เข้าฟัง)

ผมคิดว่าทั้ง BarCamp และ TEDx รวมไปถึง Pecha Kucha ซึ่งเป็น independently organized event โดยอิงจากงานแม่ต้นแบบ (ในที่นี้คือ FooCamp, TED, Pecha Kucha) น่าจะเป็นตัวอย่างที่ดีของการแพร่กระจาย (widespread) วัฒนธรรมเมืองแบบใหม่ ซึ่งมันจะเกิดขึ้นได้เพราะเมืองนั้นๆ มีความเป็นสากลมากขึ้น (มีฝรั่งกลุ่มที่เดินทางข้ามทวีปไปมาเยอะขึ้น ส่วนคนท้องถิ่นก็รับเอาวัฒนธรรมและวิธีคิดแบบนี้เพิ่มขึ้น)

อีกไม่นานเราคงเห็นวัฒนธรรมแบบนี้กระจายตัวเข้าไปในวงการวิชาชีพต่างๆ และเห็นงานเชิง "อสัมมนา" สำหรับกลุ่มที่เจาะจง (ตัวอย่างที่ดีคือ FuseCamp, ReadCamp และ LibCamp) ต่อไปคงจะมี MedCamp, ArchCamp, LawCamp อะไรพวกนี้ตามมาด้วย